ภาพจาก http://healthycampus.tu.ac.th/what%27s%20news/science.htm
Note : โปรดอ่านอย่างสงบและอย่างพินิจ จึงจะเข้าใจดี
มีปัญหากันมานานในเรื่อง "กายและจิต" ว่าใครอาศัยใคร หรือใครเกิดก่อนใครหรือใครใหญ่กว่าใคร??? แต่คำตอบก็ยังหาข้อยุติไม่ได้ นั่นเป็นเพราะมีข้อถกเถียงกันต่างมุมกัน ด้วยเหตุนี้เอง จึงก่อให้เกิดมุมมองและพหุทัศน์ต่างๆ ขึ้นมา เพื่อเป็นทางเลือก แต่ก็ยังหาจุดจบอย่างสมบูรณ์แบบไม่ได้
นั่นเป็นเพราะว่า "กายและจิต" (Object and Subject) คือ ความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง เพราะทั้งสองต้องพึ่งพากันและกัน ไม่มีฝ่ายใดแยกแตกต่างกันได้ เหมือนชายกับหญิง ในแง่ปัจเจกบุคคล แต่ละชีวิตสามารถอยู่ได้ด้วยตนเองในกรอบกายและจิต
ความยิ่งใหญ่ของโลกทั้งหมด ปรากฏการณ์ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับกายและจิตนี้ เพราะกายและจิตคือ ฐานรับรู้ ฐานรับรองปรากฏการณ์ทั้งหมดที่มีผลต่อชีวิตหนึ่งคน เช่น เหตุการณ์ต่างๆทั่วโลก ที่เรารับรู้ เราได้เห็นภาพข่าว จากโลกโซเชี่ยลมิเดีย หรือเหตุการณ์ใกล้บ้านเรา หรือในบ้านเรา ล้วนเป็นข้อมูลในสมองและจิตเราทั้งสิ้น
ในกระบวนการการก่อรูป สร้างกิจกรรม สร้างข้อมูล ออกมาเป็นบุคคลิกภาพ อุปนิสัย ใจคอ ฯ ก็ล้วนอาศัยทวิฐานนี้ สร้างเราเป็นตัวตน เป็นเอกลักษณ์ส่วนบุคคล เพราะเรามีกายและจิตเป็นฐานสนับสนุนให้ หากเราขาดกาย จิตจะเกิดได้อย่างไร หรือหากจิตพิการบกพร่อง กายจะมีประโยชน์เช่นไร
ฉะนั้น "กายและจิต" คือ ฐานชีวิต ที่จะรับรู้โลก เหตุการณ์ต่างๆ ของโลก ในขณะเดียวกัน "กาย" ก็เหมือนโลก โลก เหมือนข้อมูล ข้อมูลนี้ ก็จะกลายมาเป็นฐานของจิต ให้เกิดการกลั่นกรองข้อมูลให้ตกผลึก แล้วก็กลายเป็นความรู้ ข้อคิด หลักธรรม ทฤษฎี อุดมคติ ฯ ของตนเอง ของสังคมโลกและมนุษย์ต่อไป
ส่วน "จิต" เป็นผู้อยู่รับรู้จากฐานกาย ที่คอยเก็บตกสิ่งต่างๆ จากโลกภายนอก มาสู่โลกภายใน แล้วคัดกรอง เลือกสรรเอาข้อมูลต่างๆ มาสร้างพลัง สร้างสัญชาตญาณ ปัญญา ความรู้สึก นึกคิด ฯ เพื่อตอบสนองสิ่งภายนอกและในตัวเอง
มองในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างกัน "กาย" เสมือนครูผู้ภักดีต่อจิต ที่คอยบอก คอยสอน อบรม บ่มเพาะ ให้จิตตระหนักรู้ ความจริงของตัวเอง (กาย) ของโลก และของกฎธรรมชาติ จนจิตแจ่มแจ้งกระจ่างใจ จนทำให้เกิดความเคารพครูกาย โดยต้องแสดงออกต่อกายด้วยความเคารพ เอาใจใส่ ดูแล รักษา อย่างถนุถนอม
ส่วน "จิต" เสมือนศิษย์ ที่ต้องคอยเชื่อฟัง อย่างตั้งใจในฐานตน ให้ตระหนักว่า อะไรสำคัญ อะไรมีค่า มีคุณ มีประโยชน์ต่อกาย และตนเอง (จิต) จึงต้องสร้างมโนทัศน์ ความคิด วางแผน อย่างรอบคอบ เพื่อมิให้ตนเองผิดพลาด อันจะก่อให้เกิดผลต่อกายและตนเองได้
ตรงกันข้าม เมื่อ "จิต" ได้อาศัยบทเรียน เรียนรู้กาย จนจบระดับมหาวิทยาลัยกายนี้แล้ว กายกลับกลายเป็นผู้รองรับจิต ให้สั่งการ ควบคุมให้กายสนองตน (เพราะหลงรสชาติจากที่กายเสพ จนต้องออกไปแสดงหน้าที่แทนกาย) เมื่อจิตอาศัยสิ่งที่ห่อหุ้มกายหรืออุปกรณ์กายมากไป (โลกแห่งสมบัติ ทรัพย์สินฯ) จนจิตยอมตามกาย จิตก็จะถูกเชื้อโลกเหล่านั้น บังคับ จับจองจิตให้อยู่ภายใต้การตกเป็นทาสกาย เพื่อตอบสนองกายอย่างพินอบพิเทา เหมือนจิตในยุคบริโภคนิยม ด้วยเหตุนี้ กายจึงกลายเป็นแค่ศิษย์ จิตจึงเป็นครูที่ทรยศกาย
ดังนั้น ใครจะใหญ่กว่าใคร ควบคุมใคร ประท้วงใคร (กายและจิต) ในช่วงชีวิตภพหนึ่ง หากกายใหญ่ (Subject) จิตก็กลายเป็นแค่ทาส (Object) ที่จะตอบสนองกายอย่างลุ่มหลงในดงกิเลส ตัณหา แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งสองก็ต้องมาสู่วาระสุดท้ายของการลาโลกไปพร้อมกันๆ เรามีกายและจิตไว้เพื่อตอบสนองใครในโลกนี้ ในชีวิตนี้ล่ะ
-----------------<>------------------

ทั้งกายและจิตสำคัญนะครับ
ขอบคุณบันทึกดีดีนี้ค่ะ