ทุกๆปีในช่วงเวลาปีใหม่แม่ของครูนกจะหนีเสียงจุดประทัดของเด็กๆ ในหมู่บ้านไปอยู่บ้านน้องชายที่กรุงเทพมหานคร ทำให้ครูนกได้ใกล้ชิดกับบรรดากุ๊กๆไก่ที่แม่เป็นผู้เลี้ยงหลัก


                            "พ่อแม่ไก่แจ้พันธุ์ไทย"


          ปัจจุบันเหลือไก่อยู่ ๒ กรงคือ กรงไก่บ้านจะมีไก่ป่าตาบอดทั้งสองข้างหนึ่งตัวซึ่งสุภาพเรียบร้อยมาก อยู่แต่ภายในกรงแม้ประตูจะเปิดทิ้งไว้แบบ ๒๔ ชั่วโมง  แม่ไก่ไข่ซึ่งตอนนี้อายุมากหยุดไข่มาเกือบครึ่งปีแล้วเป็นเพื่อนร่วมกรง  ส่วนอีกกรงเป็นบรรดาแจ้ๆ อีก ๖ ตัว

 

                                         "เจ้าแจ้ญี่ปุ่นตัวผู้"


          แจ้ญี่ปุ่นหลังจากฟักไข่ครั้งแรกได้ลูกเจี๊ยบมา ๕ ตัว แม่ครูนกขายให้กับผู้รักไก่ไปหมดเลย ปรากฏว่าไม่เหลือรอดสักหลายโดนแมวตะครุบบ้าง โดนสุนัขบ้างจนทำให้ครูนกบอกแม่ว่าไม่เอาแล้ว อย่าขายให้ใครเลย  จนถึงบัดนี้คู่ญี่ปุ่นก็ยังไม่เคยฟักไข่เป็นเรื่องเป็นราว  ส่วนเจ้าสร้อยดอกหมากไก่แจ้ไทยฟักไข่กลายเป็นตัวมา ๒ รุ่น ได้ลูกรุ่นละ ๑ ตัว รุ่นแรกโตเป็นสาวออกไข่ และเริ่มฟักแล้วด้วย

                                 ลูกสาวรุ่น๑ ของแม่แจ้ดอกหมาก


บรรดาสาวแจ้รวมกลุ่มกันรวมถึงน้องเล็กของกรงด้วย

 

            ช่วงนี้ตรงกับวันหยุดครูนกเลยเปิดกรงตลอดในช่วงกลางวัน สังเกตว่า ครูนกอยู่จุดไหนของบ้านบรรดากุ๊กๆไก่ ก็อยู่ตรงนั่นแต่คิดว่าบรรดาไก่ๆ คงเหงาเพราะครูนกคุยกับเก่งไม่เก่งเท่ากับแม่           ถ้าไก่รอแม่ครูนก...ก็ให้ไก่รู้ด้วยว่าครูนกก็รอแม่อยู่เช่นกัน