การแข่งขันทางการตลาด

เกิดจากสถานการณ์ความรุนแรงของแรงกดดันทางธุรกิจ 5 ด้าน ซึ่งใช้ประเมินความรุนแรงในการแข่งขัน และโอกาสในการทำกำไร ประกอบไปด้วย

1.   แรงกดดันจากคู่แข่งขันรายเดิมในธุรกิจ โดยประเมินกลยุทธ์ด้านการตลาดของคู่แข่งขันว่ามีความน่ากลัวมากน้อยเพียงใด โดยมีวิธีการอยู่ 3 วิธี คือ

1)   ศึกษาข้อมูลของคู่แข่งขันในตลาดว่าเป็นใครบ้างทั้งคู่แข่งทางตรง (สินค้าหม่อนไหมทั้งระบบ) และคู่แข่งทางอ้อม (สินค้าสิ่งทอที่สามารถทดแทนสินค้าหม่อนไหมได้ เช่น ธุรกิจผ้าฝ้าย VS ธุรกิจผ้าไหม)

2)   การวิเคราะห์คู่แข่งขัน โดยคัดเลือกคู่แข่งขันที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน (ไทย VS ลาว VS เวียดนาม) หากชนะด้วยยอดขายค่อยเพิ่มคู่แข่งขัน (ไทย VS จีน VS อินเดีย)

3)   กำหนดกลยุทธ์เพื่อการแข่งขันกับคู่แข่งที่เลือกมา โดยพิจารณากลยุทธ์ทางการตลาด และคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ซึ่งต้องพัฒนาให้เหนือกว่าคู่แข่ง โดยการส่งเสริมการใช้ตราผลิตภัณฑ์ Thai Silk และวางกลยุทธ์ป้องกันการตามทันจากคู่แข่ง เช่น ข้อบังคับ หรือ ตัวบทกฎหมายที่ทำให้สินค้าหม่อนไหมไทยได้เปรียบ

2.   แรงกดดันของการเข้ามายังธุรกิจของคู่แข่งขันรายใหม่ ธุรกิจใดมีความสามารถในการสร้างกำไรมาก ย่อมดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาในธุรกิจนั้นๆ หากไม่มีการกีดกันทางด้านเงินทุน หรือ ข้อบังคับทางกฎหมาย ตัวอย่างธุรกิจที่คู่แข่งขันสามารถเข้ามาได้ง่าย เช่น ธุรกิจอาหาร ธุรกิจสินค้าฟุ่มเพือย โดยธุรกิจหม่อนไหมในเมืองไทยจัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจสินค้าฟุ่มเพือย

1)   แรงกดดันของสินค้าทดแทน หากในธุรกิจมีสินค้าทดแทนจำนวนมากจะส่งผลต่อการทำกำไร ไม่สามารถตั้งราคาที่สูงได้ เพราะอาจจะเสี่ยงต่อยอดขายได้

2)   แรงกดดันจากอำนาจการต่อรองของผู้ซื้อ ปัจจุบันเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร ทำให้ผู้บริโภคสามารถทราบราคา คุณภาพ ได้ไม่ยาก และสามารถเลือกตัดสินใจบริโภคได้หลายช่องทาง หากสินค้าไม่เกิดความแตกต่างจากคู่แข่ง ย่อมทำให้เกิดการเสียเปรียบทางการแข่งขันและโอกาสในการสร้างกำไรจะต่ำ เช่น การแตก Line ผลิตภัณฑ์ของ บ.จุลไหมไทย เพื่อเอาตัวรอดจากแรงกดดันจากผู้ซื้อ

3)   แรงกดดันจากอำนาจต่อรองของผู้จัดส่งวัตถุดิบ หากสินค้ามีตัวแทนวัตถุดิบในการจัดส่งน้อยราย ย่อมทำให้เกิดข้อเสียเปรียบในการแข่งขัน สามารถต่อรองส่วนลด คุณภาพ ระยะเวลาในการจัดส่งได้ เพราะฉะนั้นต้องมีการวางแผนในการซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคต เช่น การทำ Contract Farming ของ บ.จุลไหมไทย เพื่อเอาตัวรอดจากแรงกดดันจากวัตถุดิบ

 

กรมหม่อนไหมจึงควรพิจารณาการแข่งขันทางการตลาดหม่อนไหมทั้ง 5 ด้าน ซึ่งจะทำให้สามารถวางกลยุทธ์ในส่วนของทางราชการเพื่อสนับสนุน ส่งเสริม ผู้ประกอบการ ร้านค้า กลุ่มเกษตรกร ด้านหม่อนไหม อย่างถูกวิธี