"หนังสือเปลี่ยนชีวิต : เข็มทิศชีวิต (ฐิตินาถ ณ พัทลุง)"


อะไรที่ทำแล้วไม่ได้ผลให้เปลี่ยนวิธี เปลี่ยนความเชื่อ เปลี่ยนกลยุทธ์ เปลี่ยนความคิดการกระทำ

.........เมื่อครั้งวัยเยาว์ ฉันจะถามตัวเองอยู่สมอว่าทำไมเราต้องอ่านหนังสือ // อ่านแล้วมันจะเข้าในสมองไหม อ่านแล้วแล้วจะมีความรู้เพิ่มขึ้นหรอ ?? ถ้าจะให้อ่านนะต้องมีภาพการ์ตูนหรือภาพประกอบด้วยมันถึงจะจำ!! 

.........จนระทั่งฉันเริ่มเติบโตและเริ่มรู้แล้วว่าหนังสือทุกเล่มที่ได้จัดพิมพ์ขึ้นมานั้นให้ประโยชน์แก่ผู้อ่านมากมาย หนังสือไม่เคยให้โทษ มันอยู่ที่ว่าเมื่อเราอ่านแล้วจะซึมซับเข้าไปในสมองมากเพียงไร ? ถ้ามันให้โทษเขาก็คงไม่ตีพิมพ์ขึ้นมาหรอก และหนังสือเล่มแรกที่ฉันได้ฝึกอ่านก็คือ หนังสือเรียนจากโรงเรียน จากนั้นก็เริ่มหยิบจับหาซื้อหนังสือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทั้งหนังสือเรียน ไม่ว่าจะนวนิยาย หรือนิยายรวมทั้งการ์ตูน และหนังสือที่ให้ข้อคิดดีๆและากประสบกาณ์ผู้เขยนเองทำให้เรานำไปใช้ใชีวิตได้ และฉันก็พบเจอหนังสือเล่มหนึ่งที่ให้อะไรมากมาย ๆ รวมทั้งการให้แง่คิดใช้ชีวิตทีไม่ประมาณและการแนะนำอะไรหลายอย่างทั้งเรื่องเงินทอง อีกทั้งเป็นหนังสือจากประสบการณ์ชีวิตของผู้เขียนเองจนเขาผ่านอะไรแย่ๆมามายจนพบความสำเร็จของชีวิตโดยเขาสู้และอดทน

**** หนังสือนี้เป็นแบบอย่างที่ดีและฉันก็ได้มาครอบครองโดยการหาซื้อมาอ่านและตอนนี้ก็ยังเก็บไว้อยู่ คือ หนังสือเข็มทิศชีวิต อยากให้ทุกคนลองไปหาซื้ออ่านตามร้านหนังสือทั่วไป เป็นหนังสือที่ให้แรงบัดาลใจ-แรงผลักดันให้ก้าวเดินต่อไป หาอนาคตที่ดี         เป็นหนังสือตัวอย่างที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยน........

 

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือ เขียนโดยคุณ ฐิตินาถ ณ พัทลุง เมื่อสามปีที่แล้ว เล่าถึงประสบการณ์และความคิดของเขา หลังจากที่เคยประสบความสำเร็จ เรียนจบปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นเจ้าของธุรกิจของตนเองตั้งแต่อายุ 25 มีครอบครัว มีลูกที่อายุจะครบหนึ่งขวบ เมื่อทราบข่าวร้ายที่เปลี่ยนชะตาชีวิตว่าสามีเสียชีวิตและทิ้งหนี้สินเกือบร้อยล้านให้รับผิดชอบ งานศพสามี มีเจ้าหนี้มาหาพร้อมหน้าเพื่อทวงหนี้ 

.........ทุกคนต่างมีปัญหา บางครั้งปัญหาผ่านไปแล้ว แต่เรานี่แหละที่เก็บมาย้ำคิดย้ำทำไม่ยอมปล่อยวาง ทำให้เกิดทุกข์ เปรียบเสมือนเราถือมีดปักใจ ไม่ยอมปล่อยวางเสียที บางคนยึดติดกับวัตถุ กับความรู้สึก อยากเป็นเจ้าของสิ่งของ หรือคนที่เรารัก ทั้งๆที่เราก็รู้ดีอยู่ว่าตายไปเราก็ไม่สามารถนำอะไรติดตัวไปได้ ใจที่ยึดติดกับทุกข์ของเรานี่แหละคือสิ่งตัวปัญหาที่แท้จริง เมื่อใดที่เราเรียนรู้ความจริงของชีวิต รู้จักปล่อยวาง ทำตัวเราให้มั่นคง เมื่อทุกคนมั่นคง คิดให้ถูกทาง สังคมก็จะมั่นคง และทำให้โลกมั่นคงไปด้วย

