เช้าวันนี้หลังจากทานอาหารมื้อหลังสุด  และละหมาดซุบฮิเสร็จสิ้น  ก็มานั่งหน้าคอมฯ  เลยเกิดความคิดที่ติดค้างในใจตัวเองมาก่อนเกี่ยวกับเรื่องการเรียนรู้ของมนุษย์เรา  

เป็นเรื่องที่น่าแปลก   ตรงที่ว่าเมื่อครั้งโบราณกาลการเรียนรู้ก็มาคู่กับคนมันเป็นไปแบบกลืนเป็นธรรมชาติมากกว่า      แต่พอเมื่อมนุษย์พยายามหยิบเจ้าตัว  "การเรียนรู้"  มาทำให้เป็นระบบมากขึ้น  เพื่อให้คนอื่นๆได้เรียนรู้    แทนที่การเรียนรู้จะงอกงามกว่าเดิม  แต่มันกลายเป็นภาพที่แปลกออกไป    แสดงว่าความพยายามที่จะจัดการการเรียนรู้ที่ผ่านมานั้น   ต้องผิดพลาดตรงไหนสักแห่งหรือเปล่า?

ทุกวันนี้เรามีโรงเรียนแทบทุกตำบล   มีวิทยาลัย   มหาวิทยาลัยอีกหลายๆแห่ง  ค่อนข้างจะมากพอ    ผลิตนักเรียน  นักศึกษา  บัณฑิตออกมาแต่ละปีจำนวนมากมาย    คนที่จบออกมานั้น  เหมือนกับว่าผ่านการเรียนรู้มาอย่างเป็นระบบ  ตามความเข้าใจของผมเมื่อก่อน     พอกลับมาบ้านก็เห็นคนที่ไม่ได้เรียนอย่างเรา   เลยคิดเอาเองว่า  เขาไม่มีการเรียนรู้    เข้าใจว่า  คนหลายคนคิดแบบนี้มาก่อน  

ถึงวันนี้ชักไม่แน่ใจ???????

เมื่อเราได้พบคนมากขึ้น   พบเหตุการณ์มากขึ้น  พบว่าหลายๆคนที่พลาดโอกาสการเรียนรู้ในระบบการศึกษา   แต่ความคิด  ความอ่านของเขาดีมาก   ที่สำคัญคือ   เขามีทักษะการตั้งคำถามให้กับตัวเองดีมาก    ดีกว่าผมตอนเรียนหนังสือหลายเท่าตัว      เลยคิดเตลิดต่อไปอีกว่า   ไม่เลวนะ!   ถ้าเราคิดวิธีการเรียน-การสอน (ทั้งใน และนอกระบบ  หรือทั้งที่เป็นทางการ และเป็นธรรมชาติ)   คิดค้นหาวิธีที่ทำให้คนเกิดคำถามขึ้นในใจ  และต้องเป็นคำถามที่มีแรงพอ  หรือมีพลังพอที่จะกระชากใจคนให้ลุกขึ้นมาทดลอง  หรือค้นคว้าหาคำตอบนั้น    

การเกิดปรากฏการณ์แบบนี้มันคงไม่ได้เกิดขึ้นมาง่ายๆ   เอ๊ะ! ทำไมหล่ะ?????

ผมเดาเองว่า   เราไม่ค่อยให้ความปราณีตในการฟัง  คิด  อ่าน พูด เขียน    ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นทักษะทั้งนั้น    ที่นี่พอมันเป็นทักษะ   มันต้องฝึก   มันจึงจะได้กับตัวเอง    มีเงินแสนล้านก็ซื้อหาไม่ได้ 

เอ????   แล้วทุกวันนี้การให้ความปราณีตกับการพัฒนาทักษะพื้นฐานเหล่านี้มีมากน้อยเพียงใดหนอ?????

แดดสว่างแล้ว  ต้องพับเก็บความคิดล่องลอยใส่กล่อง Gotoknow เอาไว้เพียงนี้ก่อน  แล้วค่อยมาเปิดปะติด ปะต่อใหม่อีกที