32/7.คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ ไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาในคดีอาญา ส่วนคำสั่งระหว่างพิจารณาได้แก่ คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง ไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดี ให้จำหน่ายคดีชั่วคราว 

34/17. กรณีที่ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอเข้าเป็นคู่ความร่วมตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57 (2) คือ ภริยาถูกฟ้องเรียกเงินกู้ สามีจะร้องสอดว่าการกู้เป็นโมฆะโดยบอกล้างแล้ว 

35/3.คำสั่งไม่อนุญาตผู้เสียหายเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาในคดีอาญา คำสั่งระหว่างพิจารณาในคดีอาญาได้แก่ คำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้อง คำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีและคำสั่งไม่อนุญาตให้ส่งประเด็นไปสืบพยานที่ศาลอื่น 

35/7. กรณีที่ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ที่จะร้องขอเข้าเป็นคู่ความร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (2) คือ ภริยาถูกฟ้องเรียกเงินกู้ สามีจะร้องสอดว่าการกู้เป็นโมฆะโดยบอกล้างแล้ว 

36/6. ข้อใดเป็นสิทธิที่เกี่ยวข้องกับคดี อันจะเป็นเหตุให้ร้องสอดเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม เพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57 (1)  ได้แก่ 1. ผู้ร้อง ร้องสอดว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้องไม่ใช่ของจำเลย

2. ผู้ร้องร้องสอดว่าทรัพย์สินที่ศาลสั่งอายัดชั่วคราวเป็นของผู้ร้อง

3. โจทก์ฟ้องบริษัทจำเลยขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ที่ตั้งผู้ร้องเป็นกรรมการ ผู้ร้องร้องสอดได้

 37/6. ข้อที่เป็นสิทธิที่เกี่ยวข้องกับคดี อันจะเป็นเหตุให้ร้องสอดเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม เพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57 (1) คือ 1. ผู้ร้องสอดว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้องไม่ใช้ของจำเลย 2. ผู้ร้องสอดว่าทรัพย์สินที่ศาลสั่งอายัดชั่วคราวเป้นของผู้ร้อง 3. โจทก์ฟ้องบริษัทจำเลยขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ที่ตั้งผู้ร้องเป็นกรรมการ ผู้ร้องสอดได้)     

     38/8. กรณีใดไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอเข้าเป็นคู่ความร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57(2) คือภริยาถูกฟ้องเรียกเงินกู้, สามีจะร้องสอดว่าการกู้เป็นโมฆะโดยบอกล้างแล้ว 

    39/3.โจทก์ฟ้องว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลย ขอให้ขับไล่จำเลยกับบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท และห้ามจำเลยกับบริวารเข้ามาเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาท ผู้ร้องยื่นคำร้องสอดว่า ผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) โดยซื้อจากผู้จากผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ขอให้ห้ามโจทก์และจำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท ให้วินิจฉัยว่าข้อที่ถูกต้อง

คือ (ก) กรณีตามคำร้องเป็นการจำเป็นเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของตนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57(1)   (ข)  คำรองดังกล่าวถือเป็นคำฟ้อง ต้องบรรยายโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง  (ค) หากศาลไม่อนุญาตตามคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ได้ทันที      

      40/6. การร้องสอดและการขอหรือเลือกเข้าเป็นคู่ความร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57 นั้น  คือ การร้องสอดต้องทำในศาลชั้นต้นเท่านั้น จะร้องสอดชั้นอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้ 2. ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจ ไม่อนุญาตให้ร้องสอดได้ 3. ผู้ร้องสอดมีฐานะเป็นคู่ความอาจผูกพันตามคำพิพากษา และใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้