การแตกหน่อทางความคิดโดยเกิดการทดลองใหม่ๆ เพิ่มขึ้น
ผมมีความก้าวหน้าของกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนบ้านหนองกอง ตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเป็นกลุ่มหนึ่งที่เราได้นำกระบวนการจัดการความรู้เข้าไปสนับสนุนและปรับใช้ในการส่งเสริมการเรียนรู้ของกลุ่ม โดยผ่านการพัฒนาตัวเจ้าหน้าที่ที่เป็นนักส่งเสริมการเกษตรประจำตำบล แล้วนำแนวคิดไปปฏิบัติต่อการจัดกระบวนการ ลปรร.กับเกษตรกร ซึ่งก็ได้ผลทั้งที่เป็นงานที่ต้องปฏิบัติและการเรียนรู้กระบวนการทำงานส่งเสริมการเกษตร
กลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนบ้านหนองกองนี้ เริ่มต้นด้วยการนำกระบวนการวิจัย PAR เพื่อผลิตพืชให้ปลอดภัย (ข้าว) ไปดำเนินการร่วมกับกลุ่ม ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่สิ่งหนึ่งที่ได้เกิดการเรียนรู้เพิ่มเติมจากวิจัย PAR ก็คือการคัดและเพาะพันธุ์ข้าวที่ได้จากการไปศึกษาดูงานกับกลุ่มฯ ที่จังหวัดพิจิตร เลยเกิดกิจกรรมการคัดและเพาะพันธุ์ข้าวอีกกิจกรรมหนึ่ง
บันทึกนี้ผมเลยขอนำผลการดำเนินการของกลุ่ม หรือการเรียนรู้ของกลุ่มมาเพื่อแลกเปลี่ยนกับชาวบล็อก Gotoknow.org เพื่อให้เห็นกระบวนการเรียนรู้ของชาวบ้านและความก้าวหน้าของกิจกรรมการคัดและเพาะพันธุ์ข้าว เผื่อจะเป็นประโยชน์กับนักพัฒนา/นักส่งเสริมการเกษตร ที่จะนำไปปรับใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ในพื้นที่ได้บ้าง เชิญชมภาพและรายละเอียดอย่างย่อๆ ได้เลยครับ
- เริ่มต้นจากการไปศึกษาดูงานที่จังหวัดพิจิตร เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2549 (ลิงค์อ่าน) ดูการผลิตข้าวปลอดสารพิษ เพื่อนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการผลิตของกลุ่ม
- ความก้าวหน้าของกิจกรรมการคัดและเพาะพันธุ์ข้าวของกลุ่ม เมื่อเดือนกรกฎาคม 2549 (ลิงค์อ่าน)
- ภาพถ่ายเมือวันที่ 27 กันยายน 2549 จะเห็นต้นข้าวที่คัดพันธุ์และนำมาเพาะลงกระถางใหม่ (นอกจากนี้กลุ่มยังเตรียมกระถางใหม่ไว้อีกประมาณ 100 ใบ เพื่อคัดและเพาะพันธุ์อีกรุ่นหนึ่ง

- กระถางเพาะพันธุ์ข้าวรุ่นแรก ที่เพาะหลังจากการไปศึกษาดูงานที่จังหวัดพิจิตร (เพาะวันที่ 20 มิถุนายน 2549) นำมาวางไว้ที่ถนนหน้าบ้านพี่นคร เพชรสังฆ์ บริเวณกลางหมู่บ้าน เพื่อให้ชุมชนได้เรียนรู้ด้วย

- นี่ก็เป็นการทดลองเพาะในกระถางเพาะชำ เพื่อทดลองก่อนการลงแปลงปลูก

- คุณนคร เพชรสังฆ์ เล่ากระบวนการเพาะพันธุ์ข้าว ซึ่งเป็นการเรียนรู้ของกลุ่ม ให้แก่กลุ่มเกษตรกรต่างหมู่บ้านที่มาร่วมเวที ลปรร. ได้เรียนรู้ด้วย

บทสรุปเบื้องต้น : สิ่งหนึ่งที่ได้จากการเรียนรู้ในการทำงานกับกลุ่มฯ เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ได้นั้น น่าจะเกิดจาก
- การเป็นนักประสานงานที่ดีของตัวเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ที่ต้องเข้าไปทำงานและเรียนรู้อย่างใกล้ชิดกับกลุ่มเกษตรกร และทำงานอย่างต่อเนื่อง
- การเข้าไปคัดเลือกและสร้างแกนนำ โดยเน้นที่ผู้นำอาชีพตามธรรมชาติเป็นหลัก
- การหาวิธีการกระตุ้นและสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นในกลุ่มอาชีพ เช่น การพูดคุย การนำเข้าร่วมประชุมกับแกนนำอื่นๆ การนำไปษาดูงาน เป็นต้น
- เป็นเรื่องที่เป็นความต้องการจำเป็นของกลุ่มอย่างแท้จริง ไม่ใช่ความต้องการของเจ้าหน้าที่
- กระบวนการเรียนรู้ ตามแนวทางการมีส่วนร่วม(ชุมชนวิจัย/PAR) ซึ่งอาจจะไม่ค่อยยึดติดกับรูปแบบหรือระเบียบวิธีที่เคร่งครัดจนเกินไป น่าจะเหมาะสมในการติดอาวุธทางปัญญาให้กับกลุ่ม จะเห็นได้จากการแตกหน่อทางความคิดโดยเกิดการทดลองใหม่ๆ เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากความรู้ที่ได้จากการศึกษาดูงาน
- ฯลฯ
บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.ครับ
วีรยุทธ สมป่าสัก
ท่านจะนำ Poster ไปในงาน มหกรรม KM แห่งชาติ เพื่อแสดงด้วยงหมครับ

เรียน อาจารย์หมอ JJ
เรียนท่านสิงห์ป่าสัก
ได้แจ้งชื่อท่านไปที่ท่าน ธวัช แห่ง KMI (คลิก) แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับครับ มี ๘ ท่าน ดังนี้ครับ
๑.๑ ท่านBeeMan
๑.๒ ท่านชายขอบ
๑.๓ ท่านคนดอย(ปูนแก่งคอย)
๑.๔ ท่านกนิษฐา
๑.๕ ท่านสิงห์ป่าสัก
๑.๖ ท่านพี่เม่ย
๑.๗ ท่านขจิต
๑.๘ ท่านจุรีรัตน์
อ่านได้ในนี้ครับ (คลิก)

คุณประโยชน์ของ PAR ชนิดที่ว่าสงสัยเรื่องใดก็ใช้กระบวนการ PAR เรื่องนั้นได้เลยใช่ไหมครับ...อย่างนี้แล้วก็แน่นอนว่าจะแตกหน่อต่อยอดทางความคิดความรู้ การกระทำได้สักไม่รู้เท่าไหร่...ใช่ไหมครับ
เรียน อาจารย์หมอ JJ
กราบขอบพระคุณอาจารย์มากครับ
เรียน ครูนงเมืองคอน
การเพาะพันธุ์ข้าวมีกี่วิธีค่ะ