ร่วมเรียนรู้ป่า (๑๗)

เมื่อขึ้นไปถึงดอยมออีหืด จะเห็นไม้ยืนต้นอยู่เป็นดง มีร่องรอยของใบไม้ร่วงให้เห็นอยู่บ้าง อากาศบนดอยไม่หนาวอย่างที่คาด วิว ๒ ด้านไม่เหมือนกัน

ด้านหนึ่งเห็นภูเขาหลายลูกมีต้นไม้ขึ้นเขียวไปทั่ว มองไปสุดตาไม่มีร่องรอยภูเขาหัวโล้น ไม่เห็นน้ำตกที่สูงที่สุดอย่างที่คาดเดา สงสัยจะอยู่ลึกมากในป่า มีคนบอกว่าในป่าที่เห็นมีไม้สักมากมาย ต้นไม้ก็อยู่ไกลมากจนมองไม่ออกว่าไม้สักอยู่ตรงไหน เห็นที่ราบเป็นแนวยาวอยู่ระหว่างป่าแห่งหนึ่ง เดาว่าเป็นส่วนต้นน้ำของห้วยแม่เรวานะแหละ

ด้านที่เห็นภูเขาอยู่ซ้อนๆกันหลายลูกจะมีค้างให้ปีนขึ้นไปชม

ด้านหนึ่งมองไปเห็นถนน หมู่บ้าน และคลองส่งน้ำยาวๆ บนถนนไม่เห็นรถสัญจร ตรงยอดดอยมีศาลาให้นั่งพักอยู่หลังหนึ่ง หน้าศาลาในทิศเดียวกับหมู่บ้าน มีป้ายชื่อดอยติดหรา ต่างคนต่างเก็บภาพเป็นที่ระลึกตามชอบ เดี่ยวบ้าง รวมกลุ่มบ้าง รูปครอบครัวบ้าง

  ด้านที่มีป้ายจุดชมวิว เป็นหมู่บ้าน เห็นต้นไม้บางกว่ามาก

ได้ยินชื่อ "เต็งรัง" ก่อนมา ทีแรกเข้าใจว่าเป็นชื่อต้นไม้ต้นเดียว ปรากฏว่าไม่ใช่ "เต็ง" ก็เป็นต้นไม้ "รัง" ก็เป็นต้นไม้ ทั้ง ๒ ต้นเป็นไม้ต่างต้นกัน หน้าตาต้น-ใบเป็นยังไง เจอของจริงก็ไม่รู้จัก

ระหว่างด้อมๆมองๆดูพันธุ์ไม้ว่ามีอะไรที่รู้จักบ้าง อาจารย์นฤมลกรุณาชี้ให้ดูต้นโฮย่า รู้สึกว่าใบใหญ่กว่าที่เคยเห็นในตลาดต้นไม้  มีหญ้าจักรพรรดิด้วย นึกชมความพยายามต่อการอยู่รอดของมันอยู่ในใจเมื่อเห็น

   โฮย่ากับต้นอะไรไม่รู้ เหมือนน้อยหน่า แปลกดี

เจอต้นอะไรไม่รู้ประหลาดดี ไม่แน่ใจว่าเป็นดอกหรือเปล่า แปลกที่หน้าตาคล้ายน้อยหน่า เ็ก็บภาพมาเล่าสู่กันฟังเผื่อใครจะรู้จัก  ป่าบนนี้มีไม้คลุมดินแบบโปร่งๆ ส่วนใหญ่เป็นหญ้ามากกว่าไม้คลุมดินมีใบ เตือนไม่ให้ลืมประวัติป่าเสื่อมโทรมที่ได้ยินมา

ขนาดต้นไม้ที่เห็นบนยอดดอยไม่โต ประมาณว่าให้น้องครูอารามไปยืนบังมิด ต่างจากต้นแถบเชิงดอย เอ๊ะ แต่ก่อนดอยนี้เป็นภูเขาหัวโล้นงั้นรึ ชาวบ้านจึงมาปลูกซ่อมให้ หรือว่ามันเป็นของมันยังงี้อยู่แล้ว

ต้นไม้คนยืนบังมิด หญ้าคลุมดินบอกว่าดินดอยเพิ่งฟื้น

คืนนี้มีนัดหมายกันว่าจะตั้งวงสนทนาตามประสาเฮฮาศาสตร์ ลงจากดอยมออีหืดครบคนแล้ว น้องครูอารามก็บึ่งรถนำพาผู้โดยสารทั้งรถกลับสู่ที่พัก แวะที่พักกันเดี๋ยวนึง จึงชักชวนกันไปกินข้าว  คืนนี้ได้กินข้าวภายใต้ความวับแวม โต้ลมหนาว นั่งรวมกลุ่มกันตามโต๊ะบ้าง ตามประสาบ้าง ตามศาลาบ้างแล้วแต่ชอบ อาหารมื้อนี้อร่อยอีกตามเคย มีคนชมแม่ครัวว่าอาหารอร่อย โดนแซวกลับว่าหิวละซิ อ่อยไปเลย

   ๒ ต้นนี้ใบมีขนคล้ายบานไม่รู้โรย ไม่รู้จักชื่อ

อิ่มกันแล้ว พี่บู๊ดก็ชวนตั้งวง พ่อครูบาจับไมค์เริ่มคนแรก ใครที่โดนพาดพิงรับไมค์ต่อ แอบนั่งฟังแบบลืมตามั่งหลับตามั่ง ไมค์วนมาถึงตัวก็เล่าเรื่องราวแต่เก่าก่อน ไปไงมาไงจึงอยู่ในก๊วนเฮฮาศาสตร์ ท้าวความไปถึงครั้งแรกที่เจอพี่ตึ๋งอันเนื่องมาจากงานประจำที่ทำอยู่ ซึ่งทำให้ได้รู้จักน้องราณี  น้องครูสุ จนได้รู้จักน้องฑูร พี่บู๊ด และคนอื่นๆที่มาทริปนี้ 

ต้นนี้ใบเรียวคล้ายเสลดพังพอน ช่อดอกละม้ายกระเพรา

การวนไมค์ไม่ได้อยู่เฉพาะในกลุ่มเฮฮาศาสตร์ สมาชิกใหม่ที่ร่วมทริปโดนวนไมค์ด้วย คืนนี้น้องเบิร์ดป่วยขอนอนหัวค่ำจึงไม่ได้ร่วมวง  น้องราณีปวดท้องกระทันหันหลังกินข้าวเย็น มัวแต่หายาโดยมีครูสุคู่หูผู้น่ารักเป็นเพื่อน ทั้ง ๒ คนจึงไม่ได้ร่วมวงเช่นกัน  เพลินฟังกันจนไม่ดูเวลา พี่บู๊ดเห็นว่าดึกแล้วจึงตีระฆังเก๊ง

  ขวา-ใบอ่อนของต้นอะไรไม่รู้บนดอย ซ้าย- พี่แฮนดี้ เล่าความขยันให้ฟัง

สลายวงแล้วกลับมาบ้านพัก คุยกันไปคุยกันมาก็มีการปรับเวลาเดินทางกลับของหลายๆคน คืนนี้รู้สึกว่าหนาวกว่าเมื่อคืน จึงปิดหน้าต่างไปหลายบาน อาบน้ำอุ่นแล้วยังรู้สึกหนาว ขอคลุมโปงคลายหนาวก่อนอื่นใด  ดูเหมือนว่าคืนนี้มีแมลงน้อยกว่าทุกคืน

๘ ธันวาคม ๒๕๕๖

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ร่วมกับผองเพื่อนในโลกกว้าง



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ชอบบันทึกนี้มากๆ เลยค่ะ

คุณหมอรู้ไหมค่ะ อรมีทริปเดินป่าในปี 2556 ถึง 3 ครั้งด้วยกันค่ะ

ที่บรูไนท์หลายภูมากค่ะ ไปทุกวันตั้งแต่หกโมงเช้า ลงเขามาตอนบ่ายโมง

ที่สิงคโปร์เป็นเนินมากกว่า แต่มีนกสวยมากๆ ค่ะ

ที่อินโดนีเซีย..ก็มีพันธุ์ไม้แปลกไปอีกแบบ

แต่จริงๆ แล้ว บ้านเราน่าจะสวยที่สุดล่ะค่ะในแถบนี้ แต่หาคนเดินด้วยยากมากเลยค่ะ

ทริปนี้ความจริงแล้วตั้งใจไปค่ะ แต่ภาระกิจปลายปีเยอะมาก ไม่สามารถไปได้ค่ะ

คุณหมอสบายดีนะคะ ขอให้ปีใหม่นี้คุณหมอและครอบครัวเป็นปีทอง มีสุขภาพที่ดีและมีความสุขมากๆ ค่ะ

เขียนเมื่อ 

...สวยงาม แปลกตานะคะ...