มนุษย์มีเสรีภาพหรือไม่ ?
เสรีภาพ หมายถึง ความมีอิสระในการกระทำของบุคคล การกระทำนั้นต้องไม่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น เช่น มีเสรีภาพในการเขียนแสดงความคิดเห็น แต่ถ้าไปละเมิดสิทธิของผู้อื่น โดยการเขียนโจมตีซึ่งขาดพยานหลักฐาน เช่นนี้ผู้ที่ได้รับความเสียหายก็มีสิทธิที่จะปกป้องชื่อเสียงของตนเอง ด้วยการฟ้องร้องได้หรือเรามีเสรีภาพที่จะเปิดวิทยุภายในบ้านเรือน แต่ถ้าเปิดเสียงดังเกินไปจนรบกวนผู้อื่น เช่นนี้ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่น เป็นต้น[1]
แนวความคิดเรื่องของสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ เริ่มปรากฏขึ้นตั้งแต่ในยุคกรีก อริสโตเติล กล่าวไว้ว่า “มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีเหตุผล ย่อมมีเสรีภาพในการเลือก และด้วยเหตุผลที่ถูกต้องย่อมช่วยให้เขาเข้าถึงธรรมชาติได้ และ ณ จุดนี้เองคือเสรีภาพที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์” โดยแนวความคิดนี้ถือว่า มนุษย์นั้นมีเสรีภาพอยู่แล้วตามกฎธรรมชาติ ภายใต้เหตุผลที่ถูกต้องเนื่องจากภูมิปัญญาของมนุษย์ ต่อมาเริ่มมีแนวความคิดว่ามนุษย์ตามธรรมชาตินั้นมีสิทธิเสรีภาพมาก และเมื่อทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ก็ไม่มีอำนาจในการบังคับซึ่งกันและกันหากไม่มีการลดเสรีภาพของแต่ละคนลงมา การกระทบกระทั่งตลอดจนการขัดแย้งก็จะเกิดขึ้นในสังคมได้ ผู้อ่อนแอต้องตกเป็นทาสและถูกจำกัดเสรีภาพหมด การมีเสรีภาพโดยไม่มีขอบเขตจึงเป็นเหตุใหญ่ให้เกิดการไร้เสรีภาพ การเข้ามารวมเป็นสังคมยอมรับอำนาจการเมืองเหนือตนเป็นรูปแบบการปกครองต่างๆ ก็เพื่อให้อำนาจสูงสุดนั้นสูงเหนือทุกคนเป็นกรรมการคอยรักษากติกาไม่ให้ผู้เข้มแข็งกว่าใช้เสรีภาพโดยไม่มีขอบเขตรังแกผู้อ่อนแอกว่า[2]
คำว่า “เสรีภาพ” มีความหมายที่กว้างมากเป็นความหมายเชิงนามธรรมที่ซ่อนเร้นอยู่ในความเป็นรูปธรรมของการกระทำที่อิสระ ดังนั้นถ้าจะให้คำจำกัดความในความหมายเดียว เป็นเรื่องที่แคบจึงมีผู้ให้ความหมายของคำว่า “เสรีภาพ” ไว้แตกต่างกันออกไปมากมาย ความหมายที่ธรรมดาที่สุดของคำว่า “เสรีภาพ” (freedom) ก็คือ “สภาวะที่ปราศจากการขู่เข็ญบังคับจากพลังภายนอก ดังนั้น “ทาส” จึงไม่มีเสรีภาพ เพราะมีผู้อื่นบังคับอยู่ตลอดเวลา ต่อเมื่อเขาได้รับการปลดปล่อย โดยมีสิทธิที่จะอยู่ในสังคมอย่างเสมอภาคกับผู้อื่น มีสิทธิที่จะทำงานของตนเอง จัดการกับผลิตผลของตน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของตนตามที่ตนเองเห็นสมควร จึงจะมีความหมายว่า เขามีเสรีภาพแล้ว
จึงกล่าวได้ว่าเสรีภาพที่ใช้ในความหมายทางจริยธรรมและสังคมหมายถึง สภาพที่เกิดจากความสัมพันธ์ของคนต่อคนหรือเงื่อนไขของชีวิตของคนในสังคม ทั้งนี้เพราะเสรีภาพ หมายถึง การดำเนินชีวิตโดยปราศจากอำนาจหรือแรงบังคับจากผู้อื่น คน ๆ หนึ่งจะพูดถึงเสรีภาพได้เมื่อเขาสามารถเลือกจุดหมายของเขาเองได้ เขาสามารถเลือกสิ่งที่เขาพอใจได้และไม่เลือกสิ่งที่เขาไม่พอใจได้
ธาตุแท้ของมนุษย์คือ “เสรีภาพ” เสรีภาพที่แท้จริงของมนุษย์ คือ การไม่ยอมจำนนต่อสภาวะของตนเอง และพยายามที่จะเอาชนะ หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสภาพแวดล้อมนั้น มนุษย์ไม่สามารถที่จะเป็นทาสในบางเวลาและมีเสรีภาพในบางเวลา แต่เขาจะต้องมีเสรีภาพตลอดกาล และถ้าหากไม่มีเสรีภาพก็ไม่มีตลอดไปโดยสมบูรณ์เช่น เดียวกัน แต่ถ้าหากเป็นเช่นนั้น มนุษย์ก็ไม่ใช่มนุษย์ ทั้งนี้เพราะ “มนุษย์ คือ เสรีภาพ”
มนุษย์มีเสรีภาพในการเลือกที่จะเป็น เลือกที่จะกระทำ เลือกที่จะปฏิเสธที่จะไม่ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ โดยการเลือกนี้ ปลอดจากพันธนาการของกฎระเบียบประเพณีของสังคมที่คนรุ่นก่อนได้บัญญัติไว้ปลอดจากอาณัติของพระผู้เป็นเจ้า หรือชะตากรรมใด ๆ ปลอดจากเหตุจูงใจ หรือแรงกระตุ้นปลอดจากจิตใต้สำนึก และสิ่งแวดล้อม ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากการตัดสินใจในการกระทำของมนุษย์เอง เพราะมนุษย์นั่นเองที่เป็นผู้ให้คุณค่า ให้ความหมายแก่สิ่งต่าง ๆ ในโลก
เสรีภาพของคน ๆ หนึ่งขึ้นอยู่กับเสรีภาพของคนอื่นทุก ๆ คน ความรับผิดชอบในประเด็นนี้ จึงป้องกันมนุษย์ไม่ให้ทำสิ่งใดตามใจชอบ และก่อกวนสังคมให้วุ่นวาย[3]
[1]http://www.howwto.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E-%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87/
[2] http://www.law-community.com/?name=knowledge&file=readknowledge&id=75
[3] http://www.wareeya.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=5351199
ตามมาอ่านบทความ ค่ะ .. มนุษย์ก็ไม่ใช่มนุษย์ ทั้งนี้เพราะ “มนุษย์ คือ เสรีภาพ”