7

 ความต้องการ

ดนตรีทางสุนทรียะ

The musicalaesthetic needs

 

6

ความต้องการ

ที่จะรู้เพลง New song

เข้าใจดนตรีUnderstandmusic

 

5

ความต้องการ

ตระหนักในเชิงดนตรีเฉพาะตน

Realized only and terms of their music

 

4

ความต้องการ

เป็นที่ยอมรับและได้รับการยกย่อง

Acceptance and rescept

 

3

ความต้องการ

เป็นเจ้าของในอารมณ์เพลง

Own mood music

 

2

ความต้องการ

รักษาสิ่งที่ได้มา

Reatment of derivative

 

1

ความต้องการ

กระบวนการดนตรีสัมพันธ์

Physiological Music Need (PsMN)

 

 

 

  1. ความต้องการกระบวนการดนตรีสัมพันธ์ Physiological Music Need (PsMN)

 

ถือได้ว่าเป็นกระบวนการพื้นฐานที่สำคัญ เพราะการเริ่มจากพื้นฐานที่ไม่สมบูรณ์ย่อมเกิดปัญหาความไม่สมบูรณ์ติดตามมาภายหน้า ระบบสรีระนามธรรมแห่งกระบวนการสัมผัสสัมพันธ์นี้ต้องอาศัยสิ่งเร้า Stimulation หมายถึงแรงจูงใจ แรงขับกระบวนการดนตรีชนิดนี้สถิตในตนอยู่แล้ว เพราะดนตรีเกิดมาพร้อมกับมุษย์ เพียงแต่ รอการเชื่อมต่อจากโสตทัศนวัศดุประเภทสิ่งล่อเร้าภายนอก เป็นหลักฐานปรากฏการณ์ Phynomenon ให้ความต้องการที่จะเป็นดนตรีจึงไม่ยากอะไร เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าดนตรีคืออะไร เห็นเครื่องดนตรีแล้ว ยังเรียกขานชื่อเครื่องมือนั้นยังไม่ถูกต้อง ก็มีความชอบแล้ว ความชอบ สาเหตุเกิดจากความต้องการ ความต้องการ สาเหตุเกิดจากการขาด การขาด คือการไม่มี การไม่มี คือการขาดสิ่งเร้าคือสื่อจากโสตทัศนวัศดุ เมื่อขาดสิ่งเร้าจากสื่อโสตทัศนวัศดุ มนุษย์จำเป็นที่จะต้องขาดดนตรี เมื่อมนุษย์ขาดดนตรี ย่อมขาดการเป็นมนุษย์ และ ความต้องการระดับขั้นพื้นฐานนี้ มีไว้เพียงใช้อุปโภค เป็นเครื่องใช้ทางเสียงชนิดหนึ่งที่ชอบ

 

2. ความต้องการรักษาสิ่งที่ได้มา Treatment of derivative

มีความต้องการที่จะใกล้ชิดกับสิ่งที่ได้มา พร้อมที่จะครอบครองและคุ้มครอง หมั่นเช็ดถูเครื่องดนตรีนั้นอย่างสะอาด ทั้งๆที่ยังไม่มีอะไรเปื้อนปน มีระเบียบวินัยกับเครื่องมือเครื่องใช้นั้นจนเกิดเหมาะสมใจ และมักจะบรรเลงเล่นส่วนตัวอย่างเพลิดเพลิน มีคำถามกับตัวเองว่าจะเล่นเพลงอะไรดี แล้วอาการเล่นไม่ค่อยเป็นก็เกิดขึ้น เริ่มจากการค้นคว้าหาเพลงที่พอเล่นได้ ปรึกษาเพื่อนที่พอจะปรึกษาได้หาผู้รู้เพื่อการชี้แนะ กลับมาฝึกฝนทบทวน การหวงแหนเครื่องดนตรีถือเป็นความต้องการ รักษาความปลอดภัย Safty Need ให้กับเครื่องดนตรีด้วยวิธีหนึ่ง ในความรู้สึกสามารถเป็นส่วนประกอบเพื่อน บางครั้งเป็นเพื่อนที่ดีได้ สำหรับเพื่อนรักนักเพลง ก็หวงเพลงโปรดที่ได้ซื้อ CD VCD Mp3 มาเฝ้าเวียนเปิดเวียนฟัง

