ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยจะใส่ใจเรื่องการบ้านการเมือง สิ่งที่ใส่ใจคือสิ่งที่อยู่ตรงหน้าและทำสิ่งนั้นให้ลุล่วง การได้อยู่ในวงการศึกษา ในความคิดของผม ผมถือว่าผมได้ช่วยบ้านเมืองแล้ว แม้ว่ามันจะไม่ยิ่งใหญ่อะไร แต่ก็น่าจะเหมาะสมกับคนมีปัญญาจิ๊บจ้อยอย่างผม
หลังจากกลับจากบ้านเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผมติดสิ่งเสพติดอันหนึ่งมาด้วย สิ่งนั้นคือ การฟัง คิด ดูข่าวการเมือง ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายปฏิเสธรัฐบาล ทางบ้านอาจจะดูเพียงฝ่ายปฏิเสธรัฐบาล ขณะที่ผมต้องดูทั้ง ๒ ช่อง (มากกว่า ๒ ช่อง) และดูคำประกาศของโฆษกรัฐบาลด้วย ผนวกกับข้อมูลก่อนหน้านั้น คือ ความเป็นไปตั้งแต่การเลือกตั้ง เริ่มตั้งแต่นายกรัฐมนตรี (รักษาการ) เข้ามาเป็นหน่วยหนึ่งของพรรค และผมเอ๊ะใจตั้งแต่ การเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ยังเป็นการติดตามแบบไม่ได้ใจจดใจจ่อ ผมจึงมองว่า ผมไม่ค่อยได้ใส่ใจเรื่องการบ้านการเมือง
ก่อนวันที่ ๙ ธันวาคม มีคำประกาศจากฝ่ายปฏิเสธรัฐบาล กรณี ขอเชิญชวนชาวไทยมาร่วมแสดงพลังอะไรบางอย่าง เพื่อนท่านหนึ่งบอกว่า ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมชะตาเดียวกันที่ไม่รู้จัก เดินทางมาจากที่ไกล แต่เราอยู่ใกล้ กลับนิ่งเฉยอย่างนี้ มันดูกระไรอยู่นะ เพื่อนท่านนี้บอกให้ทราบว่า จะไปซื้อรถจักรยานสักคัน แล้วปั่นไปกับขบวนในวันที่ ๙ ผมไม่ได้ตอบรับอะไร เพียงแต่บอกว่า อืมมม น่าสนใจอยู่เหมือนกัน
คืนวันที่ ๘ ธันวาคม ผมเตรียมของที่คิดว่าจำเป็นใส่เป้สะพายข้าง เป็นผ้ายีนที่น้าให้มา หนึ่งในนั้นที่ไม่ลืมคือ ผ้าขาวม้า เพราะคิดว่า หากวันรุ่งขึ้นผมไปเดินร่วมกับชาวบ้าน หากว่าจำเป็นต้องนอนในที่ชุมนุม ผ้าขาวม้าน่าจะช่วยได้บ้าง รุ่งเช้าวันที่ ๙ จึงขับรถออกไปจอดไว้ที่คณะฯ และเดินออกมา ขึ้นรถตู้หน้าสถาบันการศึกษาไปลงที่รังสิต จากนั้น ขึ้นรถเมล์ไปลงที่ ไอทีสแควร์ เห็นผู้คนจำนวนมาก ผมไม่รู้ว่า เพื่อนที่บอกให้ผมทราบว่าจะมาร่วมเดินทางนั้น จะเปลี่ยนใจหรือไม่ จึงโทรสอบถาม ทราบว่ากินข้าวอยู่ และจะออกไปเร็วๆนี้ ผมจึงบอกว่า ถ้าอย่างนั้นผมจะเดินล่วงหน้าไปก่อน ประมาณ ครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ ผมจึงได้พบเพื่อน ซึ่งเพื่อนกำลังปั่นจักรยานอยู่ เพื่อนบอกว่า ไม่ถนัดที่จะเดิน จึงต้องใช้จักรยาน แต่ในความคิดของผม ผมว่า การเดินจะสะดวกกว่า ระหว่างนั้น มีเพื่อนอีกคนหนึ่ง โทรมาถามผมว่า ผมอยู่ที่ไหน (ผมคิดในใจว่า สงสัยจะหาเพื่อนทำอะไรสักอย่างแน่ๆ) ผมบอกว่า อยู่ที่ชุมนุม กำลังเดินกันอยู่ เพื่อนบอกว่า "ทำไมไม่บอกกันบ้าง กำลังหาเพื่อนไปอยู่เนี่ย" ผมก็เลยบอกไปว่า "ก็มาสิ กำลังเดินกันอยู่" เพื่อนท่านนี้อาบน้ำเสร็จ รีบออกมา แล้วไปลงรถที่แยกลาดพร้าว เรา ๓ คน คนหนึ่งปั่นจักรยาน อีก ๒ คนเดินด้วยเท้า คนหนึ่งใส่รองเท้ากีฬา ส่วนผมใส่รองเท้ายาง (ซึ่งคิดผิดมากๆ เพราะเดินแทบจะไม่ได้ เท้าพอง ระบม ทีเดียว) แต่แล้ว เราก็พลัดหลงกัน โดยเพื่อนที่ปั่นจักรยานตกหลัง ผมกับเพื่อนที่เดิน ได้เดินล่วงหน้าไปก่อน ผ่านอนุสาวรีย์ชัยฯ และถึงเป้าหมาย โทรศัพท์ติดต่อกันได้บ้างไม่ได้บ้าง สุดท้ายหากันไม่เจอ ผนวกกับคนเยอะมาก เพื่อนที่ปั่นจักรยานต้องนอนที่วัดเบญจ์ฯ (และปั่นจักรยานกลับเช้าวันรุ่งขึ้น) ผมกับเพื่อนที่เดินด้วยกันไปรอที่วัดเบญจ์ แต่ไม่ได้พบกัน เพราะนั่งคนละที่ สุดท้ายต้องกลับ เพราะคิดว่ายังไม่ค่ำ ยังสามารถจะเดินไหว เราเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า ลงที่ป้ายถัดไปคืออนุสาวรีย์ฯ ขึ้นรถตู้อยุธยา ลงที่หน้าสถาบันการศึกษา ส่วนเพื่อนอีกคนหนึ่งบอกว่า ไม่ไหวแล้ว ขอตัวไปนวดก่อน เพราะปวดเอวมากๆ ปวดขาด้วย ส่วนผมแม้จะเจ็บเท้า เดินกระโผลกกระเผลก แต่ก็ยังกัดฟันไปเล่นแบตฯต่ออีกนิดหน่อย จึงเลิก
เหตุผลที่ผมไปเดินกับผุ้คนทั้งหลายด้วยเพราะผมอยากบอกรัฐบาลว่า (๑) รัฐบาลมีวาระซ่อนเร้น ไม่ซื่อตรง (จริยธรรม) เหตุผลเล็กๆแค่นี้มันยิ่งใหญ่สำหรับผมมาก เพราะมันหมายถึง ขาดจริยธรรม ผมคิดว่า คนเราถ้าขาดจริยธรรมเสียแล้ว โดยเจตนาไม่ซื่อ ซึ่งคนทั้งหลายอาจจะมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นความฉลาด แต่ผมกลับมองว่า เป็นที่มาของเรื่องไม่ดีอื่นๆ นี้คือเหตุผลหลักของผม นอกจากนั้น มีเหตุผลเล็กๆอื่นๆอีกคือ (๒) การไปดูความจริงว่าคนมากหรือไม่ มีวิถีชีวิตอย่างไร ดีกว่าการนั่งดูนั่งฟังโดยไม่เห็นเหตุการณ์ แล้วผมก็พบวิถีชีวิตต่างๆตลอดเส้นทาง มีความคิดบางอย่างเกิดกับผมพอสมควร
แน่นอนว่า เราอาจเป็นเหยื่อทางการเมืองในการอ้างอิง แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ เพราะการที่เรานิ่งเฉยอยู่ก็เป็นเหยื่อในการอ้างอิงได้ ไม่แตกต่างกับการที่เราเคลื่อนไหว เพียงแต่การเคลื่อนไหวของเรา เพราะเรามีเหตุผลบางอย่างเท่านั้น
เช้าวันพุธ ผมได้เล่าสิ่งที่พบเห็นนั้นให้นักศึกษาฟัง (ประกอบเนื้อหา) นักศึกษาแต่ละคนเปรยว่า เขาอยากไป แต่มหาวิทยาลัยไม่ได้หยุดให้ และหากเป็นไปได้อยากให้มหาวิทยาลัยจัดรถไปให้ ผมได้แต่บอกเขาว่า เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่เราต้องพิจารณาด้วยตนเอง และตัดสินใจด้วยตนเอง อย่ารอคอยให้ใครตัดสินใจให้ เราสามารถจะเป็นได้ทั้งฝ่ายปฏิเสธรัฐบาล และฝ่ายยอมรับรัฐบาล ตามเหตุตามผลที่เราสรุปได้ ซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องหรือถูกต้องก็ได้ อย่างไรก็ตาม ความรู้นอกชั้นเรียนมีให้ศึกษาจำนวนมากทีเดียว