ดิฉันมีความเห็นทางกฎหมายเป็นที่สุดว่า นายอาดื่อและเด็กชายดนัยมีสิทธิในการรับรองสถานะคนสัญชาติไทยอย่างแน่นอน ทั้งนี้ เพราะเมื่อบุคคลทั้งสองมีข้อเท็จจริงที่ก่อตั้งสิทธิในสัญชาติไทยทั้งโดยหลักสืบสายโลหิตและโดยหลักดินแดนโดยการเกิดโดยผลของมาตรา ๗ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ แล้วนั้น และก็ไม่มีข้อเท็จจริงว่า บุคคลทั้งสองเสียสัญชาติไทยไปด้วยเหตุใดๆ พวกเขาจึงต้องได้รับการพัฒนาสิทธิดังกล่าวมาตั้งเกิด จนถึงบัดนี้ ก็มีความล่าช้าอย่างมากที่บุคคลทั้งสองจะได้เข้าสู่สิทธิอันพึ่งมีตั้งแต่เกิด

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

๒ ถนนพระจันทร์ เขตพระนคร

กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐


วันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖

เรื่อง

ความเห็นทางกฎหมายเพื่อกำหนดสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายสัญชาติของนายอาดื่อ ยื่อบ๊อ และ (๒) เด็กชายดนัย ยื่อบ๊อ บุตรสองคนของนางหมี่ยึ่ม ยื่อบ๊อ

เรียน

นายอำเภอฝาง

สำเนา

(๑)อาจารย์ ดร.เสรี นนทสูติ ผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

(๒)นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๓)อาจารย์วัลลภ ตังคณานุรักษ์ กรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ

(๔)ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

(๕)อาจารย์สุมิตร วอพะพอ PLAN (Thailand)

(๖)นางบุญ พงษ์มา ทนายความตีนเปล่า คลินิกกฎหมายแม่อาย

ด้วยนางบุญ พงษ์มา ทนายความตีนเปล่าแห่งคลินิกกฎหมายแม่อาย ได้ร้องขอให้ดิฉันทำความเห็นทางกฎหมายต่อสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายไทยของบุตรสองคนของนางหมี่ยึ่ม ยื่อบ๊อ อันได้แก่ (๑) นายอาดื่อ ยื่อบ๊อ และ (๒) เด็กชายดนัย ยื่อบ๊อนั้น

โดยพิจารณาบันทึกการสอบข้อเท็จจริงที่ทำโดย นางบุญ พงษ์มา และเอกสารทางราชการจำนวนหนึ่งของสำนักทะเบียนอำเภอแม่อายและอำเภอฝางที่ออกให้แก่นางหมี่ยึ่มและครอบครัว ตลอดจนสูติบัตรที่ออกโดยโรงพยาบาลฝาง ดิฉันจึงขอมีความเห็นทางกฎหมายต่อการกำหนดสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายของบุตรสองคนดังกล่าวของนางหมี่ยึ่ม ยื่อบ๊อ เพื่อประกอบการพิจารณาของท่าน ดังนี้

