พระบรมราโชวาทเกี่ยวกับกฎหมาย กับ คดีหมิ่นของ "สนธิ ลิ้มทองกุล"


ผมเป็นเด็กบ้านนอก ในครอบครัวรากหญ้าที่ยากจน ผมเรียนทุนกุศลทางการศึกษามาตั้งแต่ ม.ต้น จนถึง ป.เอก ผมเคยใฝ่ฝันที่จะไปเรียนเกี่ยวกับพืชสวนพืชไร่ แต่ไม่มีโอกาส โอกาสที่ทำให้ผมได้เรียนต่อ ป.ตรี คือมีผู้อุปการะ ผมคือ 1 ใน 8 คน ของลูกคนจนที่ มูลนิธิ "ไชยย้ง ลิ้มทองกุล" ผู้ใจบุญ ให้ทุนเรียนจนจบ ป.ตรี ที่ มศว.ประสานมิตร... ผมยังจำคำพูดของ "สนธิ ลิ้มทองกุล" ในวันปฐมนิเทศที่บ้านเจ้าพระยาว่า "...เราไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆ ขอเพียงอย่างเดียวคือ เมื่อใดที่ช่วยเหลือตัวเองได้ จงให้ต่อไปกับผู้ไม่มีโอกาส..."

..เท่าที่ได้สัมผัส รับรู้ และติดตาม ตลอดมา ผมมีความเห็นว่า ท่านปกป้องสถาบันฯ เยี่ยงชีวีจริงๆ....

วันนี้ได้อ่านข่าวว่าท่านถูกตัดสินในคดีหมิ่นฯ จำคุก 2 ปี (อ่านที่นี่) แม้จะรู้สึกสะเทือนใจ เศร้าใจ แต่ก็ไม่หวั่นไหว ผมเชื่อมั่นในหลักธรรมว่า กรรมดีย่อมส่งผลดี คนที่ปกป้องความดี ความดีย่อมปกป้องคนนั้นด้วย เพียงแต่ต้องยึดมั่นในความดีให้ถึงที่สุด...

ผมขอเชิญพระบรมราโชวาทบางตอน ที่ทรงพระราชทานแก่ผู้สอบไล่ได้ตามหลักสูตรสำนักอบรมศึกษากฏหมายแห่งเนติบัณฑิตสภา สมัยที่ 29 และ 30 ปีการศึกษา 2520 และ 2521 ที่อาคารใหม่ สวนอัมพร ในตอนบ่ายวันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม (จากหนังสือ รอยพระยุคบาล บันทึกความทรงจำโดย พล.ต.อ. วสิษฐ์ เดชกุญชร หน้า 420-421 พิมพ์ครั้งที่ 10) ดังนี้ครับ...

..."การที่อยู่กับกฎหมายและใช้กฎหมายมากๆ นั้น อาจทำให้ติดกับตัวบทกฎหมายมากเกินไป และทำให้เห็นว่า ลำพังตัวบทกฎหมายจะให้ความยุติธรรมได้สมบูรณ์ ความจริง กฎหมายเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับกำหนดความถูกผิด เพื่ออาศัยเป็นหลักวินิจฉัยในการอำนวยความยุติธรรม หาใช่ปัจจัยสำคัญสิ่งเดียวในการให้ความยุติธรรมไม่ ดังนั้นจะอาศัยตัวบทกฎหมายกับคำให้การในศาลเท่านั้นไม่ได้ ทั้งนี้ เพราะตัวบทกฎหมาย รวมทั้งข้อเท็จจริงที่นำมากล่าวแก่ศาล เป็นสิ่งที่อาจนำมาพลิกแพลงให้ผิดเพี้ยนไปได้ต่างๆ ด้วยความหลง ด้วยอคติ หรือด้วยเจตนาอันไม่สุจริต ทำให้ความยุติธรรมถูกลิดรอนทำลายไป

การอำนวยความยุติกรรมจึงต้องอาศัยผู้ใช้กฎหมายเป็นปัจจัยสำคัญด้วย เท่าๆ กับตัวกฎหมาย ในการที่จะได้กระทำหน้าที่ที่สามารถอำนวยคุณอำนวยโทษให้แก่ประชาชนได้ต่อไป จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้เป็นผู้ยุติธรรมก่อนเป็นเบื้องต้น ด้วยการตั้งใจให้มั่นคงที่จะรักษาความเป็นกลาง และรักษาวัตถุประสงค์ของกฎหมายแต่ละฉบับไว้โดยเคร่งครัดแน่วแน่ พร้อมกับรักษาความสุจริต จรรยา และมโนธรรมของกฏหมายไว้เสมอกับชีวิต ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุขุมรอบคอบ ประกอบด้วยอุเบกขาและปัญญาอันกระจ่างแจ่มใส จึงจะมีดุลพินิจที่เที่ยงแท้ถูกต้อง และสามารถเป็นที่พึ่งอาศัยของประชาชนผู้อยู่ใต้บังคับแห่งกฎหมายบ้านเมืองได้แท้จริง"....

สุดท้ายนี้ ขอคุณความดีใดๆ ที่ผมกระทำแล้วทั้งในอดีต กำลังกระทำอยู่ และที่จะทำต่อไป จงเป็นเหตุปัจจัยให้ "สนธิ ลิ้มทองกุล" ผ่านพ้นมายาคดีนี้ในศาลชั้นฎีกาด้วยเถิด.....

หมายเลขบันทึก: 550003เขียนเมื่อ 2 ตุลาคม 2013 03:38 น. ()แก้ไขเมื่อ 2 ตุลาคม 2013 03:39 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี