ในการทำงานจิตอาสาในโรงพยาบาล บ่อยครั้งพบว่าผู้ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยมีความจำเป็น ...ต้องเป็นผู้ที่มีอารมณ์ขัน

ดังเรื่องราวที่อยากบันทึกเก็บไว้้คือ มีน้องผู้ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ป่วย และเป็นผู้ที่มีความชำนาญการในการให้บริการ

ที่ช่วยให้ผู้ป่วยหายเครียดและมีความสุขไปกับการรอคอยอยู่ท่านหนึ่ง ในขณะที่เธอทำหน้าที่ปฏิบัติการนั้น

เธอจะมีวิธีผ่อนคลายความตึงเครียด ในระหว่างการทำงานเสมอๆ

 

และได้รับความพึงพอใจจากผู้มารับบริการ ด้วยลีลาเหมือนคนจริงจัง แต่แฝงไว้ด้วยอารมณ์ขันเสมอ

เช่นเมื่อวานนี้ มีคนไข้ถามเธอว่า ทำไมเธอจึงให้ชายคนหนึ่งได้รับการเข้าพบแพทย์เร็วผิดปกติ

(ความจริงเป็นคนไข้ที่มายื่นบัตรเข้ารับการรักษาเป็นคนแรก แต่เข้าห้องมานั่งรอแพทย์หลังจากคนอื่น)

เธอตอบว่า "ก็หนูไม่กล้าเสี่ยง หนูกลัวค่ะ ถ้าหนูเป็นอะไรไปวันหลังคุณป้ามาหาหนูไม่เจอ แล้วใครจะช่วยคุณป้าละค่ะ"

คุณป้าทำท่างง แล้วถามอย่างห่วงใยว่า"มีใครจะทำร้ายหนูหรือ"

น้องผู้ช่วยเหลือผู้ป่วย ยังคงทำสีหน้ากังวลยิ่งขึ้นหากดวงตานั้นก็ยังบ่ีงบอกว่าเป็นคนช่างฝัน

เธอตอบคุณป้าว่า "หนูไม่กล้าเสี่ยงจริงๆนะคะคุณป้า คุณป้านั่งรอไปใจเย็นๆนะ หิวไหม"

คุณป้าตอบ "ไม่หิวหรอก แต่ป้ายังสงสัยว่าทำไมหนูถึง ให้คิวพบหมอหนุ่มคนนั้นไวจังเลย"

เธอส่งเสียงหวานตอบว่า "คุณป้าขา...คุณป้าไม่ได้ยินหรือค่ะตอนหนูเรียกชื่อเขาดังๆ นี่ดีนะที่หนูไหวตัวทัน

ถ้าหนูเป็นอะไรไป ใครจะช่วยหนูได้ จริงไหมป้า"

ฉันนิ่งมองเธอและเห็นแววตาเธอฉายแววความสุขที่ได้ช่วยหันเหความสนใจของคุณป้าออกจากการเฝ้าจับตา

จ้องไปที่หน้าห้องตรวจด้วยอาการกระวนกระวายทั้งกายและใจให้น้อยลง แต่หันมาตั้งอกตั้งใจอยากรู้ความจริงจาก

เจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยแทน คุณป้าหันมาสนใจมองน้องผู้ช่วยเหลือผู้ป่วยแทนเช่นเดียวกับคนไข้รายอื่นๆ

ที่ต่างวางความทุกข์เรื่องการรอคอยลง เสียงในห้องเงียบลง สายตาทุกคู่หันมามองเธอผู้สวยชุดสีเหลืองสบายตา

ใบหน้าเรียบเฉย แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงทำงานอย่างมีความสุข

น้ำเสียงที่เธอเรียกคนไข้ ผู้ป่วยนั้นแฝงไว้ด้วยความเอื้ออาทร

และทีเล่นทีจริงหากพบว่ามีการผิดขั้นตอนเกิดขึ้น เธอจะอธิบายอย่างจริงจัง เสียงดังฟังชัด

ผู้มารับบริการกลับมองเธอด้วยสีหน้าอมยิ้มเสมอๆ เสียงคุณป้าเร่งเร้าให้เธอรีบตอบข้อสงสัย

แต่ดูเหมือนว่าเธอจะรีรอกับการให้คำตอบ เดินผ่านไปหาผู้ป่วยคนอื่น และทักทายบ้างวิ่งป๊าดไปยืนเคียงข้างผู้ป่วยที่แพทย์กำลัง

ซักอาการผู้ป่วย เธอทำหน้าที่ประสานและเชื่อมการสื่อสารระหว่างแพทย์กับคนไข้ได้ดีมากๆ

เธอมายืนสำรวมหน้าคุณป้า และบอกว่าเธอกำลังจะให้คำตอบแล้วให้ตั้งใจฟัง

ทุกคนนิ่งและจ้องเธออีกครั้ง

เธอตอบด้วยเสียงเรียบๆว่า"ก็ผู้ชายคนนั้น..เขาชื่อนายเขียว แม่นปืน หนูกลัวเขาค่ะ"

เสียงหัวเราะดังขึ้นได้ง่ายมาก ตามมาด้วยเสียงพูดว่า "นั่นประไร ฉันว่าแล้ว"

แล้วเสียงหัวเราะก็แทนที่เสียงเรียกร้องเข้าพบแพทย์เร็วๆ ก่อนที่เธอจะเฉลยความจริง (ขำๆค่ะ)

เราทุกคนต่างก็รีบเร่ง ต่างทำตามใจตัวเอง จะมีสักกี่คนที่ยอมเสียสละเวลาเพื่อผู้อื่นได้้บ้า่ง...ไม่็มากก็น้อย

ฉันก็อดชื่นชมความดีของเธอไม่ได้ ที่เธอสามารถสร้างรอยยิ้มเสียงหัวเราะให้ผู้อื่นได้

อีกทั้งยังสร้างบรรยากาศศการรักษาอบอุ่นเป็นกันเองมากยิ่งขึ้น

 นอกจากนี้เธอยังเป็นคนช่างสังเกตเพื่อให้แพทย์ทำงานได้สะดวกและรวดเร็ว ยิ่งขึ้น

นี่เป็นพัฒนาการการทำงานที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์การเรียนรู้ควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่ที่สมบรูณ์

มีสติใคร่ครวญในการทำงานซึ่งในฐานะผู้ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ป่วยไปพร้อมๆกับการพัฒนาตนเองให้มีความสามารถ

ที่จะสื่อสารกับผู้ให้การรักษาผู้ป่วย และเป็นที่ยอมรับว่าน้องผู้ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยหลายคนของOPD

มีความสามารถสูงกว่าตำแหน่งที่เธอเป็นอยู่

ขอบคุณโลกสวยด้วยมือเธอดัุ่งกรณี...

คุณศรี.....หนึ่งในเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยเหลือคนไข้ผู้มีอารมณ์ขัน

ขอบคุณค่ะ