๒.วัดพระธรรมกายสอนเน้นสมถะคือสมาธิอย่างเดียว ไปไม่ถึงปัญญา จึงแตกต่างจากพระไตรปิฎก และความเห็นของคณะสงฆ์ส่วนใหญ่ในประเทศไทย ถ้าใช้งบประมาณแผ่นดินไทยในการอบรม ควรต้องมีหลักเกณฑ์ ๒ ประการดังนี้ ตรงกับพระไตรปิฎก ตรงกับความเห็นของคณะสงฆ์ส่วนใหญ่ของไทย

จากข้อเขียนของ 

  • ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ว่า

"ผมรู้จักท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง เพราะเคยเป็นที่ปรึกษาท่านเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการช่วงแรก จึงอยากฝากคำถามดังๆ ไปถึงท่าน..

 

นโยบายฝึกจริยธรรมคุณธรรม

ของครูทั่วประเทศกว่า 500,000 คนนั้น

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ทำไมต้องทำโดยธรรมกาย?

 

เมื่อผมได้ยินนโยบายดังกล่าว ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก เพราะคิดว่ายังไม่ได้ลงมือทำ แต่เมื่อวันพุธที่ 24 และพฤหัสบดีที่ 
25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งผมได้ไปจัดประชุมปฏิบัติการเชิงลึก (Deepening Workshop) กลุ่มภาคใต้ (ประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา) : โครงการจัดทำแนวทางส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวและกีฬาเชิงบูรณาการรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่โรงแรมดิโอวาเลย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อเดินทางไปถึงโรงแรมดิโอวาเลย์เห็นมีผู้คนแต่งชุดขาวกว่า 200 คน ทำการฝึกสมาธิที่โรงแรม ความที่ผมเป็นคนอยากรู้
อยากเห็นก็ไปถามว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นใคร? มาทำอะไรกัน?

คำตอบก็คือ เป็นครูในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาฝึกจริยธรรมกับธรรมกาย 3-4 วัน ท่านผู้อ่านลองคิดตามผมดู

จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสวนโมกข์ อำเภอไชยา

มีท่านพุทธทาส มีท่านปัญญา

ซึ่งเป็นแบบอย่างการสอนศาสนาเป็นที่ยอมรับ

แต่ทำไมต้องเป็นกลุ่มธรรมกาย

มาทำการอบรมจริยธรรมแทน

ผมไม่มีอะไรขัดแย้งกับธรรมกาย แต่ธรรมกายทำงานเหล่านี้เพื่อเป้าหมายอะไร การเมืองต้องการอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า?

ที่น่าจะเล่าให้ท่านรัฐมนตรีฟัง ก็คือ ครูที่มาครั้งนี้ก็ไม่ได้ปลื้มมากนัก เพราะหลายท่านกระซิบให้ผมฟังว่า

-เป็นนโยบายของรัฐบาลครับ

-พูดมากก็โดนความผิดทางวินัย

-จึงจำเป็นต้องทำตาม

ผมจึงตั้งคำถามมาให้ท่านคิดดูว่า นโยบายการศึกษาไทยในยุคปัจจุบันน่าไว้ใจแค่ไหน? การศึกษาปลอดการเมืองจริงหรือ? 
มีรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ เพื่อใคร? เพื่อส่วนรวมหรือเพื่อเป้าหมายทางการเมือง? ท่านรัฐมนตรีคนเก่งตอบผมที

ยิ่งไปกว่านั้น ที่ทราบมาจะเป็นการจัดทั่วประเทศ ครูเป็นแสนๆ คน และธรรมกายจะเป็นผู้จัดผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว ธรรมกายเก่งและมีความสามารถในเรื่องจริยธรรม คุณธรรมแค่ไหน? คนไทยช่วยตอบผมที"

 

ผมขออนุญาตวิเคราะห์

ต่อจากอ.จีระ หงส์ลดารมภ์

 

ผมอยากวิเคราะห์ให้ชัดดังนี้คือ

๑.สมาธิหรือกัมมัฏฐานแบบไหนที่ควรสอนแก่ครูทั่วประเทศไทย

๒.สมาธิหรือกัมมัฏฐานแบบไหนที่ควรสอนแก่นักการเมืองทั่วประเทศไทย

 

คำตอบคือ กัมมัฏฐานที่เข้าถึง

ทั้งสมาธิและปัญญา

อธิบายตามพระไตรปิฎกคือ

ฝึกสอนทั้งสมถกัมมัฏฐานที่ทำให้ใจสงบมีพลัง

และฝึกสอนวิปัสสนากัมมัฏฐาน

ที่ทำให้ใจกำหนดทันปัจจุบันเกิดปัญญาดับทุกข์ได้

เช่น

สอนสวดมนต์

ทำสมาธิ

ฝึกโยคะ

นี้เป็นสมถะ

พิจารณาความจริงของชีวิต

เช่นความตายทำให้รู้ค่าของชีวิต

กำหนดทันปัจจุบันขณะ

เกิดเมตตาจิตต่อผู้อื่น

กลายเป็น

การเจริญสติในชีวิตประจำวัน

นี้เป็นวิปัสสนา

 

แล้วธรรมกายสอนอะไร

ทำไมจึงไม่ควรสอนครูทั่วประเทศไทย

ไม่ควรด้วยเหตุ ๒ ประการคือ

 

๑.การอบรมครูนั้นใช้งบประมาณแผ่นดินไทย

ในการอบรม

เท่ากับรัฐบาลเอางบประมาณ

ไปให้วัดพระธรรมกาย

โดยมิชอบธรรมต่อวัดอื่น

๒.วัดพระธรรมกายสอนเน้นสมถะคือสมาธิอย่างเดียว

ไปไม่ถึงปัญญา

จึงแตกต่างจากพระไตรปิฎก

และความเห็นของคณะสงฆ์ส่วนใหญ่ในประเทศไทย

 

ถ้าใช้งบประมาณแผ่นดินไทยในการอบรม

ควรต้องมีหลักเกณฑ์ ๒ ประการดังนี้

๑.ตรงกับพระไตรปิฎก

๒.ตรงกับความเห็นของคณะสงฆ์ส่วนใหญ่ของไทย