 

            3. ความต้องการเป็นเจ้าของในอารมณ์เพลง Own mood music

 ถ้าความต้องการกระบวนการสัมพันธ์Physiological Music กับความต้องการรักษาสิ่งที่ได้มา Treatment of derivative ได้รับการตอบสนองอย่างเพียงพอแล้ว ความรักต่อการที่ได้เป็นเจ้าของย่อมตามมาเช่น ขอเพลงที่ตนชอบทางวิทยุ ให้จัดเพลงในรายการส่งมาให้โดยวางขอบข่ายจินตนาภาพด้วยอารมณ์ไว้ด้วยเรื่องอะไร กับใคร เกี่ยวพันกันที่ไหน ใช้ภาษาคุ้ยเขี่ยหัวใจกับนักจัดรายการในฐานะมีอารมณ์สุนทรีย์ร่วม ให้เข้าไปเกี่ยวพันในบรรยากาศอารมณ์เพลงจากจังหวะ คำร้อง ทำนอง ในขณะที่เปิดให้ฟังพร้อมได้ความรักในการเป็นเจ้าของเพลงนั้นอย่างสุขสมใจ ส่วนนักดนตรี ย่อมจำเพลงนั้นจนขึ้นใจ แล้วนำมาบรรเลงเล่น วนซ้ำเวียนอย่างชำนาญ จนได้กลาย คล้ายเป็นเจ้าของเพลงนั้น (ถ้าแต่งเองยังไม่ได้) และ ยิ่งรู้จักนิสัยเพลงอยู่แล้ว ย่อมแปลงช่องไฟเสียงธาตุทั้ง 4 ของดนตรีด้วยวิธีสั้น ยาว เบา ดัง บางช่วงวรรคตอนของเพลงเมื่อได้รู้ในอารมณ์เพลง

 

         4. ความต้องการเป็นที่ยอมรับและได้รับการยกย่อง Acceptance and rescept

มนุษย์ เมื่อเกิดผลสำเร็จจากตนหรือในตน ย่อมมีความโปร่งปลอดใจ ภูมิใจ ไม่ค้างคาใจ และไม่วิตกกังวล ผลจากพฤติกรรม ทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลงานนั้น ส่งผลเป็นที่ยอมรับ และได้รับการยกย่องจากกลุ่มตนและกลุ่มชนได้ ด้วยฝีมือได้ฝึกฝากไว้ ด้วยรักในดนตรี อุปสรรคนั้นมี แต่มิได้ถอยท้อใจ ความรู้สึกบอกตัวเองถึงความมีคุณค่า ยอมรับนับถือและให้กำลังใจตนเองจากความพยายามจนกระทั่งถึงระดับทำได้ เป็นระยะระดับขั้นตอนไป ผลจากความมั่นใจในตัวเองในทางที่ถูกที่ควร ส่งผลให้เป็นที่ยอมรับในสายตาของผู้อื่นด้วย ถือได้ว่า เป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ที่ได้ลบสถิติตัวเอง จนได้รับฉายา “ชนะในตัวฉัน Win in my self” จากความคิดแห่งความสำเร็จนั้น ถือเป็นสิ่งมีคุณค่า น่าภูมิใจยิ่ง

 