ในประการแรก ดิฉันมีความเห็นทางกฎหมายว่า ทั้งนายอาดื่อและเด็กชายดนัย ยื่อบ๊อย่อมมีสิทธิในสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดาโดยการเกิดโดยผลของมาตรา ๗ (๑) แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ ซึ่งบทบัญญัตินี้แสดงถึงข้อกฎหมายที่มีผลในช่วงเวลาที่บุคคลทั้งสองเกิด กล่าวคือ นายอาดื่อเกิดใน พ.ศ.๒๕๓๖ ในขณะที่เด็กชายดนัยเกิดใน พ.ศ.๒๕๔๒ โดยข้อกฎหมายดังกล่าวนี้ บุคคลที่เกิดจากมารดาสัญชาติไทย ย่อมมีสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิดโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดาโดยผลของบทบัญญัติดังกล่าว และเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายอาดื่อและเด็กชายดนัยมีมารดาเป็นคนที่ได้รับการรับรองสถานะคนสัญชาติไทยโดยการเกิดในทะเบียนราษฎรไทยแล้ว บุคคลทั้งสองจึงมีสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิดดังกล่าว แม้มารดาจะประสบปัญหาความไร้สัญชาติตั้งแต่เกิดจนถึง พ.ศ.๒๕๔๓ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการพิสูจน์สัญชาติไทยให้แก่นางหมี่ยึ่มใน พ.ศ.๒๕๔๓ โดยสำนักทะเบียนอำเภอฝาง และ นางหมี่ยึ่มก็ได้รับการพัฒนาสิทธิในสถานะคนสัญชาติไทยโดยการเกิดโดยสำนักทะเบียนอำเภอแม่อาย ดังจะเห็นจากการที่เธอผู้นี้ได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎรไทยในสถานะคนสัญชาติไทยโดยการเกิดและได้รับเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข ๕ อันเป็นชุดเลขประจำตัวประชาชนสำหรับคนสัญชาติไทยที่แจ้งเกิดเกินกำหนด

ในประการที่สอง ดิฉันมีความเห็นทางกฎหมายว่า ทั้งนายอาดื่อและเด็กชายดนัย ยื่อบ๊อย่อมมีสิทธิในสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนโดยการเกิดโดยผลของมาตรา ๗ (๒) แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ ซึ่งบทบัญญัตินี้แสดงถึงข้อกฎหมายที่มีผลในช่วงเวลาที่บุคคลทั้งสองเกิด กล่าวคือ นายอาดื่อเกิดใน พ.ศ.๒๕๓๖ ในขณะที่เด็กชายดนัยเกิดใน พ.ศ.๒๕๔๒ โดยข้อกฎหมายดังกล่าวนี้ บุคคลที่เกิดจากมารดาสัญชาติไทย ย่อมมีสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิดโดยหลักดินแดนโดยผลของบทบัญญัติดังกล่าว และเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายอาดื่อและเด็กชายดนัยเกิดที่อำเภอฝาง ประเทศไทย บุคคลทั้งสองจึงมีสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิดดังกล่าว ทั้งนี้ ปรากฏข้อเท็จจริงชัดต่อไปว่าบุคคลทั้งสองไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อยกเว้นของการมีสิทธิในสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนโดยการเกิดโดยผลของกฎหมาย ๒ ประการที่มีผลในขณะที่เกิด กล่าวคือ (๑) บุตรทั้งสองของนางหมี่ยึ่มย่อมไม่ตกอยู่ภายใต้มาตรา ๗ ทวิ วรรค ๑ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ ทั้งนี้เพราะแม้เกิดในประเทศไทยจากบิดาต่างด้าวไร้สัญชาติซึ่งมีเพียงสิทธิอาศัยเพียงชั่วคราวตามกฎหมายไทยว่าด้วยคนเข้าเมือง แต่เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า มารดามีสถานะเป็นคนสัญชาติไทยโดยการเกิด กรณีของนายอาดื่อและเด็กชายดนัยจึงไม่เข้าองค์ประกอบแห่งข้อเท็จจริงที่ทำให้ตกอยู่ภายใต้มาตรา ๗ ทวิ วรรค ๑ ดังกล่าวข้างต้น และ (๒) บุตรทั้งสองของนางหมี่ยึ่มย่อมไม่ตกอยู่ภายใต้มาตรา ๘ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ทั้งนี้ เพราะไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า บุพการีทั้งสองของครอบครัวยื่นบ๊อมีสถานะเป็นคนต่างด้าวที่มีเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามกฎหมายระหว่างประเทศแต่อย่างใด กรณีของนายอาดื่อและเด็กชายดนัยจึงไม่เข้าองค์ประกอบแห่งข้อเท็จจริงที่ทำให้ตกอยู่ภายใต้มาตรา ๘ ดังกล่าวข้างต้น