////และหลังจากผู้เขียนหนังสือ ประสบปัญหาใหญ่ของชีวิต เขาได้ถอยไปตั้งหลักโดยการไปศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรม และเข้าใจถึงสัจธรรม ไม่เก็บทุกข์ไว้ในใจ แล้วกลับมาแก้ปัญหา ใช้จ่ายให้พอดีตัว ไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตหรูหรา ก็สามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากไม่ว่าจะเป็นรถแพงๆ บ้านหรูหรา และใช้สติในการประกอบธุรกิจ ส่งเสริมให้พนักงานศึกษาธรรมะ เพราะเชื่อว่าการทำธุรกิจที่มีพื้นฐานจากความสุจริตและใจที่ปรารถนาดี มองการทำงานเป็นการทำความดีให้แก่ลูกค้า ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ทำให้พนักงานรู้สึกดีจากการทำงาน และทำให้ผลงานดีขึ้น จนในที่สุดผู้เขียนหนังสือก็ปลดหนี้ได้หมด และลาออกจากตำแหน่งหน้าที่การงาน มาทำสิ่งที่ตนต้องการทำ คือ ปฏิบัติและส่งเสริมธรรมะ มีเวลาว่างก็ไปบรรยาย ให้คนอื่นๆที่มีปัญหา ให้มีกำลังใจ มีความเข้มแข็งในการดำเนินชีวิต

สิ่งที่ฉันชอบการเขียนหนังสือของผู้เขียน คือ การเล่าตัวอย่างสั้นๆที่ทำให้เห็นภาพ โดยจะกล่าวภายในหนังสือว่า "แก้วที่ไม่เคยพอ ที่เราเคยได้ยินว่าแก้วน้ำมีน้ำอยู่ครึ่งแก้ว คนในแง่ดีมองว่ามีตั้งครึ่งแก้ว ในขณะที่คนมองโลกแง่ร้ายจะบอกว่าเหลือแค่ครึ่งแก้วเอง แต่ทำไมเราไม่มองว่าแก้วที่เรามีใหญ่ไป ถ้าเรามีแก้วเล็กกว่านี้ครึ่งหนึ่ง น้ำที่มีอยู่ก็เต็มแก้วพอดี… อีกทั้งหนังสือเล่มนี้ยังพูดถึง ธรรมชาติของชีวิต มีทั้งสุขและทุกข์ เรามักจะเลือกเจอแต่สุข หลีกหนีทุกข์ ทั้งๆที่ทั้งสองความรู้สึกมันมาจากใจเราเอง ถ้าเราควบคุมใจเราได้ กำหนดเป้าหายชีวิตให้ถูกต้อง และดำเนินชีวิตให้ตรงกับเป้าหมาย เลือกคบกัลยามิตร และจบลงตรงที่ว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ เราสามารถสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตได้ แต่ก็อย่าลืมว่า ไม่มีอะไรในโลกที่มั่นคงอยู่ดี ถ้ารู้และยอมรับสัจธรรมข้อนี้แล้วใจเราจะสงบขึ้นมาก.......เนื้อหาภายในเล่มนี้แบ่งเป็นภาคซึ่งมีทั้งหมด7ภาค

ภาคที่ 1 ทบทวน หนังสือพูดถึงก่อนที่เราจะเริ่มออกเดินทางเราควรจะหยุดทบทวนสำรวจตัวเองว่า ทั้งชีวิตเราทำอะไร เพื่ออะไร ลองใช้เวลาทบทวน และลองเขียนคำตอบของตัวเองดูคอยเกตและตามดูความรู้สึกขอตัวเองที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คอยสังเกตแรงผลักดันภายในจิตใจ

ภาคที่ 2 รู้กฎของชีวิต ในแต่ละวันหมั่นสังเกตชีวิตตามดูการทำงานของจิตใจที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา ดูความคิดที่ผุดขึ้นและหายไป

