ที่ห้องตรวจเท้าผู้ป่วยเบาหวานเมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา น้องพยาบาลน้ำฝน เชาว์ดีกรพันธุ์ พยาบาลชำนาญการ

ได้พาผู้ป่วยเบาหวานจำนวนมากให้ได้รับการตรวจเท้า ตรวจตา และตรวจฟัน อย่างเป็นระบบ 

ไปหลายร้อยคนเป็นการทำงานที่ต่อเนื่องทุกวันทั้งภาคเช้า และบ่าย

รวมทั้งให้ผู้ป่วยเบาหวานที่มีปัญหาขาดความรู้ด้านการโภชนาการได้เข้ารับความรู้

ทำความเข้าใจเรื่องอาหารแบบตัวต่อตัว จากนักโภชนาการ

อีกทั้งมีการติดตามเยี่ยมบ้านผู้ป่วยเบาหวาน การติดตามเพื่อเข้าถึงวิถีชีวิตการรับประทานอาหารในแต่ละวัน

เป็นการให้คำแนะนำเชิงรุก ประโยชน์ของการเยี่ยมบ้านจะช่วยให้ผู้ตรวจเยี่ยมได้ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง

และเข้าถึงโดยนำคำแนะนำ นำพาจิตใจที่เมตตาไปมอบให้ และสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้น

สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องของการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย

และการติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง การกินยา การติดตามการใช้ยาอย่างถูกเวลา ถูกวิธี

ฉันมีโอกาสได้เรียนรู้การตรวจเท้าผู้ป่วยเบาหวานกับน้องพยาบาลน้ำฝน

และเรียนรู้จากซีดี ที่พี่คุณนุ๊ย NUI  ( คุณเสาวลักษณ์ พัวพัฒนกุล) กัลยาณมิตรผู้อารีย์ของเรา ในg2k

ได้จัดทำขึ้น ฉันจึงได้ทบทวนความรู้ความเข้าใจอีกครั้งเกี่ยวกับเท้าผู้ป่วยเบาหวานค่ะ

นับเป็นการเรียนรู้หลังจากได้ช่วยทำงานช่วยเหลือเพื่อนผู้ป่วยเบาหวานทั้งติดเตียง

และได้ทำหน้าที่เพื่อนเบาหวานมาพอสมควร ได้เห็น ได้ฟังทุกข์ของเพื่อนผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยในกลุ่มโรคเรื้อรัง

ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นช่วยให้ จิตอาสาเพื่อนเบาหวานได้เข้าถึงอาการและจิตใจ เพื่อนผู้ป่วยเบาหวาน 

การได้มีโอกาสสนทนา แลกเปลี่ยนทั้งความคิดและการปฏิบัติตัว ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน การนำไปใช้

และการวิเคราห์อาการต่างๆของเบาหวานร่วมกันแบบเวทีชาวบ้าน ได้มีโอกาสแนะนำ

นำพาเพื่อนผู้ป่วยทำสปาเท้าด้วยตัวผู้ป่วยเอง

ภายหลังการได้ทำสปาเท้าด้วยตนเองของเพื่อนผู้ป่วยเกือบทุกราย

จะพูดเหมือนกัน คล้ายๆกันว่ารู้สึกเบาเท้าจังเลย

และบางคนจะบอกว่ารู้สึกคันยิืบๆที่ฝ่าเท้า แต่ไม่นานก็จะหายไป

เคยถามคนคันว่า ตอนหายคัน รู้สึกตัวไหม ว่ามันกำลังจะหาย

ได้คำตอบว่าไม่ทันได้สังเกต เพราะใจไปกังวลว่าทำไมมันคันๆยิบๆ ก็ถูไปถูมา คุยไปคุยมา

เผลอแว๊บเดียว มันหายไปตอนไหนไม่ทันรู้ตัว ในขณะทำสปาก็มีปัญหาค่ะ

ปัญหาที่พบคือความอ้วนมักทำให้ผู้ป่วยทำสปาเท้าด้วยตัวเองแบบอึดอัด

และเหมือนจะลำบากกาย ที่ต้องโน้มกายเข้าหาเท้า แม้จะยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาพาดที่เข่าของขาอีกข้างหนึ่งยังยาก

แต่เมื่อได้ให้คำแนะนำและให้ถือโอกาสได้โยกกายเข้าหาเท้าอย่างเป็นจังหวะของลมหายใจ

ก็สามารถช่วยให้กล้ามเนื้อยืดและหย่อนอาการตึงลงได้

เหตุนี้จึงได้ปรับกระบวนการสปาเท้าใหม่

โดยเริ่มจากการทำความสะอาดเท้าด้วยแอลกอฮอลล์

ใช้โลชั่นลูบไล้ให้ทั่วเท้าทั้งสอง แล้วเพิ่มการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

ในท่าเหยียดเท้าเหยียดขาให้ตรง เกร็ง และคลาย

โดยให้สัมพันธ์กับลมหายใจ

เหยียดขาตรงหายใจเข้าลึกๆ รับรู้อาการเกร็งของขาและเท้าที่เหยี่ยดตรง 

เกร็งไว้ในขณะที่กลั้นลมหายใจ ไว้นานเท่าการนับ นับ 1  2  3  ในใจ

แล้วคลายขาและเท้าทั้งสองพร้อมหายใจออกช้าๆ รับรู้อาการคลายกล้ามเนื้อดังกล่าว

ทำเช่นนี้จำนวน 3 ชุด

ก้มและเหยียดแขนไปหาปลายเท้า..ใช้ลมหายใจนำทางเช่นเดียวกับการยืดเหยียดเท้าและขา

แต่ให้เอาจิตไปจับที่บริเวณท้องเมื่อก้ม และยืดกายกลับมาในท่านั่งตรง

รับรู้อาการเกร็งและผ่อนคลายของกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง

ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และมีผลกับการบริหารกล้ามเนื้อท้องไปด้วยในตัว

ทำให้ได้ 3 ชุด จึงได้ชื่อว่าเตรียมตัวทำสปาเท้าด้วยตนเอง

อาการแข็งขืนของร่างกายก็จะเบาบางลง หากได้ทำทุกวันก่อนนอน หรือหลังตื่นนอน

จะช่วยผ่อนคลาย และยืดเหยีียดกล้ามเนื้อที่เกร็งแข็งและไม่ทำงานให้ดีขึ้น คล่องตัวขึ้น

การทำงานจิตอาสาช่วยเหลือเพื่อผู้ป่วยในแต่ละครั้ง แต่ละวัน

จึงช่วยให้เกิดการปรับเปลี่ยนทั้งแนวคิด และพัฒนาการให้การช่วยเหลือ

นับเป็นผลดีทั้งต่อตนเองและเพื่อนผู้ป่วย

นำความสุขมาให้ทั้งผู้ให้และผู้รับ

ก่อนนอนคืนนี้ มีความสุขกับการสปาเท้าแบบง่ายๆด้วยตนเอง

พร้อมๆไปกับการสำรวจเท้าเพื่อการรู้เท่าทันเมื่อเท้าจะป่วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