อำนาจ
มือใครใต้เงาเดือด
จะเปื้อนเลือดประชาชน
หลงกำอำนาจตน
หรือหลงกลอำนาจกรรม
หมดแล้ววาสนา
หมดศรัทธาสองฉนำ
สูงเด่นเป็นผู้นำ
สิ่งที่ทำนั้นเพื่อใคร
เพื่อตนและครอบครัว
หรือเพื่อตัวของผู้ใด
คนจนทนทั่วไทย
เคยทุ่มใจให้นายก
ยิ่งทำก็ยิ่งเห็น
เคยสูงเด่นก็ต่ำตก
พวกข้าและสาวก
พยายามยกจนเลิศลอย
เป็นเองไม่ทำเอง
เพราะกริ่งเกรงความเถื่อนถ่อย
สองปีที่รอคอย
นั้นไม่น้อยที่คอยมา
ประชามาขับไล่
หากยึดไว้ต้องเข่นฆ่า
อำนาจคงคลาดคลา
ควรบอกลาแล้วจากจร
ความหมายได้ใจเลยค่ะ
ความคมคายในบทกลอนยังเต็มร้อยเสมอนะคะ
ภาพนี้มีปริศนานะคะ
พยายามจะยึดเอาไว้ หรือพยายามจะปีนป่ายออกมา
กับดัก.....แห่งอำนาจ
กับดัก .....แห่งเงินตรา
หรือกับดัก ......อื่นๆ อีกมากมาย
...เล่นการเมือง ก็เหมือนเล่นกีฬานะคะอาจารย์... มีแพ้ มีชนะ ผู้เล่นต้องเคารพกฎกติกา ที่สำคัญต้องมี...sporting spirit นะคะ
เพียงแค่ ทุกๆคน กลับเนื้อลับับตัว มีกตัญญูกตเวทิตาธรรม กำกับตน เท่านั้น สามารถ แก้ปัญหาได้ทุกสิ่ง
แน่ที่สำคัญ คนไทยมิได้ใช้ธรรมนี้กำกับ หน่ำซ้ำ ยังชาชินในการไม่มีธรรมนี้ เพราะไม่รู้ตัวว่า เนรคุณ เพราะพยายามยกสะพานออกจากผู้มีพระคุณที่มอบออกซิเจนให้ทุกๆศาสนทูต ทุกๆมหาบุรุษเสพ. นั่นคือ การฝึกจิตให้ชาชินกับการเนรคุณ จึงไม่สามารถ มีธรรมนี้ครอบครอง เพื่อกำกับจิตตนไว้
หากทดลองก่อน อย่าเพิ่งเชื่อ ลองปลดปล่อยตน ออกจากมายาคติปิดกั้นในการมีองค์ธรรม องค์นี้ก่อน. เราก็จะพบผู้ที่เราสามารถมอบตัว ศรัทธาความยุติธรรม และ อัยการ หรือ ทนาย ก็ห่างจากเรา ทุกคนมีที่มอบตัวในทุกๆคดีผิดพน้อมกัน การสมานสามัคคี เกิดทันที คนที่เป็นคนดีในกระพริบตา ใยจะไม่มาร่วมมือกันก่อร่างสร้างความดีเล่า
แต่ ท่านกล้าไหมล่ะ ที่จะมีกตัญญูธรรมนั้น คือ กล้ารับในคุณค่า อันง่าย และ ตรง ทันใช้นั้น คุณค่า การมีพระเจ้าเป็นสิ่งกตัญญู มันมหาศาลอย่างที่ผู้มีพระเจ้าเป็นสิ่งปิดกั้น ปฎิเสธ ถึงเนรคุณ คาดเดาไม่ถึงเลย นอกจาก “ลองก่อน อย่าเพิ่งเชื่อ”
แต่ก็นั่นแหละ เรามีพระเจ้ากันทั้งสองฝั่งแล้วนี่นะ ทั้งฝั่งที่กตัญญูเสมอ กับฝั่งที่มีพระเจ้าเป็นสิ่งปิดกั้น ปฎิเสธ (ฝึกให้จิตตน)เนรคุณ