AARP (สมาคมคนเกษียณสหรัฐฯ) ตีพิมพ์เรื่อง '8 แหล่งเชื้อโรคใกล้ตัว', ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง และขอฝากเคล็ดไม่ลับในการเพิ่มผัก "สำหรับคนไม่ชอบผัก" ครับ
แหล่งเชื้อโรคใกล้ตัวเรา 8 แห่งได้แก่
(1). เมนูร้านอาหาร-ภัตตาคาร
(2). ชิ้นเลมอน
เลมอน (lemon) เป็นผลไม้คล้ายมะนาว เปรี้ยวน้อยกว่า สีออกส้มเหลือง
นิยมนำชิ้นเลมอนมาแต่งแก้วเหล้า ซึ่งมีการศึกษาในปี 2007/2550 พบว่า 70% ปนเปื้อนเชื้อโรค
.
(3). ขวดซอส-เกลือ-พริกไทย (ในร้านอาหาร)
(4). ประตูห้องน้ำ
ห้องน้ำที่น่าจะดีสำหรับคนหมู่มาก เช่น โรงเรียน โรงงาน โรงแรม ฯลฯ คือ ห้องน้ำที่ไม่มีลูกบิดประตู
ใช้ทางเดินซิกแซ็ก บังตาแทน เพื่อลดการสัมผัสประตูห้องน้ำ
.
(5). สบู่กด (soap dispenser)
การศึกษาหนึ่งพบว่า สบู่เหลวแบบใส่กล่องติดฝาผนัง และใช้กดออกมา มีเชื้อโรคสะสม 25%
ทางที่ดี คือ ให้เช็ดทำความสะอาดภาชนะ หรือกล่องใส่สบู่ทุกวัน (ถ้าทำได้)
.
ถึงแม้จะมีเชื้อปนเปื้อนที่สบู่กด ทว่า... ถ้าล้างมือให้ถูกวิธี 20 วินาทีขึุ้นไป และผ่านน้ำสะอาด
เชื้อที่ปนเปื้อนก็หลุดไปได้เช่นกัน
.
(6). รถเข็นในห้างสรรพสินค้า
พบมีเชื้อโรคสะสม = 2/3 ของทั้งหมด
.
(7). ห้องน้ำบนเครื่องบิน
(8). โรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา
.
วิธีที่น่าจะดี คือ พกเจลแอลกอฮอล์ที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60% ติดตัวไปด้วย และถูมือด้วยเจลบ่อยหน่อย
ถ้าเลือกที่นั่งได้... ให้เลือกที่นั่งที่ห่างจากคนไอ-จาม อย่างน้อย 2 ที่ันั่ง
.
ละอองฝอยจากการไอ-จาม จะกระจายไปรอบๆ อย่างน้อย = 0.9-2 เมตร
และกระจายไปได้ไกลกว่านั้่นในที่อับลม หรือห้องแอร์
.
เชื้อโรคในโรงพยาบาล คลินิก หรือร้านขายยา ส่วนใหญ่ติดต่อผ่านมือ
เนื่องจากเชื้อโรคทางเดินหายใจหรือทางเดินอาหาร ส่วนใหญ่จะกระจายผ่านเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย หรือมือที่ปนเปื้อน
.
ถ้าเราพกสบู่ก้อนเล็ก ราคาไม่แพง (1-2 บาท)
ไปไหนก็ล้างมือ แล้วทิ้งไว้ให้คนอื่นใช้ต่อ (ได้บุญด้วย)
.
ขอเสริมเรื่อง "วิธีเพิ่มผัก (สำหรับคนไม่ชอบผัก)" คือ
.
(1). ถ้าชอบซอสมะเขือเทศ
.
ซอสมะเขือเทศเป็นแหล่งผักง่ายๆ ใกล้ตัวที่ดี
ทว่า... มีน้ำตาลค่อนข้างสูง
.
วิธีเพิ่มผักผ่านซอส คือ ให้เตรียมซอสพริิก 2 สี (พริกแดง-พริกเหลือง) ไว้ที่บ้าน
ซอสมะเขือเทศกับซอสพริกส่วนใหญ่จะมีกระเทียมปนอยู่ด้วย และมีน้ำตาลต่ำกว่าซอสมะเขือเทศ
.
แนะนำให้ผสมซอสมะเขือเทศ + ซอสพริกเหลือง + ซอสพริกแดง เข้าด้วยกัน (เลือกที่มี % พริกสูง เช่น ตราฉลากทอง ฯลฯ
แบบนี้จะได้ผัก 4 ชนิด = มะเขือเทศ + พริกเหลือง + พริกแดง + กระเทียม แบบสบายๆ
.
(2). กินถั่วฝัก หรือถั่วสด
ถั่วฝักหรือถั่วสดสีเขียว (green pea) มีคุณสมบัติกลางๆ ระหว่างผักกับถั่วเมล็ดแห้ง
คือ แคลอรีต่ำกว่าถั่วเมล็ดแห้ง เช่น ถั่วลิสง ฯลฯ
.
แถมยังมีสารคุณค่าพืชผัก หรือพฤกษเคมีสูง
การซื้อผักแช่แข็ง หรือถั่วแช่แข็งไว้ที่บ้าน อุ่นด้วยไมโครเวฟ จะทำให้ได้พืชผักแบบเร็วทันใจ
.
(3). กินเมล็ดพืช
เมล็ดพืชส่วนใหญ่มีโปรตีน และไขมันชนิดดีสูง ทำให้อิ่มนาน ไม่หิวง่าย ไม่หิวบ่อย
นิตยสารแนชเนา จีโอกราฟฟิค (National Geographic) เพิ่งตีพิมพ์ภาพอาหารเด็กอาฟริกันที่ถูกกองโจร บังคับไปทำงานในเหมืองว่า ทำไมยากจนแต่แรงดี
.
อาหารของคนงานเหมืองอาฟริกันเป็นข้าวปนกับถั่วลิสงต้ม... ตรงนี้บอกเป็นนัยว่า เมล็ดพืช+ถั่ว น่าจะเป็นอาหารเสริมสำหรับคนไม่ชอบผักที่ดีทีเดียว
คนที่ผอมมากๆ เช่น เป็นมะเร็ง วัณโรค เป็นโรคถุงลมโป่งพอง ฯลฯ หรือคนสูงอายุ, ถ้าผสมงาทุบในข้าว ปนถั่วต้มในข้าว = มื้อเดียวมี "ข้าว-ถั่ว-งา" ครบ จะได้โปรตีนชนิดดีมากแบบราคาถูก กินไปพร้อมกับข้าวอื่น จะได้อาหารเสริมชั้นดีทุกวัน
.
(4). บดหรือปั่นผัก
เพียงบดหรือปั่นผักสุก เช่น ปวยเล้ง ฯลฯ แล้วผสมในอาหารอื่น จะทำให้ได้ผักที่มองไม่เห็นมากขึ้น
การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า ว่าที่คุณแม่หรือคุณแม่ที่กินผักหลายๆ ชนิด อาจจะมีกลิ่นผักผ่านรก หรือไม่ก็ปนในน้ำนม ทำให้คุณลูกกินผักได้มากขึ้นตั้งแต่เล็ก
.
เรื่องนี้ตรงกับที่โบราณว่า ลูกปูเดินตามแม่ปู
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.
ขอบคุณค่ะ