ผะจุมเบน หรือวันแซนโดนตาของคนไทยตามตะเข้บชายแดนไทยกัมพูชา เช่น บุรีรัมย์-สุรินทร์-ศรีสะเกษ
ปีนี้ตรงกับวันที่ 3-5 ตค.56(ทำให้ผมได้หยุดกลับบ้าน 5วัน เพราะหยุดเชยเชยวันที่ 7 อีกวันครับ)
ประวัติคร่าวๆ ครับ
ผะจุมเบนในภาษาเขมร เป็นบุญประเพณีหนึ่งที่เกิดขึ้นมาตั้งสมัยโบราณหรือสมัยพระพุทธเจ้าและยังปฏิบัติจนถึงทุกวันนี้ บุญผะจุมเบนจัดขึ้นในเดือนสิบ โดยใช้ในการจัด15วัน การทำบุญผะจุมเบ็ญนี้เพื่ออุทิศกุศลไปให้บุพการีชนที่ได้ลาจากโลกนี้ไปแล้วไปเกิดที่ใหม่ โดยลูกหลานไม่แน่ใจว่าญาติตระกูลที่เสียชีวิตไปแล้วนั้น ได้ไปเกิดที่ใด ที่ดีหรือไม่ดี ก็เลยต้องทำบุญไปให้เพื่อให้คนที่เสียชีวิตไปแล้วนั้นได้รับบุญกุศลจากคนที่ทำให้
พิธีนี้ต้องไปจัดในวัด โดยญาติๆที่เป็นลูกหลานพากันทำอาหารไปถวายพระสงฆ์ มีขนมหลายๆอย่างด้วย การทำบุญนี้ก็ต้องจัดทำเป็นกลุ่มๆของคนในหมู่บ้าน หรือตำบล(เมืองใหญ่ๆ จะจัดเป็นคุ้มๆหรือชุมชน) โดยเริ่มจากกลุ่มแรกจนถึงกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่13(ไม่นับวันแรกและวันสุดท้ายของพิธี เพราะวันแรกทำพร้อมกัน และวันสุดท้ายก็ทำพร้อมกัน) จำนวนคนในกลุ่มก็แล้วแต่จำนวนประชากรในหมู่บ้านหรือตำบลนั้นๆ
ในช่วงการจัดงาน ยามเกือบสว่างประมาณตี3-4จะมีคนที่ตื่นมาเพื่อเอาข้าวที่เตรียมไว้เป็นก้อนๆเรียกว่า บายเบน พากันไปเกินรอบๆ ศาลาแล้วโยนไปตามรอบๆศาลานั้นและอธิฐานเพื่อให้ข้าวที่โยนลงไปนั้นได้ไปถึงบุพการีชนที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยคนส่วนมากคิดว่าคนที่เสียไปแล้วอาจไปเกิดเป็นเปรตหรือสัตว์ต่างๆ ที่ไม่ค่อยจะมีอะไรกิน เพราะฉะนั้นก็โยนก้อนข้าว หรือ บายเบนไปให้นั้นเพื่อให้คนเหล่านั้นได้รับไปบริโภคในยามอดอยากอีกด้วย
ชาวบ้านตระเตรียมงานบุญผะจุมเบน(ส่วนมากจะเป็นคนแก่เฒ่า)



ระหว่างวันเตรียมผะจุมเบน(วันที่ 2-13) จะจัดกลุ่มชาวบ้าน(จัดเวร)เพื่อทำอาหารถาวยแด่พระสังฆ์
เครื่องเซ่นไหว้




วันที่มีการทำพิธีผะจุมเบน คือวันแรม 15 ค่ำเดือน 10 นี้คือ บ่ายเบน(ข้าวเบน ปั้นเป็นกลมๆ ไว้โยนทาน)




อาหารสำหรับถวายพระสังฆ์ อุดมสมบูรณมาก สำหรับเทศกาลนี้
เพิ่งเคยเห็นพิธีนี้ครับ
ผะจุมเบน หรือวันแซนโดนตาของคนไทยตามตะเข้บชายแดนไทยกัมพูชา เช่น บุรีรัมย์-สุรินทร์-ศรีสะเกษ
น่าสนใจมากครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับอาจารย์
ขจิต ฝอยทอง ที่แวะมาเยี่ยมเยื่อนครับ
เป็นวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละท้องถิ่นครับ
ผู้ใหญ่ท่านน่ารักนะคะ ตั้งอก ตั้งใจมาก หน้าตาท่านมีความสุขที่ได้ทำนะคะ
ขอบคุณบันทึกดีๆ ค่ะ