ปลูกต้นชาในโรงพยาบาล

วันนี้ผมได้รับมอบหมาย ให้ไปกล่าวเปิดงาน "SHA"

เมื่อคืนจึงมานั่งร่างคำพูด ว่าจะพูดอะไรดี เมื่อเขียนเสร็จก็รู้สึกว่ามีประโยชน์ จึงเอาลงไว้ดังนี้

 

….........................................................

 

    แรกเริ่มเดิมทีผมไม่รู้หรอก ว่า SHA คืออะไร

 

     ชีวิตในโรงพยาบาลเป็นพลวัตร กิจกรรม กิจการต่างๆดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้ง สิ่งมีชีวิตในโรงพยาบาลล้วนเคลื่อนไปด้วยหน้าที่ คนเปลทำหน้าที่ขนย้ายผู้ป่วย เวชภัณฑ์กลางทำหน้าที่บริการเครื่องมือปราศจากเชื้อ โภชนากรสนองต่อปัจจัยสี่นั่นคืออาหาร หน่วยซักรีดก็สนองต่อปัจจัยสี่นั่นคือเครื่องนุ่งห่มและผ้าที่สะอาดที่สุดสำหรับทุกคนที่ต้องการ หมอและพยาบาลทำหน้าที่ของตน

 

     ในโรงพยาบาล คนไข้ก็ยังมีหน้าที่ของตนเช่นกัน เจ็บป่วยก็เข้ามาหาหมอในโรงพยาบาล หมอนัดมาก็มาตามนัด บางคนมาด้วยความหวัง บางคนกำลังจะรู้ว่าตนเองกำลังจะต้อได้รับการผ่าตัดรักษามะเร็งในอีกไม่ช้า บางคนสมหวังในการรักษา บางคนคำว่าหายอาจจะหมายถึงหายสนิท แต่สำหรับบางคนคำว่าหายอาจจะหมายถึงการชะลอหรือยืดวันตายออกไปได้

     ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองกลุ่มนี้เป็นไปตามหน้าที่โดยแท้ ฝั่งคนไข้ต้องการการรักษาที่ดี มีคุณภาพ ฝ่ายโรงพยาบาลก็จัดบริการการรักษาพยาบาลอย่างที่คนไข้ต้องการตามหน้าที่ของตน ความสัมพันธ์เช่นนี้อาจจะดูเหมือนดี นั่นคือทุกคนทำตามหน้าที่ หน้าที่ที่อาจจะผูกกับเงื่อนไขบางอย่าง เช่น หมอก็ต้องวินิจฉัย สั่งการรักษา พยาบาลก็ให้การพยาบาลตามที่เรียนมา หน้าที่บางครั้งผูกกับค่าจ้าง ค่าตอบแทน หรือพันธะสัญญาอะไรสักอย่างหนึ่ง

     ถ้าพลวัตรดำเนินไปอย่างนี้ มันก็เปรียบเสมือนเราปลูกต้นไม้แล้วรดน้ำทุกวัน ใส่ปุ๋ยบ้างเป็นบางครั้ง เมื่อถึงเวลาต้ไม้ให้ผลผลิต เราก็ไปเก็บขาย ได้เงินมาหมุนเวียนต่อไป มันแตกต่างจากอีกกรณีหนึ่ง ที่เราปลูกต้นไม้ เราเลือกดินที่ดีที่สุดมาเป็นเครื่องปลูก เราเฝ้ารดน้ำทุกวัน ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพ ไม่ทำลายดิน หรืออาจจะเป็นปุ๋ยที่เราอุตส่าห์ผลิตเองด้วยซ้ำ ทุกๆวันเราจะมาเฝ้าดูการเจริญเติบโตของมัน คอยจัดการกับเหล่าวัชพืชและแมลง เมื่อมันให้ผลผลิตเราก็ชื่นชมกับผลงานของเราที่ทุ่มเทลงไป เราจัดการเก็บผลผลิตออกไปขายด้วยความรู้สึกที่ว่า ผลผลิตของเรามีคุณภาพสูงหรือสูงมากๆ

     ตัวอย่างทั้งสองแบบนี้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน ถ้าเป็นอย่างแรก ที่เราทำเพราะหน้าที่ที่ต้องทำ ทำไปทำมาอาจจะแรงหมดหรือขาดแรงจูงใจ ขาดพลัง แห้งแล้ง ถึงเวลาก็เลิกหรือหยุดการปลูกต้นไม้ไป แต่อย่างที่สองเป็นเรื่องของแรงใจ เป็นเรื่องของการใส่ใจ เพราะเรารักในการปลูกต้นไม้ เป็นหน้าที่ที่เรารักจะทำ คนปลูกต้นไม้คนที่สองสนุกกับงานปลูกต้นไม้ หรือบางทีเขาอาจจะไม่ทันได้คิดก็ได้ ว่าเขากำลังทำงาน "มันเป็นการใช้ชีวิต" เหมือนการหายใจ

 

     ที่เล่ามาก็เพราะเพิ่งเข้าใจ ว่า SHA คืออะไร ชาคือการใช้ชีวิต การใส่ชีวิตจิตใจให้กับสิ่งที่ทำ การใส่ความปรารถนาที่ดีส่งไปให้ผู้รับผลงานของเรา ความปรารถนาที่จะมอบผ้าที่สะอาดที่สุดให้ผู้รับบริการ มิใช่ว่าเป็นเพราะงานเราคือซักรีดเพียงอย่างเดียว ความปรารถนาที่จะเข็นเปลไปรับผู้ป่วยรายหนึ่งให้ถึงที่หมายอย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด มิใช่ว่าเป็นเพราะเราเป็นพนักงานขนย้ายที่ต้องมาเข็นเปล ความปรารถนาที่จะรักษาความปลอดภัยให้ทุกคนในโรงพยาบาล เพราะเราเป็นคนรักษาความปลอดภัย มิใช่ยาม มิใช่ผู้ทำงานตามกะ มันจึงเป็นที่มาของกิจกรรมในวันนี้ วันที่เรากำลังจะร่วมลงมือปลูกต้นชา เรากำลังจะเฝ้าดูแลรักษา บำรุงต้นไม้ที่ชื่อว่า ต้นชา ให้มันเจริญเติบโตในโรงพยาบาลและในใจของเรา

...................................................

 

และเป็นที่แน่นอนว่า เขียนเอาไว้อย่างหนึ่ง แต่เวลาพูดต้องด้นสด เพราะเมื่อก้มหน้าลงมาแล้ว "มองไม่เห็นตัวหนังสือ"

ลืมเอาแว่นมา - -"

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผมเอง



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

“SHA คืออะไร ชาคือการใช้ชีวิต การใส่ชีวิตจิตใจให้กับสิ่งที่ทำ การใส่ความปรารถนาที่ดีส่งไปให้ผู้รับผลงานของเรา ” ขอบคุณครับ แล้วSHAย่อจากอะไรครับ เข้าใจว่าเช่นนี้แล้วทุกคนทุกอาชีพก็ ควรปลูกต้นชา ให้งอกงามในกิจการ ในใจของเขา นะครับ

Spiritual health care and accreditation ครับ มันเป็นลูกของ HA : hospital accreditation อีกทีหนึ่ง เป็นการมองมิติคุณภาพโดยดูที่จิตใจของคนทำงาน คนไข้ มองทุกคนเป็นเพื่อนมนุษย์ เป็นมุมมองที่ฝรั่งก็ยังทึ่งครับ