ปกติแล้ว ครูอ้อยไม่ค่อยชอบการอ่านหรือเขียนเลย เนื่องจากมีปัญหาทางสายตา และเหมือนมีมนต์สะกดให้อยากนอนทุกทีที่อ่าน
ตั้งแต่เริ่มคิดที่เรียนต่อสาขาเทคโนโยลีการศึกษา ระดับปริญญาเอก ต่อมขยันในดวงตามันเริ่มทำงานอย่างสุดๆ ตั้งแต่ต้นปีนี้ที่ผ่านมา สนามแห่งการอ่านและขุมคลังแห่งความรู้ ก็คือ อินเทอร์เนต
การเข้ามาในอินเทอร์เนต ครั้งแรกก็มีจุดประสงค์เดียว คือ การสร้างบทเรียน e-Learning ในวิชาภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 6
จุดประสงค์ที่สองในการเข้ามาอินเทอร์เนต คือ การเข้ามาดูผลการอนุมัติผลงานทางวิชาการที่ประกาศทางอินเทอร์เนต
ทั้ง 2 จุดประสงค์นี้ต้องใช้เวลาค้นคว้าหาข้อมูล แหล่งเรียนรู้ที่จะนำมาใส่ในบทเรียนให้นักเรียนได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับธรรมชาติวิชาของวิชาภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาที่ต้องมีรูปภาพที่น่ารักและเคลื่อนไหวได้ เป็นการเชิญชวนให้นักเรียนอยากรู้อยากเรียน
เมื่อบทเรียน e-Learning สำเร็จแบบกระท่อนกระแท่น เพราะปัญหาของเครื่องมือและระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ครูอ้อยไม่มีความสามารถแก้ไขได้ จึงต้องเบนเข็มแห่งความสนใจไปเรียนรู้ในหน่วยงานที่สอนให้ฟรีโดยไม่คิดมูลค่า ขึ้นอยู่กับความต้องการที่เรียนรู้ เรื่องนี้ครูอ้อยถนัดนัก เรียน เรียน เรียน จนเข้าใจด้วยตนเอง
สามารถจัดทำเว็บไซต์ด้วยตนเอง จากการเรียนรู้และเทียบเคียงกับผู้รู้ท่านอื่น เมื่อจัดทำเสร็จแล้ว ก็ตระเวนไปในยุทธจักรแห่งการเรียนรู้ออนไลน์ พูดคุยกับท่านผู้รู้แบบสารภาพว่าครูอ้อยยังไม่รู้อะไรเลย เรียนเชิญท่านเหล่านั้นมาชมเว็บไซต์ของครูอ้อย
ยังมีเด็กอาชีวะเข้ามาอ่านบันทึกและเว็บไซต์ของครูอ้อย ชมว่าครูอ้อยมีอายุมากแล้ว ยังมีความสามารถจัดทำได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้ว
ทำไมครูอ้อยต้องทำถึงขนาดนี้
เพราะครูอ้อยชอบคิด ชอบทำ และชอบต่อยอดเสมอ เมื่อได้ตรงนี้แล้วต้องทำอย่างไร เป็นสิ่งที่ครูอ้อยคิดเสมอมา
มีคนถามว่า ครูอ้อยมีอาชีพเป็นครู มีเวลาว่างมากนักหรือ ในช่วงเวลาของการทำงานตามปกติ ครูอ้อยจะมีเวลาในตอนเช้า เช็คเมลล์และตอบกระทู้ต่างๆอย่างสม่ำเสมอ และทุกอย่างทุกสิ่งในการดำเนินชีวิต ครูอ้อยจะนำมาเขียน บางที่ดูแล้ว จะไร้ค่าและเสียเวลา แต่ละความคิดมีสิทธิ์ที่จะคิดอย่างนั้น
ปกติของความเป็นครู คือ การเตรียมแผนการจัดการเรียนรู้ ก็ต้องเตรียมเป็นปัจจุบัน เตรียมสื่ออุปกรณ์ ที่ต้องใช้ ระยะเวลานานเป็นยี่สิบกว่าปี เครื่องมือเหล่านี้ในการประกอบอาชีพครูทุกคนต้องมีอยู่แล้ว
คนเราจะไม่มีเวลาว่างบ้างเชียวหรือ คุยกับเพื่อน สังสรรค์เฮฮา ครูอ้อยก็มีเพื่อน มีมากเสียด้วยสิ
แต่สำหรับครูอ้อย มีความสุขที่จะได้เขียน ยิ่งมีผู้สนใจมาอ่านและทักทาย ครูอ้อยก็จะมีพลัง มีความคิดที่จะเขียนอีกต่อไป
มองดูนักเขียนบทความทางวิชาการ ครูอ้อยอยากเก่งแบบนั้น อยากเขียนอะไรที่มีสาระ มีประโยชน์ และครูอ้อยก็พยายามอยู่
อะไรดลใจให้ครูอ้อยชอบเขียนหรือ คุณบอนถามในบันทึกแห่งหนึ่ง ต้องเดินตามรอยเท้าครูอ้อย
เมื่อเขียนแล้ว ถูกใจคนอ่าน
ผู้คนมีหลายแนวคิด บางคนชอบ บางคนไม่ชอบ ก็แล้วแต่ผู้บริโภคจะเลือก
แต่สำหรับครูอ้อยชอบการอ่าน อ่านมากรู้มาก และนำมาประยุกต์เป็นของครูอ้อยเอง ไม่ซ้ำแบบใคร กล้าเขียน กล้านำออกมาแฉ
เรื่องของความกล้านำออกแฉ นำความเดือดร้อนมาให้ครูอ้อยก็มี แต่ความผิดนี้มันไม่มากมายเท่ากับโกงกิน ไม่ซื่อสัตย์ และใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้อง
ครูอ้อยกลัวมาก กลัวจนต้องเขียนบันทึกออกมามากมาย อย่าทำผิดให้เขียนอีกก็แล้วกัน จะเขียนทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาที่ไม่ถูกต้องกับไม่เหมาะสม
ขอบคุณ คุณบอนที่เข้าใจและรู้ถึงความรู้สึกที่ได้เขียน และพยายามชักชวนให้ผู้อื่นได้เขียน อย่าลืมอ่านบันทึกของผู้อื่นบ้างก็แล้วกันค่ะ
ครูอ้อย.....ทำให้รู้สึกว่าการเขียนไม่ยากเลย
อืม.....แล้วเมื่อไรจะเริ่มเป็นเรื่องเป็นราวซะทีล่ะเรา....
สวัสดีค่ะคุณ Bright Lily
เพิ่งกลับมาจากไหนคะ ร้อนระอุ อิอิ พักหายเหนื่อยแล้วมาคุยกันอีกนะคะ ขอบคุณค่ะที่มาทักทาย
คุณไมโตคะ วันนี้ฟ้าร้องไห้แทนฉัน ค่ะ
คุณไมโตคะ ไม่มีใครรู้ข้างในมีอะไรค่ะ
ครูอ้อยงงค่ะ ครูอ้อยผิดใช่ใหมนี่ ทำไมทำกันอย่างนี้
ดูการ์ตูนดีกว่า
ปิดหู ปิดตา แล้ว ไม่พูดและไม่ฟัง แต่จะดูการ์ตูนอย่างเดียว ก็ให้รู้กันว่า ความอบอุ่น มันเริ่มจะระอุหรืออย่างไร
น้าน...
คุณไมโต...กะปุ๋มน่ะไปตามหาท่านที่บันทึกอื่น..
ที่ไหนได้แอบมานั่งปลอบครูอ้อยอยู่ที่นี่เอง...
(^______________^)
ดีใจจัง...พี่ไมโตมาช่วยแล้ว...ฮา...
ไม่ต้องเถียงกัน ทั้งคู่ จะดูการ์ตูน
ใบไม้นี้ชื่อว่า ใบหัวใจกะปุ๋ม คะ คุณกะปุ๋มเขาตั้งใจเอามาฝากครูอ้อย