....ผมได้มาจากงานสัปดาห์แห่งชาติครั้งล่าสุด...เป็นหนังสือลดราคา แต่มีคุณค่าสำหรับผมมากครับ
เพราะชอบในชื่อหนังสือ...และนักเขียนทั้งห้าท่าน เป็นคนที่ผมชอบมาก
แค่เปิดหน้าแรก...โดนใจ...เราเป็นในสิ่งที่เราอ่าน
เป็นหนังสือที่ผมชอบนั่งอ่านริมน้ำวันอาทิตย์...ใช้เวลาประมาณห้าวัน...เป็นช่วงรอคอยที่ลูกชายเรียนเปีนโน


...หมายเหตุของสำนักพิมพ์ หรือเสมือนคำนำ...โปรยปรายด้วยถ้อยคำเล็กๆ แต่บ่งบอกลีลาผู้เขียนเป็นอย่างดี “ โลกของ เช็ค (สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ) นั้นเต็มไปด้วยอุดมคติและเขาสามารถแสดงออกได้อย่างเต็มที่ โลกของ เวียง (วชิระ บัวสนธ์) ก็คือเวียงเขาเป็นนักเล่าเรื่องชั้นดี เล่าได้ยาวๆและหนักแน่น โลกของ เสี้ยว (เสี้ยวจันทร์ แรมไพร) นั้นค่อนข้างเหนือจริงและเกินจริงอยู่บ่อยๆแต่ก็สนุก โลกของ บัญชา (บัญชา อ่อนดี) ดูเงียบๆนิ่งแต่ลึก ส่วนโลกของผม (วิรัตน์ โตอารีย์มิตร) ค่อนข้างมั่วๆแปรปรวนบางทีสุข บางทีเศร้า อ่านแล้วลืมๆบ้างก็ได้ ”


....นักเขียนทั้งห้าท่านจะพลัดกันเขียนถึง ชีวิต-มิตรสหาย-ลูกผู้ชาย-ความรัก ตัวอย่างนะครับ...
ชีวิต ของนักเขียนกลุ่มหนึ่งว่ามีวิธีการใช้ชีวิตอย่างไร ต่างจากอาชีพอื่นตรงไหน
มิตรสหาย ความเป็นเพื่อนของทั้งห้าอธิบายได้ดี เช่นเหตุการณ์ที่เดินทางไปบางแสนและน่าน ในกลุ่มนี้มีการเขียนถึงเรื่องเดียวกันซ้ำบ้าง แต่มีมุมมองต่างกันไป


....ลูกผู้ชาย คงไม่ต้องอธิบายมากถึงเพศชาย แต่สิ่งที่ทำให้ผู้ชายมารวมกันนี่ อย่าลืมว่าต้องมีกิจกรรมมาร่วมกัน แม้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องน้ำเมา แต่ก็เข้าคู่ได้กับคำว่า ผู้ชาย หรือ แมนๆได้ดี
ความรัก สำหรับพวกพ้องคงไม่ต้องกล่าวถึงมาก ในการมาร่วมกันเขียนคอลัมน์เดียวกันแบบผลัดกันเขียน แล้วยังตามมารวมเล่มกันอีก

....และตัวอย่างบางตอนกับพี่เช็ค-สุทธิพงษ์ นักเขียนและพิธีกรรายการ คนค้นคน ที่สร้างชื่อในการก้าวมายืนอยู่เบื้องหน้า(เสียที)หลังจากอยู่กองหลังอยู่นานในวงการโทรทัศน์ไทย และด้วยการเคยเป็นอดีตผู้ใช้ชีวิตริมฟุตบาธ ตลาดนัดท้ายรถกระบะ และคณะละคร หลังจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ ทำให้งานเขียนของเขามักตั้งคำถามกับชีวิตเป็นระยะ เช่น (ตอนความกล้า)


“ ชีวิตคนเราจะมีความหมายอะไร ถ้าเดิมเชิดหน้า อวดอ้าง โชว์ความสุข ความสำเร็จ ความเก่งกาจสามารถของตัวเองอย่างแห้งแล้งเห็นแก่ตัว อยู่ภายใต้เงาของความหวาดกลัวที่ตามหลอกหลอน ”


และทุกเรื่องก็โยงมาที่ชีวิตที่ผ่านมา เช่น ความกล้าที่จะบอกเลิกหญิงสาว กล้าปฏิเสธชีวิตที่พ่อเลือกให้ หรือในตอนเรื่องชีวิตของอาจารย์กู้ จากข้อหาเปรตกู้กับเรื่องการยอมรับโทษแทนเพื่อนในวัยเด็ก หรืออีกตัวอย่าง เกี่ยวกับแฟนเก่าที่มีคำแบบคมๆว่า


“ ผม ไม่อยากให้เธอจากไป..ผมจึงแอบขังเธอไว้ข้างในตัวเองหลายปี ผมคิดว่าเธอยังอยู่...แต่วันหนึ่งเมื่อเปิดออกดูผมพบว่าไม่มีเธอ มีแต่ความเชื่อของผมเอง ”

...และที่ผมชอบมากที่สุดกับบางบทความของพี่เช็ค...เราไม่จำเป็นต้องเป็นคนดี...
“และเพราะคิดว่ารู้ดี รู้ชั่วนี่แหละ ที่ทำให้ผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องเป็นคนดี
แต่จำเป็นที่จะต้องไม่เป็นคนเลว...”

อยากให้ทุกท่านได้อ่านจังครับ...ราตรีสวัสดิ์....

 

.........

ชื่อหนังสือ : โลกหมุนไปวันวัน 
นักเขียน : สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ วชิระ บัวสนธ์ เสี้ยวจันทร์ แรมไพร บัญชา อ่อนดี และวิรัตน์ โตอารีย์มิตร
สำนักพิมพ์ : บางเล่ม
พิมพ์ครั้งแรก : มีนาคม 2547 จำนวน 335 หน้า