30/4. ศาลรับประเด็นไม่มีอำนาจสั่งในกรณี รับ และ อนุญาตให้คู่ความระบุพยานเพิ่มเติม  แต่มีอำนาจ ออกหมายเรียกพยานบุคคล และคำสั่งเรียกพยานเอกสาร   และ รับใบแต่งทนายความ 

 30/13. ศาลแพ่งรับฟ้องคดีที่อยู่ในเขตศาลแพ่งกรุงเทพได้ไว้พิจารณาพิพากษา เมื่อสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยเสร็จแล้ว จึงทราบว่าคดีไม่ได้เกิดขึ้นในเขตศาลแพ่ง ดังนี้ ศาลแพ่งจะดำเนินกระบวนการพิจารณาต่อไป คือ พิพากษาคดี

31/14. โจทก์ฟ้องบังคับจำนอง ซึ่งจำเลยไม่มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักร ศาลที่มีเขตอำนาจคือ ศาลที่อสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ในเขตศาล 

31/18. คดีสองคดี โจทก์และจำเลยเป็นคู่ความคนเดียวกันประเด็นอย่างเดียวและเกี่ยวเนื่องใกล้ชิดกัน คดีแรกอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลจังหวัดกระบี่ คดีหลังอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลจังหวัดพังงา โจทก์เคยยื่นคำร้องเพื่อขอโอนสำนวนเพื่อไปรวมการพิจารณาเข้าด้วยกันแต่ทั้งศาลจังหวัดกระบี่และศาลจังหวัดพังงายกคำร้อง กรณีเช่นนี้หากโจทก์ยังประสงค์จะขอให้ศาลรวมการพิจารณาคดีทั้งสองเข้าด้วยกัน โจทก์ต้องยื่นคำร้องต่อ  ประธานศาลอุทธรณ์ เพื่อสั่งโอนคดีได้ 

32/3. การขอโอนคดีไปยังอีกศาลหนึ่งที่มีเขตอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 6 โดยอ้างว่า การพิจารณาคดีต่อไป ณ ศาลที่ฟ้องคดีไว้นั้น จะไม่สะดวกหรืออาจไม่ได้รับความยุติธรรมนั้น คู่ความฝ่าย จำเลย มีสิทธิขอได้

33//8. นายเก่า มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดชลบุรี นายใหม่ มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดตราด ทั้งสองคนเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตโดยสายการบินไทย ขณะที่เครื่องบินจอดอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต นายเก่าทำสัญญากู้ให้นายใหม่ยืมเงินจำนวน 500,000 บาท ตกลงจะใช้เงินคืนภายในกำหนด 1 ปี นายเก่าถอนเงินจากธนาคารในจังหวัดภูเก็ตมอบให้นายใหม่ไป เมื่อถึงกำหนดชำระ นายใหม่ไม่ชำระเงินคืน ดังนี้ นายเก่าจะฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ได้ที่ ศาลจังหวัดตราด หรือ ศาลจังหวัดภูเก็ต 

34/14. เหตุคดีอาญาความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายขึ้นในท้องที่จังหวัดปัตตานีพนักงานอัยการฟ้องจำเลยทั้งสองที่ศาลจังหวัดปัตตานี จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสงขลา พนักงานอัยการโจทก์เห็นว่าการพิจารณาคดีนี้เกรงว่าจะเกิดความไม่สงบหรือเหตุร้ายอื่น จึงยื่นคำร้องต่อประธานศาลฎีกาขอโอนคดีไปพิจารณาที่ศาลอื่น ดังนี้ พนักงานอัยการจะขอให้โอนคดีไปพิจารณาที่ ศาลจังหวัดสงขลา 2. ศาลอาญา 3. ศาลจังหวัดตรัง 

37/8. ในคดีแพ่งสามัญ การพิจารณาคดีของนายยุติธรรม ผู้พิพากษาศาลจังหวัดตลิ่งชัน กรณีไม่ถูกต้อง

คือ  มีคำสั่งจำหน่ายคดีโจทก์จากสารบบความเพราะโจทก์ไม่ยื่นคำร้องขอให้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การภายใน 10 วัน นับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้จำเลยยื่นคำให้การได้สิ้นสุดลง

      ส่วนกรณีที่ถูกต้อง คือ  (ก) โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก บันทึกรายงานกระบวนพิจารณาให้ถือว่า โจทก์ขาดนัดพิจารณา (ข) สั่งไม่รับคำร้องที่โจทก์ขอให้ศาลสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ซึ่งโจทก์ยื่นภายในสิบวันนับแต่จำเลยไม่ยื่นคำให้การ (ค) จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การจึงมีคำพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี เพราะเห็นว่าคดีโจทก์มีมูลและไม่ขัดต่อกฎหมาย 

37/10. คดีอาญาเรื่องหนึ่งความผิดเกิดขึ้นในเขตอำนาจศาลจังหวัดปัตตานี แต่จำเลยถูกจับในเขตศาลจังหวัดนราธิวาส พนักงานอัยการฟ้องที่ศาลจังหวัดปัตตานี ปรากฏว่าลักษณะของความผิดอาจมีการขัดขวางต่อการพิจารณาหรือน่ากลัวว่าจะเกิดความไม่สงบหรือเหตุร้ายอย่างอื่นขึ้น ดังนี้ข้อที่ถูกต้อง  คือ โจทก์หรือจำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องต่อประธานศาลฎีกาขอโอนคดีไปพิจารณาที่ศาลอื่น

38/ 7. โจทก์ประสงค์จะฟ้องขับไล่จำเลยออกจากบ้านเช่าซึ่งโจทก์ให้จำเลยเช่าเดือนละสามหมื่นบาท โจทก์จะต้องยื่นคำฟ้องต่อ ศาลจังหวัด

35/9. ประจักษ์ และวินิดา เป็นสามีภรรยากัน มีลำเนาอยู่ที่จังหวัด เชียงใหม่ ทั้งคู่เดินทางไปท่องเที่ยวเมืองฮ่องกงขณะอยู่บนเครื่องบินแอร์บัสของสายการบินไทยเที่ยวบินที่ ที่จี 100 ซึ่งจอดอยู่ที่สนามบินเชียงใหม่ อำพันซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดลำปางและเป็นเพื่อนของประจักษ์ร่วมเดินทางไปด้วย ก่อนเครื่องบินจะขึ้นอำพันขอยืมเงินประจักษ์ 20, 000 บาท โดยได้ทำสัญญากู้ให้ประจักษ์ไว้ ต่อมาอำพันไม่ชำระหนี้ ดังนี้ประจักษ์จะเรียกฟ้องเงินกู้ได้ที่ศาลแขวงลำปาง 

 

36/10. โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดราชบุรี จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่นครปฐม จำเลยนำที่ดินจังหวัดอ่างทองมาทำสัญญาจะซื้อจะขายให้โจทก์ โจทก์วางมัดจำไว้หนึ่งล้านบาท ต่อมาจำเลยผิดสัญญาไม่โอนที่ดินให้โจทก์ โจทก์ประสงค์จะฟ้องเรียกเงินมัดจำคืน โจทก์จำเสนอคำฟ้องต่อศาลจังหวัดนครปฐม