ช่วงเวลาที่ต้องรอคอยให้ได้รับการตรวจรักษา 

ความทุกข์ของคนไข้ก็ทราบกันดีคือความกังวล

สำหรับคนไข้โรคเรื้อรังที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้นั้น บางรายก็เพียงรู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อย

ส่วนคนไข้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้มี่ 2 แบบ คือแบบนอนเตียงเข็นมากับแบบช่วยเหลือตัวเองได้ไม่เต็ม 100 %

ต้องอาศัยญาติพามา ซึ่งอาจเป็นญาติก็ดี หรือลูกหลานใกล้ชิดก็ตาม

กลับมีปัญหาด้านการรอคอยนานๆมากกว่ากลุ่มนอนเตียงช่วยตัวเองไม่ได้แล้ว

แต่กลุ่มที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้ และเป็นผู้ป่วยที่รู้ทาง รู้จักสภาพของโรงพยาบาลที่มีปริมาณผู้เข้ารับการรักษาสูง

กลับสามารถบริหารจัดการเวลาที่รอคอยได้ดีกว่าผู้ป่วยที่มาใหม่

และหรือยังไ่เข้าใจ /ไม่เห็นเหตุผลที่ต้องมารอคอยรับการรักษานาน

มักมีอารมณ์หงุดหงิดที่ต้องรอคอย

ในขณะที่ผู้ป่วยที่มีญาติมาด้วยและช่วยตัวเองได้น้อยลง

กลับทำให้เจ้าหน้าที่เหนื่อยมากขึ้นที่ต้องให้คำอธิบายเป็นคนๆไปหรือไม่ก็ทำเอกสารใบปลิวแจกให้ทุกคนที่รอคอย

และมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ตามองตัวหนังสือไม่เห็นก็จะเก็บใส่กระเป๋าเงียบ

บ้างก็อ่านไม่ออก บ้างอ่านออกแต่ตีความไม่ตรงวัตถุประสงค์ของแผ่นปลิวชี้แจง

บ้างไม่อ่านไม่เก็บแต่โวยวายเมื่อมีใครอ่านออกเสียงดังๆให้ฟัง

เมื่อสังเกตที่สีหน้า และกริยาทางร่างกายของเขาเหล่านั้น เราก็หันมามองที่ตัวเองบ้าง

นั่งพิจารณาที่ผ่านมา ก็พบว่าตัวเราก็เคยเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน คือหงุดหงิด

แต่อาจมีเหตุผลของความหงุดหงิดที่ต่างกันออกไป ..กิ๊บ..กริ้ว...555

และพอจะเอ่ยถามได้ไหมว่า..ทำไมผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลจึงมีความดันสูงมากกว่าความดันที่อยู่ที่บ้าน

เอ๊ะ!...เอ๊ะ! มันเกี่ยวข้องกันตรงไหนนี่ 555