ในประการที่สาม ดิฉันมีความเห็นทางกฎหมายเป็นที่สุดว่า นายอาดื่อและเด็กชายดนัยมีสิทธิในการรับรองสถานะคนสัญชาติไทยอย่างแน่นอน ทั้งนี้ เพราะเมื่อบุคคลทั้งสองมีข้อเท็จจริงที่ก่อตั้งสิทธิในสัญชาติไทยทั้งโดยหลักสืบสายโลหิตและโดยหลักดินแดนโดยการเกิดโดยผลของมาตรา ๗ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ แล้วนั้น และก็ไม่มีข้อเท็จจริงว่า บุคคลทั้งสองเสียสัญชาติไทยไปด้วยเหตุใดๆ พวกเขาจึงต้องได้รับการพัฒนาสิทธิดังกล่าวมาตั้งเกิด จนถึงบัดนี้ ก็มีความล่าช้าอย่างมากที่บุคคลทั้งสองจะได้เข้าสู่สิทธิอันพึ่งมีตั้งแต่เกิด

ในประการที่สี่ แม้จะมีการบันทึกรายการสถานะบุคคลตามกฎหมายในทะเบียนราษฎรของรัฐไทยอย่างผิดพลาดในเอกสารบางส่วนที่ช่วงเวลาที่ผ่าน สำนักทะเบียนอำเภอฝางก็ย่อมมีหน้าที่พัฒนาการรับรองสิทธิในสถานะคนสัญชาติไทยโดยการเกิดให้แก่นายอาดื่อและเด็กชายดนัย ตลอดจนการบันทึกการแก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาดไปแล้วโดยไม่ชักช้าทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา ๓๖ แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร ซึ่งถูกแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑ ประกอบกับกฎหมายระหว่างประเทศที่ผูกพันประเทศไทย โดยเฉพาะ (๑) ข้อ ๖ และข้อ ๑๕ แห่งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ.๑๙๔๘/พ.ศ.๒๔๙๑ (๒) ข้อ ๗ แห่งอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ.๑๙๘๙/พ.ศ.๒๕๓๒ และ (๓) ข้อ ๑๖ และข้อ ๒๔ แห่งกติกาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิทางแพ่ง/พลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ.๑๙๖๖/พ.ศ.๒๕๐๙ ดังจะเห็นว่า การบันทึกผิดทางทะเบียนราษฎรที่ผ่านมาส่งผลให้นายอาดื่อและเด็กชายดนัยตกเป็น คนไร้สัญชาติ ประกอบด้วยบุคคลทั้งสองเป็นเด็กและเยาวชนในวัยศึกษาที่ควรจะได้รับโอกาสการศึกษาอย่างดีที่สุด การถูกถือเป็นคนต่างด้าวที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทยว่าด้วยคนเข้าเมืองจึงเป็นอุปสรรคทางกฎหมายที่สร้างความด้อยโอกาสหลายประการแก่บุคคลทั้งสอง

ในประการที่ห้า ดิฉันเห็นควรที่เจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนอำเภอฝางที่จะทำการตรวจสอบพยานหลักฐานที่แสดงข้อเท็จจริงที่ก่อตั้งสิทธิในสัญชาติไทยของทั้งนายอาดื่อและเด็กชายดนัยเป็นอย่างยิ่ง ตลอดจนการแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดทำหนังสือรับรองการเกิดตามมาตรา ๒๐/๑ แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งถูกแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑ แต่อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์นี้ ซึ่งอาจมีพยานบุคคลที่รู้เห็นการเกิดของบุคคลทั้งสองอย่างมากมาย การเรียกให้มีการตรวจ DNA ระหว่างมารดาและบุตรก็อาจเป็นสิ่งที่สร้างภาระทางเศรษฐกิจให้แก่ครอบครัวยื่อบ๊อเกินสมควรหรือไม่ และหากท่านต้องการทำเช่นนั้น ก็ควรจะแสวงหาทุนการตรวจจากกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพหรือสำนักงานวุฒิสภา เพื่อการนี้ให้แก่ครอบครัวดังกล่าว