5. ความต้องการตระหนักในเชิงดนตรีเฉพาะตน Realized only and terms oftheir music

ขั้นพิจรณาตนอย่างมีวิจรณญาญ เป็นขั้นสูงสุดของระดับมารตฐาน และเป็นขั้นพื้นฐานเข้าสู่สัจจะธรรมตามเรื่อง Matter ของสรรพสิ่ง ความตระหนักในตน Aware of their own ทำหน้าที่เป็นมารตวัด ประมาณตนว่าเท่าไร แค่ไหน เพียงไร มีความต้องการอะไร มีความเป็นไปได้อย่างที่ต้องการจะเป็นไหม ถึงแม้จะรู้หมดบทุกระบวนการหนังสือเล่มนี้ ก็ยังต้องสังเคราะห์ต่ออีกจากนี้ไป ควรศึกษาโดยธรรมชาติด้วยตัวเองเป็นหลักจากความถนัดในตน พร้อมที่จะเปิดเผยความสามารถของตน พิจารณาด้วยธรรมชาติอย่างเป็นธรรมนั้นมิใช่เพียงหาแค่จุดด้อย จุดดีย่อมนำมาพิจารณาว่ามีคุณภาพเท่าไรได้ ความอิสระที่จะคิด พูด หรือทำสิ่งใด ต้องเปิดโอกาสให้ปัญาญาญทำงานในนิเวศณ์สภาวะสุข Ecological lesson good condition ตรงตามสภาพ พื้นฐานเข้าสู่สัจจะธรรม เป็นสิ่งที่มนุษย์มิอาจเปิดเผยได้ อาจเป็นเพราะด้อยในศักยภาพ Potental ตามสรีระความคิดมนุษย์ Body of human thought  แห่งทางสายนั้น มิใช่ตระหนักในเชิงดนตรีเฉพาะตน Realized only and terms of their music เป็นสายทางแห่งธรรม หากมีอีกทางสายหนึ่ง ติดตระหนักรายด้านปฏิบัติวิธี“ตามรู้”ในตน นั้นไว้เพื่อให้ส่งผลสัมฤทธ์แห่งเชิงการดนตรี มีภาษากำหนดไป อักษรภาษา ที่ไม่ใช้อักษรนั้น คืออวัจนะภาษา ในด้านความรู้สึกซาบซึ้ง เห็นใจ มีอารมณ์อ่อนไหว Sentimental จดบันทึกจากอารมณ์อันเหนือเหตุผลใดๆ จากนั้นเหตุผลถึงได้เข้ามารองรับ เพื่อปรับพื้นผิวอารมณ์ด้วยความคิดสร้างสรร Creative thingking ถือเป็นขั้นสูงสุดของระดับมารตฐาน

 6. ความต้องการที่จะรู้เพลง New song และเข้าใจดนตรี understandmusic

จากประโยคที่ว่า รู้เขา รู้เรา รู้เข้าใจ รู้แล้วเป็นไฉน

 

รู้เขา หมายถึงรู้เพลงนั้น New song for Subjective เข้าใจดนตรีนั้น understandmusic คือ Object - Objective ที่หมายเห็นได้นอกตนและในตน นิรุกติศาสตร์กำหนดไว้เป็นสรรพกรรม ส่วนลักษณะการอยากรู้อยากเห็นเป็นพฤติกรรมของมนุษย์ด้านเชิงวิสัย ที่ผ่านวิจรณญาณแล้ว จาก เส้นทางจริยะจิตนั้น ทำให้เป็นเอกัตมนุษย์ดนตรี a canoing musicman ตามทฤษฎีรับเข้ามาเป็นวัตถุในใจ Object - Ojective (รู้เขา) ในรูปความคิดรวบยอด consept

 

รู้เรา ย่อมได้รูปคิดจิตวิสัยคตนและในตน Subject – Subjective (รู้เรา) จนกระจ่างแจ้ง Elightenment (รู้เข้าใจ) จากการสังเคราะห์ด้วยตนเอง จากการนำวิเคราะห์และสร้างกระบวนการสังเคราะห์ โดยบันทึกได้ ดนตรี จำเป็นที่จะต้อง อธิบายในภาษาอารมณ์แห่งสุนทรียะ อาจล้ำเข้าสู่ภาษาจินตนาฏประพันธ์ Imagine writing rules  

 

รู้เข้าใจ ย่อมเป็นไปตามระดับความมีศักยภาพแห่งตน โดยมีผลรองรับ จริงอยู่หมายถึง เข้าใจเขา Music เข้าใจเรา Knowledge understand แต่การเข้าใจตน จิตที่ได้เห็นจินตนาการภาพด้วยวิธีการตามรู้สายทางเพลง music line จนสามารถใช้การกำหนดจำได้หมายรู้ ตามจิตวิสัยได้ คือระบบอัตนัยอย่างไม่มีใครล้ำรู้ระดับนี้ เป็นระดับเพิ่มคำตอบให้กับตัวเอง ขยายกระจายยแบบ ว่าอย่างนั้นย่อมเป็นได้ อย่างนี้ย่อมเป็นได้อย่างสมควร

