ประเภทของเกม
เราสามารถแบ่งเกมออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 2ประเภท คือ
1.เกมที่มีผลรวมเป็นศูนย์ (zero-sumgames) เป็นเกมที่ผลรวมผลได้ของผู้ชนะมีค่าเท่ากับผลรวมความเสียหายที่ผู้แพ้ได้รับและที่หนักที่สุดคือผู้ชนะได้หมดที่เราเรียกว่า “The winner takeall” ซึ่งผู้เสียจะสูญเสียไปทั้งหมด
2. เกมที่มีผลรวมไม่เป็นศูนย์ (nonzero-sumgames) เป็นเกมที่มีกลยุทธ์ที่ผลได้ของผู้ชนะมีค่าไม่เท่ากับความเสียหายที่ผู้แพ้ได้รับในเกมชนิดนี้ผู้แข่งขันทุกคนอาจเป็นผู้ชนะ (win-win) หรือในทำนองกลับกันก็อาจจะเป็นผู้แพ้(loss-loss) ทั้งหมดก็ได้จากที่กล่าวมาข้างต้นเมื่อนำมาวิเคราะห์กับสถานการณ์การเมืองของไทยในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าเป็นการเล่นเกมแห่งอำนาจอย่างชัดเจน โดยมีผู้เล่นอยู่หลาย ๆฝ่าย ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ขั้ว อย่างชัดเจน คือ 1. กลุ่มอำนาจเก่า 2. กลุ่มอำนาจใหม่
แต่เมื่อเรานำทฤษฎีเกมเข้ามาวิเคราะห์แล้วจะเห็นได้ว่า “เป็นเกมแห่งการแย่งชิงและรักษาอำนาจ” แต่ว่าเกมแห่งอำนาจของการเมืองไทยนี้มีปัจจัยที่จะต้องนำมาศึกษาและวิเคราะห์เพื่อประกอบในกลยุทธ์ที่จะใช้ต่อสู้เพื่อแย่งชิงและรักษาอำนาจที่ว่านั้นมีปัจจัยแตกต่างและมากกว่าประเทศอื่นพอสมควร ที่ว่าแตกต่างจากประเทศอื่นก็คือโดยปกติแล้วการตัดสินเกมแห่งอำนาจเพื่อชัยชนะทางการเมืองในบรรดาประเทศประชาธิปไตยทั่ว ๆ ไปแล้วผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ชี้ขาดก็คือ ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งผู้ที่ทำหน้าที่คอยตรวจสอบและรักษากติกาก็คือองค์กรที่จัดการเลือกตั้งและองค์กรตุลาการที่พิจารณาพิพากษาคดีในกรณีที่มีปัญหาในด้านความชอบด้วยกฎหมายเกิดขึ้น แต่ว่าประเทศไทย นอกเหนือจากปัจจัยที่ว่ามานี้แล้วยังมีปัจจัยอื่นที่จะต้องนำมาพิจารณาอีกอาทิ กลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่อยู่เบื้องหลังพรรคการเมือง กลุ่มอำมาตยาธิปไตยกลุ่มพลังอำนาจทั้งในระบบและนอกระบบ เช่นกลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อฟ้า หลากสีหรือชนชั้นกลาง ตลอดจนผู้คนที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือในสังคม และที่ลืมไม่ได้ก็คือกลุ่มคนที่อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงษ์ เรียกว่าเป็นกลุ่มชนชั้นกลางใหม่หรือกลุ่มคนเสื้อแดง (ไม่ว่ากลุ่มนี้จะเป็นชาวบ้านหรือนักกิจกรรมและนักวิชาการก็ตาม) เป็นต้น
เกมที่เล่นในชีวิตจริงมีองค์ประกอบ 5 อย่าง ได้แก่
1. ผู้เล่นหรือผู้ตัดสินใจ มี 2 อย่าง กล่าวคือผู้เล่น 1และผู้เล่น 2
2. กลยุทธ์ของผู้เล่นแต่ละคน แนวคิดของเกมทุกเกมคือการที่เราดูปฏิสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ หมายความว่าการตัดสินใจของฝ่ายตรงข้ามจะมีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของเรา ดังนั้นภายใต้การกระทำที่เราเลือกได้ เราจะเลือกการกระทำตอบโต้แบบไหนที่เหมาะสมที่สุด แต่สิ่งที่ทำให้วิธีการศึกษาแบบนี้มีความสำคัญคือแนวคิดเรื่องดุลยภาพ (equilibrium) เพราะการที่ผู้เล่นมีปฏิสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กัน และเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กันไปเรื่อยๆ ในที่สุดเกมจบลง ณจุดที่เรียกว่า ภาวะดุลยภาพ คำว่า ดุลยภาพคือ ภาวะที่ผู้เล่นไม่ต้องการเลือกหรือไม่ต้องการเบี่ยงเบนออกจากภาวะนั้น โดยยกตัวอย่างผู้เล่นคนหนึ่งมีทางเลือกสามทาง และคู่ต่อสู้มีทางเลือกสองทาง ภาวะดุลยภาพคือผู้เล่นคนที่หนึ่งเลือกทางเลือกที่สอง ส่วนคู่ต่อสู้เลือกทางเลือกที่หนึ่งถ้าทางเลือกของทั้งสองฝ่ายอยู่ในดุลยภาพแล้วผู้เล่นทั้งสองจะไม่มีแรงจูงใจที่จะเปลี่ยนไปเลือกทางเลือกอื่น ด้วยเหตุนี้ประโยชน์ของทฤษฎีเกมคือ การศึกษาดุลยภาพในปฏิสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ทำให้เราพอคาดเดาได้ว่าผลสุดท้าย ของการปฏิสัมพันธ์จะเกิดอะไรขึ้น ผลสุดท้ายคือทางเลือกของทั้งสองฝ่ายที่จะทำให้การกระทำหยุดนิ่งโดยไม่เบี่ยงเบนออกจากจุดนั้นแล้ว
3. กฎกติกาที่ใช้ในการควบคุมการตัดสินใจและแสดงพฤติกรรมของผู้เล่นแต่ละคน
4. ผลคะแนน คะแนนที่ผู้เล่นแต่ละคนได้รับเนื่องจากตัดสินใจเลือกทางเดิน
5. การมีส่วนได้ส่วนเสียที่สะสมขึ้นเรื่อยๆของผู้เล่นแต่ละคน เนื่องมาจากคะแนนสะสม
หนังสืออ้างอิง
วิกิพีเดีย. ความลำบากใจของนักโทษ.http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A9
วิกิพีเดีย. ทฤษฎีเกม.http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A1
คริส โปตระนันทน์. เกมนิรโทษกรรม เกมที่ไม่ขำของประชาชน.http://prachatai.com/journal/2013/11/49659
บาว นาคร.การเมือง : เกมส์และการช่วงชิงอำนาจ.http://www.oknation.net/blog/print.php?id=204203
ภาวิน ศิริประภานุกูล. ทฤษฎีเกมกับปัญหาของประชาธิปไตย (ก).http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2006q4/2006october23p1.htm
อภิชาต ชยานุภัทร์กุล. ทฤษฎีเกม. http://www.psstainlessthailand.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538855679&Ntype=2
วิทยา พรพัชรพงศ์. ทฤษฎีเกม.
http://www.gotoknow.org/posts/71847
สมสกุล เผ่าจินดามุข. Game Over ดุลยภาพแห่งเกม.http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2006q1/2006march02p9.htm