เช้าวันที่ ๒๓ ก.ย. ๕๖ ผมถามคุณเดชา ศิริภัทร ว่ามูลนิธิข้าวขวัญเป็นอย่างไรบ้าง    จึงได้เรียนรู้เรื่องสำคัญของบ้านเมือง

          คุณเดชา ตอบว่า ตอนนี้ มขข. จัดอบรมการทำนาแบบปลอดสารพิษไม่ทัน   เพราะจัดได้เพียงเดือนละครั้ง    รับได้ครั้งละไม่เกิน ๕๐ คน    อบรมวันศุกรถึงวันอาทิตย์ รวม ๓ วัน    มีคนสมัครล้นจำนวนที่จะรับได้   โดยที่คนที่สนใจเป็นคนหนุ่มสาวที่มีการศึกษาและหน้าที่การงานดี อยู่ในกรุงเทพ    อายุมักจะอยู่แถวๆ ๓๐ - ๔๐ ปี    และอยากย้ายไปอยู่ในชนบท ซึ่งอาจเป็นภูมิลำเนาเดิม และอาจมีที่ดินอยู่แล้ว    จึงอยากกลับบ้าน ไปทำการเกษตร

          คุณเดชาบอกว่า คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังเรื่อง ฉันจะเป็นชาวนา ที่แสดงโดยคุณอุ้ม สิริยากร พุกกะเวส ซึ่งดูได้ที่ , , ,   ยังมีตอนอื่นๆ อีก ค้นดูเอาเองนะครับ

          ผมมาค้นที่บ้านจึงพบว่าเธอเขียนหนังสือ ฉันจะเป็นชาวนา : คู่มือทำนาอินทรีย์สำหรับคนรุ่นใหม่ออกเผยแพร่ด้วย

          ผมนำเรื่องนี้ไปเล่าให้คุณเปา (ปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร) ผู้จัดการมูลนิธิสยามกัมมาจลฟัง    เธอบอกว่าใช่   เวลานี้มีคนเมืองรุ่นใหม่อยากกลับไปทำการเกษตรในชนบทกันมาก    โดยบางคนยังทำงานตามปกติได้ด้วย   เพราะงานสมัยนี้ หลายส่วนทำที่บ้านได้ โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศช่วย  

          เราจึงคบคิดกันว่า จะหาทาง mapping คนกลุ่มนี้    หาทางเชื่อมโยงเครือข่าย และขับเคลื่อนขบวนการนี้   เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนชนบททั่วประเทศ

 

 

วิจารณ์ พานิช     

๒๔ ก.ย. ๕๖