 

รู้แล้วเป็นไฉน Know is whyคือการสำรวจผลดนตรีอย่างมีวิจารณญาณด้วยญาณจริต Wise mind ด้วยพฤติกรรมทางดนตรี Self - Music Behavior (SMB) ผลอย่างนั้นย่อมคาดได้ ผลอย่างนี้ย่อมเป็นได้ ตามสมควรที่จะเป็น หมายถึง กำลังคิดรวบยอดรูปแบบจิตตประพันธ์ Contemplative writing ทำนองระบบสามสายทางดนตรี Three way music line กำหนดไว้ ซึ่งมีสายทางทำนองดนตรีจิตวิทยาขั้นพื้นฐานถึงขั้นสูงเช่น ระบบทำนอง Monopholy ตามใจฉันนั้นไม่เชิงนัก ระบบทำนอง Homophony คู่ผสานสัมพันธ์ ระบบทำนอง Introphony ไปคนละสายทางทำนอง แต่ต้องอาศัยฟังกัน ปะปนอยู่ โดยผู้สร้างทำนองกำหนดไว้นั้นแล้วแต่ให้มีอันเป็นไป

 7. ความต้องการดนตรีทางสุนทรียะThe musicalaesthetic needsเชื่อมโยงอาศัยไปมากับระดับขั้นที่ 6 บางกรณีจัดไว้รวมกัน ระดับนี้ เกิดรูปผลสำเร็จสุนทรียะการดนตรีสิ้นเสร็จ อย่างสมบูรณ์สลับระหว่างเสร็จแต่จวนสมบูรณ์ ส่วนใหญ่จะเป็นตัวเราทั้งหมด all most be me เช่น Higth end music หรือ Final Music end ที่สุดในทีสุดจากดนตรีอันสูงเลิศประเสริฐระบบแนวนี้ เรา เป็นผู้คิดว่าอย่างนั้นในภาวะเหนือเหตุผล Music over the reasons แต่ มีดนตรีทางสุนทรีย์สุขสัมผัสเสียงอย่างเดียวมิได้ ดนตรีเป็นเพียงองค์ประกอบแค่นั้น ต้องมีวัตถุที่อยากได้ ใจที่อยากมีอยากป็น มีวาสนาบารมีพร้อม แต่ถ้าขาดความพอ ดนตรีให้เพราะเท่าใดก็ไม่นิยมฟัง ในบางกรณี

ที่ใช้ดนตรีเป็นเพื่อน ถือว่าชีวิตต้องการสิ่งชดเชย ความต้องการดนตรีทางสุนทรียะThe musicalaesthetic needs ย่อมมีองค์ประกอบ 4 รายด้านคือ

 

 

จรียะศาสตร์การดนตรี Astic Music

 

A

B

Emotional

D

Touch Music

Aesthetic Music

Music Psychology

Need

ผัสสะดนตรี

สุนทรียะดนตรี

จิตดนตรีวิทยา

โดนใจ

1. Music

1.Music

1.External Music Behavior

1.Mood

Sesetion

Emotional

1.Internal Music Behavior

-

 

 

Touch Music ผัสสะดนตรี  

 เข้าลักษณะรูปขบวน และกระบวนวิธีความจำ สำแดงออกรูประบบนามพฤติกรรม ที่ประมวลผลแล้ว จากประสบการณ์ระลึกรู้ทบทวนให้ผ่าน ได้ก่อรูปขึ้น เมื่อสัมผัสกับสาเหตุนั้นในเหตุการณ์ปัจจุบันที่เคยประสบทางดนตรี หวนระลึกรู้ถึงดนตรีอีกสาเหตุหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกัน ขัดแย้งและผูกพัน อาจต่อความคิดเป็นระบบมโนคติจิตคำนวน Mental consepts of the system ได้จากเพลงแห่งความทรงจำบ้าง และรู้ที่มาเพลงนั้น รู้วิธีทำเพลงนั้นใช้ประกอบด้วยเครื่องดนตรีอะไร มีกี่ชนิด ให้อารมณ์สุนทรีย์ ด้านใดในการนำใช้ นักดนตรี ถ้าจำได้ ปฏิบัติเพลงนั้นได้เรียกว่ารู้เพลง

