วันนี้ครูนกมีนัดหมายทำการทดลองเพิ่มเติมกับนักเรียนม.๕ ห้อง ๓ ในช่วงบ่ายเนื่องจากการทดลองในช่วงเช้ายังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ขณะที่การทดลองใกล้จะยุติ  ครูนกได้ยินศิษย์นามว่า เจ้าน้ำ  บอกกับเพื่อน "ถ้ารุ่นน้องถามว่าใครแต่งกลอนเก่ง  อยากบอกชื่อเราไปนะ เราเขียนให้ไปหลายคนแล้ว"  ครูนกเลยเสริมไปว่า "ทำไมละครับ  ช่วยน้องสิเราจะได้แต่งกลอนเก่งขึ้นนะ"
             หนุ่มน้อยหันมาเล่าว่าตอนที่เรียนชั้นม.๔ เขาเป็นคนแต่งกลอนให้เพื่อนๆ เกือบทุกคน (แสดงว่าเกิน ๔๐ คน) ครูนกตั้งำถามย้อนกลับว่า "แล้วอาจารย์ไม่ทราบเหรอค่ะ"  เพื่อนเสริมๆมา "ไม่ทราบค่ะ  เขาแต่งเก่งมากครู"  จากเสียงของเพื่อนๆ บ่งบอกชัดเจนว่า เจ้าน้ำเก่งด้านกาพย์กลอน
            ต่อมาเจ้าตัวเดินมาคุยกับครูนกโดยเล่าถึงเรื่องที่เขาผ่านการคัดเลือกเป็นนักเขียนของสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง ครูนกเลยตั้งคำถามว่าระหว่างเขากับเจ้าพิมพ์ (รุ่นพี่ที่จบไปแล้ว กำลังเรียนอักษรศาสตร์ที่จุฬาฯ) ใครฝีมือกลอนเก่งกว่ากัน คำตอบยังไม่ปรากฏแต่เจ้าน้ำรีบบอกครูนกว่า "ผมด้วยครับ ผมจะเรียนอักษรศาสตร์"  ครูนกเลยร้องอ้าว..."แล้วมาเรียนวิทย์ทำไมละค่ะ"  เจ้าตัวทำสีหน้าเหนื่อยๆ บอกว่า ไม่รู้เหมือนกันครับ  เมื่อก่อนค้นพบตนเองยังไม่เจอ แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วจะเรียนอักษรศาสตร์  จากนั้นเขาก็เล่าสิ่งที่เขาอยากทำให้ครูนกฟังอีกมากมายตลอดจนเพื่อนๆ บอกว่าเขาเก่งคณิตศาสตร์ด้วย จึงคิดจะเรียนเศรษฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเปิดควบคู่ไปด้วย
             ครูนกกล่าวกับเขาว่า "ลูกโชคดีนะค่ะ ที่ค้นพบตนเองได้รวดเร็วกว่าเราชอบหรือเราถนัดอะไร" เพราะหลายๆ คนยังอยู่ในช่วงเวลากำลังค้นหาคำตอบอยู่เลย
             ครูนกก็ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าน้ำไปถึงฝั่งฝัน  วันต่อๆ ไปจะได้คุยโม้กับใครๆ ได้ว่า นักเขียนคนนี้ลูกศิษย์ฉัน ครูนกแนะนำให้เขาหาเวทีส่งผลงานเรื่อยๆ ทุกเวทีที่สนใจ ทุกโอกาสที่เราสามารถจะส่งผลงานเข้าร่วมประกวดได้นั่นคือตัวเร่งปฏิกิริยาที่ครูจะช่วยเด็กได้