...เช้าของต้นเดือนตุลาคม ลมเย็นโชยชื้นให้คิดถึงฤดูหนาวที่ใกล้เข้ามา หลายคนใฝ่ฝันจะได้เห็นเสื้อกันหนาวหลายหลากสี จนลืมร่มคันโปรดที่เคยหลบซ่อนหยดหยาดฝนอันชุ่มเย็น ที่ต่างก็อวดสีสันไม่แพ้กันแห่งวสันตฤดู

...คลองเล็กๆด้านหลังของอาคารคลังสินค้าไหลเอื่อย ฝนที่ตกหนักมาต่อเนื่องทำให้น้ำใสไหลเย็นพอที่จะทอดเงาของร่มไทรย้อยต้นใหญ่และบางส่วนของอาคารให้เห็นอีกด้านหนึ่งของอีกสิ่งหนึ่ง และอีกหลายๆสิ่ง

...ไม่ผิดหรอกนะที่ผักตบชวาจะแผ่คลุมผักบุ้งทอดยอดไปไม่ถึงไหน อย่างน้อยสีเขียวก็ชวนให้มองมากกว่ารูปทรงของอาคารที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากเชิงสถาปัตย์เพื่อจะได้เห็นความงามของรูปทรงทึบตันนั้น

...และคงไม่ใช่ความผิดของเจ้าอาคารหรอกที่จะรู้สึกเชยกับของรูปทรงของตัวเอง

หากจะภูมิในอยู่ในทีที่หลังจากแสงแดดจ้ากลางฟ้าที่แผดเปรี้ยงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ จะคึกคักไปด้วยผู้คน รถรา สินค้า และความวุ่นวาย ที่พวกเขาจะต้องอาศัยชายคา อาศัยร่มเงาของอาคารที่อาจจะดูเซื่องซึมในเช้าวันนี้

...คลองเก่าเล็กๆสายนี้เสียอีก ที่ช่างดูเหงาหงอยเสียเหลือเกิน ไร้เรือที่ใครๆเคยพายหาปลา ไร้เด็กๆพุ่งกระโดดเล่นน้ำ ในยามเย็นย่ำ ...หรือนั่นมันเป็นอดีดไปแล้ว

...อดีดแห่งคลองขี้เหงา ขนาบไปด้วยทุ่งนาหลายร้อยไร่ มองสุดหูสุดตา สุดคุ้งโค้งของคลองนี้มีบ้านเรือน เรือกสวน ที่ใช้ชีวิตเคียงคู่คลอง เป็นเพื่อนคลองไม่ให้ว้าเหว่จนเกินไป

... จะมีเพียงปลาที่ผุดว่ายเป็นวงวน และเสียงหรีดหริ่ง เสียงกบเขียดระงมในยามค่ำคืนเท่านั้น เพียงเท่านั้นหรือ...

...ไม่ผิดหรอกที่อาคารคลังสินค้าจะดูเชย

...ไม่ผิดหรอกที่คลองเก่าจะขี้เหงา

...ความไม่พอเพียงของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งต่างหาก ที่ทำให้เปลี่ยนไป

...เปลี่ยนแปลง

..............

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม

ค่ำคืนต้นเดือนตุลาคม

03 ตุลาคม 2556

พ.แจ่มจำรัส