 

Music sensetion ความรู้สึกเพลง

A.1 Sense ประกายรู้

 ความ “รู้สึก” เป็นเพียงแค่ “รู้” แค่ “ความรู้”“รู้” ที่สะกิดประกาย Motif ให้นั้น  เป็น”นาม” รู้เฉยๆ เช่นโต๊ะ เก้าอี้ ถ้วยกาแฟ ฯ ขาดความรู้สึกของอาการประสาทสัมผัสสัมพันธ์ ชี้บอกได้ด้วยรูปแบบแนวความคิดในใจ Concept in mind ตามประสบการณ์ที่มี ส่วน Sensetion ความรู้สึกเชิงสุนทรียะเข้ามาปนและจริยะเข้ามาควบคุม เช่น ความรู้สึกสงสาร สมเพทเวทนา รัก อิจฉา ชอบ ทุกอาการได้ยกตัวอย่างมาเป็นขบวนวิธีการ ”เริ่มจะ” เมื่อจุดประกายความเข้ม Intensive สันดาบตรงนั้น ย่อมทุ่มใช้พลังความสนใจอย่างเดียว พร้อมสรุปผลใน1 – 2 วินาที ภาษาอัศจรรย์ใช้คำว่า”ปิ๊ง”

 

 ผัสสะสัมพันธ์ Touching concept relation เป็นขบวนแนวความคิดเกี่ยวกับการสัมผัส และสัมพันธ์ด้านความรู้สึก เชื่อมด้วยกระบวนการคิดในคลังแห่งประสบการณ์วางระบบจัดหาไว้ in sensetion ในความรู้สึกจากประสบการณ์แนวความคิดในใจ Concept in mind ส่วนตัวเช่น เมื่อ เราไปเที่ยวศูนย์การค้าจตุจักร์กับเพื่อน พบโอ่งงามใบหนึ่งโดยไม่เจตนา Sense ต้องตาต้องใจ Sensetion (ปิ๊ง) ผัสสะสัมพันธ์เกิดเมื่อรู้ว่าขนมาจากราชบุรี ที่เราได้เคยไปโรงผลิตโอ่งใบนี้แล้ว ถ้าโรงอื่นคงไม่ใช่ จากนั้นผัสสะสัมพันธ์จะบอกว่า เขานำดินมาจากไหนไม่รู้เพราะเราไม่เคยไปกับรถขนดิน เพียงรู้แต่ว่า นำดินนั้นมาใส่ตะแกรงเขย่า นำส่วนละเอียดของดินใส่น้ำได้ส่วนแล้วปั้น

บนฐาน มอรตอร์จนเสร็จ ประคองนำลง เมื่อแห้งแล้วทาสีพื้น ให้คุณตาหวาดลงลายฝีมือ โบราณ

ดีจัง Emotional

 

A.1.2 Music in sensetion ความรู้สึกในเพลง

 ความรู้สึกในเพลง เมื่อรวมกับ Music by convention หมายถึง ความรู้สึกในเพลงตามขนบ และความรู้สึกในเพลงนั้นรับเสียงได้ด้วยการนำเข้าสัมผัสทางหูโดยทั่วไป ย่อมสัมผัสทางผิวกายได้เมื่อมารตวัด Mixer กำลังเสียงชี้บอก Metrics are sound เป็นพลังเสียง A.C. Power noise เมื่อมาถึงระดับนี้แล้ว การสัมผัสได้ด้วยผิวกายและทางหูควรกำหนดได้ว่าเป็นรูปธรรมทางสุนทรีย์ ต้องกำหนดเสียงดนตรีจัดอยู่ในประเภทรูปธรรม และจิตดนตรีจินตนาการเป็นนามธรรม เพื่อที่จะนำหลักเปรียบเทียบความคิดของท่านศาสตราจารย์สายปรัชญา Manual Kant ผู้ดำเนินการให้ในคำหมายนั้นว่า “โลกที่มนุษย์อาศัยอยู่นี้มีสองใบคือใบที่เห็นจริงและใบที่เห็นเงา” ทั้งนี้ เป็นความประสงค์ของผู้ดำเนินการ เพราะต่อไปจะได้อธิบายและเปรียบเทียบถึงความแตกต่างได้ และขอเปรียบเทียบด้านพื้นฐานทางวัตถุนิยมที่ได้กล่าวเรื่องสัมผัสสัมพันธ์ให้แล้ว ก่อนเข้าเทียบกับเชิงดนตรี Music in sensation ดนตรีในความรู้สึกขณะบรรเลงเล่นหรือกำลังฟังเพลงนั้นอยู่ ถ้าต้องการรู้ว่าเพลงอะไร New song ย่อมต้องตามรู้เพลงนั้นไปว่ามีอะไรอยู่ในเพลง ตามความรู้ที่ตนมี  ถ้าต้องการอยากรู้องค์ประกอบเพลงย่อมมาจากประสบการณ์ของตนในการค้นพบ Discovery ศึกษาไว้ว่าเข้าศาตร์ใดบ้างที่ยังจำได้อยู่

 

 

B.1 Aesthetic Music Emotional (AME) ความงามตามอารมณ์เพลง

เหมือนกับการอ่านหนังสือโดยสายตาจับอยู่อักษรที่ผสมเป็นคำแล้วเสียงอ่านจะตามหลังความรู้ที่รู้แล้วเรื่มจางหายภายใน1-3วินาทีอันเป็นวธีกระบวนการได้หน้าลืมหลังของมนุษย์ที่โบราญได้กล่าวไว้แต่เมื่อนำมาใช้กับการติดตามความงามในบริบทอารมณ์ในเพลงนั้นๆย่อมจับความรู้สึกได้ด้วยวิธีกระบวนการเดียวกัน

Music Emotional อารมณ์เพลง

ความงามตามอารมณ์เพลง ใช้คำคิดรวบยอดว่า “เพราะ” เช่น เมื่อรับฟังเพลงใด New song เพลงนั้นย่อมเป็นที่สนใจ โดยให้คะแนนความชอบไว้ล่วงหน้าแล้ว และยิ่งรู้ประเภทแนวเพลง Style song ย่อมมีความต้องประสงค์โดยตรง การรับฟังเพลงกำหนดไว้ต่างหูต่างละคน Individual earring และทัศนคติไม่เหมือนกัน แต่ที่ฟังนั้น เพราะความชอบเป็นที่ตั้ง เริ่มฟังบทแนะนำเพลง Introduction เสียงโดยรวมจากเพลงนั้นก่อน โดยผู้ประพันธ์ และผู้เรียบเรียงเสียงประสานโหมบรรเลง เพื่อโน้มน้าวให้เกิดความตื่นเจตนา เตรียมตัวที่จะฟังต่อไปอย่างจ่อใจ แล้วส่งเชื่อมต่อให้กับบทเพลงคำร้อง หรือบททำนองเพลง ที่มีบทจังหวะคอยสนับสนุนไว้

 

บททำนองเพลง Melody สร้างขึ้นมาจาก scale อาจเป็น Major scale จากการร้อยเรียงขึ้นลงไปมาในการเรียงร่วมเป็นระบบ conjunction ฟังแล้วมีระเบียบ เรียบ เนียนหู มีความสมดุลย์ในระหว่างเสียงและเมื่อข้ามมายังอีกเสียงหนึ่ง แล้วแต่ผู้ประพันธ์จัดให้ไว้ เมื่อนำใช้ร่วมกับ Major scale มีอารมณ์อย่างเปิดเผย แจ้งชัด แต่ยังคงความสุภาพร่วมไว้ หรือ minor scale จากการร้อยเรียงขึ้นลงไปมาในการเรียงร่วมเป็นระบบ conjunction ฟังแล้วมีระเบียบ หวานเชิงอ่อนแอ เศร้าหมอง แคบ คล้ายถูกจำกัดบริเวญ ไม่ภูมิใจในอารมณ์