ภาคที่ 3 วางใจให้ถูกต้อง ชีวิตเราเลือกให้มีแต่สิ่งที่เราพอใจไม่ได้ แต่เราสามารถเลือกที่จะจัดการปัญหาด้วยใจที่ไม่เป็นทุกข์ได้

ภาคที่ 4 กำหนดเป้าหมายให้ถูกต้อง การกำหนดเป้าหมายให้ชีวิต เป็นการพัฒนาความมั่นคงและอิสรภาพทางใจ ทุกวินาทีที่จิตใจมั่นคงขึ้นพึ่งพาสิ่งอื่นน้อยลง มีจิตใจที่มีคุณภาพเป็นเพื่อนเป็นที่พึ่งที่แท้จริง

ภาคที่ 5 ใช้ชีวิตให้ตรงเป้าหมาย ค้นหาสิ่งที่รักและเต็มใจที่จะทำอย่างแท้จริงเราจะทำได้เต็มที่และเป็นจุดเริ่มต้นความสุขก็จะเริ่มต้นที่ตรงนี้

ภาคที่ 6 เลือกและรักษาความสัมพันธ์กับคนให้ดี การเลือกคบคนในชีวิตไม่ว่าจะเป็นคนรัก เพื่อน เจ้านาย ลูกน้อง เราสามารถเลือกคนที่เอื้อต่อการพัฒนาจิตใจซึ่งกันและกัน พากันเดินก้าวหน้าไปสู่ความดีไปสู่ความสุขสงบได้

ภาคที่ 7 ทุกอย่างรวมลงที่ใจ ธรรมชาติไม่ได้เป็นอย่างที่เราอยากให้เป็นเราบังคับทุดอย่างให้เป็นไปอย่างที่ใจเราต้องการไม่ได้ แต่เราสามารถฝึกใจ ให้วางใจเท่าทันธรรมชาติ ตัดสินใจเลือกการกระทำแต่ละขณะด้วยความรู้สึกตัว ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์

จากหนังสือเข็มทิศชีวิตหนังสือเล่มนี้จริงๆแล้วไม่ได้พูดถึงอะไรพิเศษ ไม่มีทางออกที่มหัศจรรย์ ทุกอย่างที่เขียนไว้ จริงๆเราก็รู้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่หนังสือเล่มนี้สื่อก็คือ อะไรคือปัญหา(ใจเรา) ต้องปฏิบัติ(ควบคุมจิตใจ สร้างเข็มทิศของตัวเอง อย่ายึดติดกับวัตถุ หรือกิเลส) ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด มีเวลาให้กับคนที่มีความสำคัญต่อชีวิตเรา ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว มิตร และแบ่งเวลาทำอะไรให้สังคมบ้าง โลกก็จะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ >>> ฝากติดตามหนังสือเข็มทิศชีวิต ของครูอ้อย  ฐิตินาถ ณ พัทลุง เป็นหนังสือที่ดีมากค่ะ ชี้แนวทางสว่างให้เรา #หนทาง มีไว้ให้เราทำสำเร็จ ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จงดงามทุกวัน

 



ความเห็น (8)

ยังเขียนบันทึกไม่จบเนาะ??? ... รัตนา

สวัสดีค่ะ อาจารย์Ongkuleemarn

เมื่อกี้หนูออกไปทานข้าวค่ะ^^ ตอนนี้มาเขียนต่อให้เสร็จแล้วค่ะ เรียนเชิญอาจารย์เยี่ยมชมบันทึกนี้ได้เลยค่ะ สมบูรณ์แล้วค่ะ

ขอบคุณมากค่ะอาจารย์ที่มาเยี่ยมชมของหนู

-สวัสดีครับ

-น่าสนใจนะครับ..

-ขอบคุณครับ

สวัสดีค่ะ คุณ เพชรน้ำหนึ่ง

เป็นหนังสือที่ดีมากค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชม

ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณรัตนา อินต๊ะเสน

หนทาง มีไว้ให้เราทำสำเร็จ เราต้องเดินไปให้ถึงปลายทางนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณ สุภรัตน์ รัตนงาม

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมและกำลังใจที่ดีค่ะที่มอบให้

ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณ รัตนา อินต๊ะเสน

เป็นหนังสือที่ให้ประโยชน์มาก ๆ เลยค่ะ

ขอบคุณที่แนะนำหนังสือดี ๆ นะค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณศุภลักษณ์ ศุภผลา

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมบันทึกและความคิดเห็นดีๆนะค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี