• บันทึกที่แล้วผมเล่ากระบวนการติดตามงานจัดการความรู้แก้จนเมืองนครของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านวิชม ทองสงค์ ที่ท่านมีกำหนดการไปติดตามการทำงานของอำเภอต่างๆให้ครบหมดทุกอำเภอ......อย่างชนิดที่ว่าตั้งใจไปทุกอำเภอ ไม่ให้ขาดแม้แต่อำเภอเดียว ไปให้เห็นกับตา ไปจับภาพ ไปรับฟัง ไปแลกเปลี่ยน ไปเรียนรู้......ซึ่งท่านบอกว่าหากท่านนายกรัฐมนตรี หรือ มท.1 ไม่เรียกพบ ท่านก็จะไม่ไปไหน จะไปติดตาม KM แก้จนเมืองนครให้ครบทุกอำเภอ
  • บันทึกนี้ต่อจากบันทึกที่แล้ว ซึ่งผมจะย่อๆแนวทางการทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านวิชม ทองสงค์ ซึ่งท่านประกาศทุกที่ที่ไปติดตามงานว่าท่านจะทำให้ทุกหมู่บ้านของจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นหมู่บ้านอินทรีย์....หมู่บ้านที่มีความเป็นประชาคม ภาคประชาชนเข้มแข็ง เป็นชุมชนที่เข้มแข็ง...ว่ามีขั้นตอนการทำงานอย่างไร ตามที่ได้สัญญาไว้เมื่อบันทึกที่แล้ว
  • เป้าหมายการทำงานคือชุมชนเข้มแข็ง...ชุมชนอินทรีย์ ....ชุมชนที่มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง หมู่บ้านของจังหวัดนครศรีธรรมราช จะต้องมีหมู่บ้านอย่างไม้เรียง คีรีวงศ์ ฯลฯ เกิดขึ้นอีก ไม่ใช่มีอยู่เพียงเท่านี้ ฉะนั้น 1,545 หมู่บ้านของจังหวัดนครศรีธรรมราช จะต้องเรียนรู้เส้นทางเดินไปสู่ฝันของตนเอง โดยหมู่บ้าน 1,545 หมู่บ้าน นี้ ท่านได้แบ่งรุ่นปฏิบัติการแก้จนออกเป็น 3 รุ่น คือรุ่นแรกจำนวน 400 หมู่บ้าน เริ่มในปี 2548 รุ่นที่ 2 อีกจำนวน 600 หมู่บ้าน เริ่มในปี 2549 และรุ่นที่ 3 อีกจำนวน 545 หมู่บ้าน เริ่ม ในปี 2550 เหตุที่แบ่งเป็นรุ่นๆ เพราะมีหลายสาเหตุครับ ...แต่เหตุหนึ่งที่สำคัญมากๆในการที่ไม่ตัดสินใจทำในคราวเดียวกันทุกหมู่บ้านเต็มพื้นที่จังหวัดคือบทเรียนที่ได้รับ ท่านต้องการให้ประสบการณ์การเรียนรู้ของแต่ละหมู่บ้าน ประสบการณ์การการทำงานของบุคลากร หน่วยงานต่างๆ เหล่านี้ได้ปรับเปลี่ยนเรียนรู้ตัวเองเรียนรู้ไปด้วย เรียนรู้คนอื่น และให้คนอื่นได้เรียนรู้ไปด้วย ซึ่งเรื่องนี้ท่านบอกว่าประสบการณ์การจัดการความรู้องค์กรการเงินชุมชนซึ่งท่านทำใน 3 ตำบล ของอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ด้วยงบประมาณจังหวัดซีอีโอ 285,000 บาท เมื่อกลางปีงบประมาณ 2548 มันบอกว่าจำเป็นต้องนำประสบการณ์การทำงานเหล่านั้นมาปรับเปลี่ยนเรียนรู้.....ไม่ใช่ว่าทำไปโดยไม่อาศัยความรู้หรือประสบการณ์ใดๆเลย อย่างนี้นี่จะเสี่ยงน้อยกว่า
  • รุ่นที่ 1 จำนวน 400 หมู่บ้าน ปีที่หนึ่งคือปี 2548 เป้าหมายคือ สำรวจและจัดทำแผนชุมชนพึ่งตนเอง ปีที่สองคือ ปี 2549 เป้าหมายคือเรียนรู้ทักษะกระบวนการเรียนรู้ ปีที่สามคือปี 2550 เป้าหมายคือเชือมต่อการพัฒนา(บูรณาการ)ไปในงานของหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหรือเครือข่ายของหน่วยงานต่างๆที่ทำอยู่ จะเน้นเป้าหมายนั้น และปีที่สี่ปี 2551 จะพัฒนากิจกรรมกลุ่ม เครือข่าย สหกรณ์ แล้วแต่ว่าชื่ออะไร ให้ได้มาตรฐาน เช่น มชช.(มาตรฐานชุมชนที่พัฒนาชุมชนทำอยู่) งานมาตรฐานด้านสุขภาพที่สาธารณสุขทำอยู่ ปีนี้เน้นทีเป้าหมายคุณภาพหรือมาตรฐาน ส่วนปีที่ห้าและหกก็จะเป็นการเคี่ยวประสบการณ์การทำงานให้ดีขึ้นไปอีก....ปี 2553 จะเป็นปีสุดท้ายของโครงการ เมื่อเคี่ยวกิจกรรมเรียนรู้อย่างนี้แล้ว เชื่อว่าชุมชนก็จะเข้มแข็ง เป็นชุมชนอินทรีย์
  • รุ่นที่ 2 จำนวน 600 หมู่บ้าน(เริ่มต้นปีที่หนึ่งคือปี 2549 ) และรุ่นที่ 3 อีกจำนวน 545 หมู่บ้าน(เริ่มต้นปีที่หนึ่งคือปี 2550 ) เป้าหมายแต่ละปีต่อจากนั้นก็เหมือนกับรุ่นที่หนึ่งครับ ต่างที่ว่ารุ่นที่ 2 และรุ่นที่3 จะมีเวลาทำกิจกรรมแก้จนนี้น้อยกว่า โดยรุ่นที่สองจะมีเวลาทำกิจกรรมรวม 5 ปี และรุ่นที่ 3 จะมีเวลาทำกิจกรรมรวม 4 ปี .....เพราะปีสุดท้ายของโครงการคือปี 2553 ........ที่กำหนดเป็นขั้นตอนปีไหนทำอะไรดังกล่าวก็เพื่อให้เห็นชัดว่าปีไหนจะให้เห็นผลชัดในเรื่องใด ถ้าชุมชนใดรอช้าไม่ได้ ก็เรียนลัดได้เลย หมู่บ้านอาจะเริ่มต้น KM ตั้งแต่สำรวจและจัดทำแผนชุมชนก็ได้ ซึ่งควรจะเป็นเช่นนั้นอย่างยยิ่ง แต่เมื่อนักเรียนและคุณอำนวยเก่งหรือมีศักยภาพไม่เท่ากันก็จึงกำหนดเป้าหมายในแต่ละปีไว้ให้เห็นเป็นขั้นตอนการเดินดังที่กล่าว
  • ครับมีอะไรน่าสนใจอีกมาก ผมจะเล่าต่อในบันทึกหน้าอีกสักบันทึกนะครับ ซึ่งผมสนใจคำบรรยายที่ท่านพูดเรื่องทักษะการเรียนรู้ในการทำงาน แสดงว่าท่านได้ประมวลเรื่องราวหรือทำการบ้าน ได้อ่าน ค้นคว้า มาอย่างดี ก่อนจะมาพบปะพูดจาในเวที ....บันทึกหน้าครับ