 

บททำนองเพลง Melody สร้างขึ้นมาจาก scale อาจเป็น Major scale จากการร้อยเรียงขึ้นลงไปมาในการเรียงข้ามระบบ disjunction ฟังกระด้าง อาจส่งผลถึงความร้าวฉานในอารมณ์ สีสัน ฉูดฉาด ไม่มีความสมดุลย์ในระหว่างเสียง และเมื่อข้ามมายังอีกเสียงหนึ่ง ท่วงทำนองไปมาไม่เกรงใจใคร แล้วแต่ผู้ประพันธ์เพิ่มความเข้มในอารมณ์จัดให้ไว้ แต่เมื่อนำการเรียงบททำนอง Melody ข้ามระบบ Disjunction ใช้ร่วมกับ Minor scale ทุกอย่างย่อมลดลงไป สำหรับนักประพันธ์ที่รู้ดังกล่าว ย่อมนำมาปรับใช้ได้อย่างมีคุณค่า

 

Timesignature จะให้โอกาสและบทบาทในทำนองเวลา โดยแจ้งทำนองจำนวนโน้ตภายในห้องและความสั้นยาวของเสียง

Keysignature จะชี้วัดศักยภาพของเสียง ต่อเพลง ในขณะฟังความงามตามอารมณ์เพลงอยู่นั้น ได้ประกายความต้องใจเพียงใดจากนั้นย่อมได้อรรถรสเสียงส่งผ่าน Sound transmission อย่างเปิดเผยเพื่อเข้า Hook

 

 Hook คือท่อนทำนองเพลงบอกกล่าวถึงความสัมผัสสำคัญ ณ ตำแหน่งนั้นเปรียบเสมือนใจเพลง บอกความต้องการ บอกความประสงค์ ชี้บัญชาอารมณ์ของผู้ติดตามอย่างแจ้งชัดแล้ว ได้อรรถรสเสียงสรุป Summary sound ข้อความเพลงท้ายประโยคนั้น พร้อมด้วยอาจเป็นอินโทรท้ายประโยค rootIntroduction และอรรถรสเสียงส่งผ่าน Sound transmission เข้าประโยคทำนองท้ายเพลง

 

ประโยคทำนองท้ายเพลง เปรียบเสมือนบทสรุปเรื่องว่าจะหยุดหรือดำเนินต่อการตัดสินใจในอารมณ์ที่เพลงให้สีสัน Color tone ฝากไว้ในความทรงจำ ส่วนเพลงทีผ่านการชอบมาแล้วเมื่อได้ฟังได้ชมครั้งใด ย่อมให้ความสำคัญบทเพลงตอนนั้นบทเพลงตอนนี้อย่างประทับใจ

Touch Music ผัสสะดนตรี  

 เข้าลักษณะรูปขบวน และกระบวนวิธีความจำ สำแดงออกรูประบบนามพฤติกรรม ที่ประมวลผลแล้ว จากประสบการณ์ระลึกรู้ทบทวนให้ผ่าน ได้ก่อรูปขึ้น เมื่อสัมผัสกับสาเหตุนั้นในเหตุการณ์ปัจจุบันที่เคยประสบทางดนตรี หวนระลึกรู้ถึงดนตรีอีกสาเหตุหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกัน ขัดแย้งและผูกพัน อาจต่อความคิดเป็นระบบมโนคติจิตคำนวน Mental consepts of the system ได้จากเพลงแห่งความทรงจำบ้าง และรู้ที่มาเพลงนั้น รู้วิธีทำเพลงนั้นใช้ประกอบด้วยเครื่องดนตรีอะไร มีกี่ชนิด ให้อารมณ์สุนทรีย์ ด้านใดในการนำใช้ นักดนตรี ถ้าจำได้ ปฏิบัติเพลงนั้นได้เรียกว่ารู้เพลง