"น้ำด่าะบัน" คำนี้ ผมเขียนขึ้นเพื่อเลียนเสียงท้องถิ่นที่พูดถึงอาหารชนิดหนึ่ง อาหารชนิดนี้น่าจะเป็นของโบราณกระมัง เพราะผมจำได้ว่า เมื่อสมัยเด็ก (มากกว่า ๓๕ ปี) ผมเห็นย่านั่งซดเจ้าน้ำชนิดนี้อยู่ โตขึ้นอีกหน่อยก็เห็นแม่กับพ่อซดเจ้าน้ำนี้เช่นกัน ผ่านไปเกือบยี่สิบปี เพิ่งจะเห็นอีกครั้งหนึ่งก็ตอนพ่อกับแม่อายุย่างเข้า ๗๐ แล้ว "น้ำด่าะบัน" น่าจะเขียนเป็นภาษากลางๆว่า "น้ำดากบัน" หรืออะไรสักอย่าง การเขียนแบบนั้นผมเข้าใจเอง โดยพิจารณาจากสำเนียงท้องถิ่นของชุมพรที่ไม่ออกเสียง "ก" สะกด แต่ถ้าใช้คำว่า "ดาก" ในภาษาอิสาน อาจมองเป็นเรื่องอื่นไป อย่างไรก็ตาม ผมก็คงใช้ "น้ำด่าะบัน" แทนการเลียนเสียงเพื่ออาหารชนิดนี้.

   น้ำด่าะบัน น่าจะคือน้ำซุบแบบไทยๆ ระหว่างกินข้าวและกลืนลงไปอาจฝืดคอ น้ำชนิดนี้จะมีประโยชน์ทำให้ลื่นคอ โดยนำช้อนตักน้ำนี้ใส่ในปากแล้วกลืนลองไป ชุ่มคอทีเดียว ขณะที่ผมเขียนบันทึกนี้ เพื่อนท่านหนึ่งซึ่งเป็นสมาชิก GTK (แต่ไม่ได้บันทึกหลายปีแล้วมั้ง) มายืนที่โต๊ะผม พร้อมกับทักว่า "ขยันเขียนจริงๆ" ผมบอกว่า "อันที่จริงผมขี้เกียจเขียนนะ แต่ที่เขียนเนี่ย เพราะเสียดายความรู้ที่อยากบันทึกไว้เท่านั้น" เพื่อนมาดูว่าผมเขียนอะไร ผมถามเพื่อนว่า "สิ่งที่เห็นอยู่ในภาพนั้นคืออะไร" เพื่อนตอบว่า "ลูกชิ้น" ทำให้ผมงง เพราะความคิดที่ผมคิดอยู่ ผมไม่เคยมองเลยว่าเป็นลูกชิ้น

  เมื่อเดือนก่อน ผมเห็นแม่นั่งกินข้าว มีเจ้าถ้วยใส่น้ำชนิดนี้อยู่ ผมเอ๊ะใจว่า "เอ้อ ไม่ได้เห็นอาหารชนิดนี้นานแล้ว" จึงเก็บภาพไว้เพื่อนำมาบันทึกใน GTK วันนี้มีเวลานิดหน่อยก็เลยมาบันทึกเก็บไว้ ผมถามแม่ว่า "ทำมาจากอะไร และทำอย่างไร" เท่าที่ผมจำส่วนผสมได้คร่าวๆคือ น้ำ พริก (หั่นหัวหอมด้วยก็ได้) กะปิ (ทำเองและหอม) และที่สำคัญซึ่งลอยอยู่นั้นคือ "ลูกมะกอก" ที่ปอกเปลือกแล้ว

  ก่อนเขียนบันทึกนี้ ผมเข้าไปในเวบสมุนไพรไทย เพื่อหาว่า ลูกมะกอก มีคุณค่าทางสมุนไพรอย่างไร ในเวบนี้ พบว่า ชุ่มคอ แก้กระหายน้ำ บำบัดโรคธาตุพิการ ฯลฯ

  อย่างไรก็ตาม เมื่อมองดูน้ำแล้ว มันคล้ำๆ เหมือนกับน้ำคลำในเมืองหลวง หากแต่ความหอมและรสชาติระหว่างน้ำด่าะบันกับน้ำคลำนั้นแตกต่างกัน สรรพคุณก็แตกต่างกัน ดังนั้น แม้จะดูคล้ายกัน แต่ไม่ใช่อย่างเดียวกัน

   จากอาหารชนิดนี้ ทำให้ผมนึกถึงว่า อาหารไทยๆ นั้นล้วนแต่สรรพคุณ คนไทยสมัยก่อนโชคดี มีอาหารแก้พิษ ต้านพิษในร่างกายได้มากทีเดียว