ในประการที่หก ดิฉันขอเสนอแนะให้มีการออกใบรับคำร้องขอเพิ่มชื่อของนายอาดื่อและเด็กชายดนัยอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรและชัดเจน ทั้งนี้ เพื่อการกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายไทยว่าด้วยวิธีพิจารณาความปกครองจะได้ทำได้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง ดิฉันตระหนักดีว่า ขั้นตอนการตรวจสอบและแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อการเพิ่มชื่อนายอาดื่อและเด็กชายดนัยควรจะใช้เวลาตามสมควร และอาจมีการขยายระยะเวลาได้ตามเหตุผลที่เกิดในแต่ละขั้นตอน ดังนั้น จึงขอเสนอให้มีการออกใบรับคำร้องโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในการรับคำร้องแก่นางหมี่ยึ่มซึ่งเป็นผู้ยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อนายอาดื่อและเด็กชายดนัยในทะเบียนบ้านที่มารดามีชื่ออยู่ ซึ่งทะเบียนบ้านนั้นดูแลโดยสำนักทะเบียนอำเภอฝาง

นอกจากนั้น ดิฉันขอกราบเรียนว่า ดิฉันจะขอติดตามการขจัดปัญหาความไร้สัญชาติของ น้องดนัย หรือเด็กชายดนัย ยื่อบ๊อ ในรายละเอียดในโอกาสต่อไป เนื่องจากคุณบุญ พงษ์มาได้เสนอให้กรณีนี้ เป็นกรณีศึกษาใน แผนศึกษาวิจัยและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายผ่านกรณีศึกษาของเด็กผู้ด้อยโอกาสที่ข้ามชาติมาจากพม่าที่พบในโรงเรียนและโรงพยาบาล ภายใต้ โครงการศึกษาวิจัยและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเด็กและผู้ด้อยโอกาสในชุมชนชายแดนไทย-พม่า คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๖ ดิฉันจึงขออนุญาตที่จะสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ของสำนักทะเบียนแห่งอำเภอฝางในโอกาสต่อไปสำหรับปัญหาและอุปสรรคในการจัดการความไร้สัญชาติของน้องดนัย ทั้งนี้ เพื่อที่จะสร้างองค์ความรู้เชิงปฏิบัติในรูปแบบของ สูตรสำเร็จ/สูตรไม่สำเร็จ ในการจัดการปัญหาความไร้สัญชาติของเด็กด้อยโอกาสตามแนวชายแดน ซึ่งจะมีการรายงานผลการวิจัยต่อเวทีสาธารณะในเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๗

ท้ายที่สุด ดิฉันหวังในความกรุณาที่ท่านซึ่งมีหน้าที่รักษาการตามกฎหมายไทยว่าด้วยสัญชาติและว่าด้วยการทะเบียนราษฎรที่รับฟังความเห็นทางกฎหมายของคนในภาควิชาการ ดิฉันจึงขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมาล่วงหน้า

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

(รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร)

รองศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ครอบครัวยื่อบ๊อประกอบด้วยนางหมี่ยึ่ม มารดา ซึ่งผ่านการรับรองสถานะคนสัญชาติไทยโดยการเกิดโดยสำนักทะเบียนอำเภอฝางตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๓ นายอาบู บิดา ซึ่งยังประสบปัญหาความไร้สัญชาติ แต่มีสถานะเป็นราษฎรไทยใน ท.ร.๑๓ ส่วนบุตรชาย ๒ คนนั้น ได้รับการรับรองสถานะบุคคลตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรไทยใน ท.ร.๓๘ ก. และยังประสบปัญหาความไร้สัญชาติ ทั้งที่ปรากฏชัดแล้วว่า มีสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิดตามมารดาและดินแดน

โปรดคลิกอ่าน "ฉบับเป็นทางการ"