หลายสหกรณ์ ถูกระบบทุนนิยม ครอบมาตั้งแต่เกิด เพราะประเทศไทยเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย และใช้เศรษฐกิจกระแสหลักทุนนิยม จึงทำให้คนที่ตั้งสหกรณ์ คิดว่าตั้งสหกรณ์ขึ้นมาก็เพื่อให้มีสภาพนิติบุคคลถูกต้อง เพื่อดำเนินธุรกิจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เมื่อจัดตั้งสหกรณ์แล้วก็ไม่ได้นำ หลักการสหกรณ์ที่แท้จริงไปปฏิบัติ ยังคงใช้แนวคิดเดิมที่ตนมีก็คือกลยุทธ์แบบทุนนิยมจูงใจสมาชิก ว่าเป็นสมาชิกแล้ว จะได้เงินปันผลสูงไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งไม่สอดคล้องกับประเพณีปฏิบัติของแนวคิดสหกรณ์ที่แท้จริง คือไม่ตั้งเป้าเรื่องเงินปันผล เพราะสหกรณ์ถือว่าเงินปันผลเป็นเพียงผลพลอยได้ ถ้ามีกำไรก็แบ่งปันผลคืนตามส่วนการถือหุ้น ถ้าไม่มีก็ไม่แบ่งปันผล การทำธุรกิจและบริการของสหกรณ์เน้นเพื่อแก้ปัญหาความเป็นอยู่ตามวิถีชีวิตของสมาชิก เพื่อยกคุณภาพชีวิตและความเป็นมนุษย์มากกว่าการเน้นกำไรที่เป็นตัวเงิน เหมือนธุรกิจอื่น และบางสหกรณ์ยังจูงใจการเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์ ด้วยอัตราดอกเบี้ยฝากเงินด้วยดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคาร ตามความเป็นจริงแล้วสหกรณ์ทำธุรกิจไม่เน้นการค้าดอกเบี้ย แต่ทำธุรกิจเพื่อช่วยเหลือสมาชิก ถ้าหากสหกรณ์ให้ดอกเบี้ยเงินฝากในอัตราที่สูงแก่สมาชิกผู้ฝากเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ก็ต้องสูงเป็นเงาตามตัว เพราะสหกรณ์จะต้องบวกเงินปันผลเข้าเป็นต้นทุนขายไว้ล่วงหน้า เป็นการทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยิ่งสูงขึ้น เป็นการเพิ่มภาระต่อสมาชิก และเป็นการขูดรีดสมาชิกที่มีสภาพเดือดร้อนอยู่ก่อนตั้งสหกรณ์ เนื่องจากการทำธุรกิจของสหกรณ์ อนุญาตให้ทำกับสมาชิกสหกรณ์เท่านั้น ไม่ว่าการรับเงินฝากหรือการให้เงินกู้ ยกเว้นการให้กู้เงินระหว่างสหกรณ์ที่เป็นนิติบุคคลด้วยกัน ตามหลักการสหกรณ์ที่ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสหกรณ์ สหกรณ์จะนำเงินของสหกรณ์ไปทำธุรกิจกับบุคคลภายนอกที่ไม่เป็นสมาชิกไม่ได้ สหกรณ์ควรส่งเสริมให้สมาชิกเกิดการออมและทำธุรกิจตามหลักการสหกรณ์ โยไม่ต้องไปกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินกู้ภายนอกมาลงทุน เพราะจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ยิ่งสหกรณ์ให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูง สมาชิกประเภทต่อเงิน ก็จะเกิดความโลภนำเงินมาฝากมาก เงินก็ล้นระบบ พอเงินล้นระบบคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์และฝ่ายจัดการก็กลัวว่าสหกรณ์จะรับภาระดอกเบี้ยเงินฝากและเงินปันผลไม่ไหว ก็ขยายเพิ่มวงเงินกู้ ให้สมาชิกกู้ได้มาก ๆ สมาชิกก็ชอบใจเพราะไปสนองกิเลสของสมาชิก ก็เท่ากับไม่สอนให้สมาชิกช่วยตนเอง แต่พึ่งเงินกู้แทนการออม เปิดโอกาสให้สมาชิกกู้เงินเกินความจำเป็น บางสหกรณ์สหกรณ์นำเงินออกไปทำธุรกิจและธุรกรรมนอกระบบ หรือทำธุรกิจที่ไม่ใช่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของสหกรณ์ ทำให้ต้องเกิดความเสี่ยง ต้องเกิดความขัดแย้ง มีปัญหาตามมามากมาย เพราะความไม่เข้าระบบเศรษฐกิจแบบสหกรณ์ อย่างลึกซึ้ง หรือไม่ทำความเข้าใจความเป็นสหกรณ์อย่างแท้จริง ได้แต่ชื่อว่าสหกรณ์ ส่วนจิตวิญญาณไม่มีความเป็นสหกรณ์ ยังคงใช้แนวคิดและประสบการณ์เดิม ๆ ที่ติดมาจากการที่ถูกครอบงำของระบบทุนนิยมของสังคมไทยที่มีอยู่ก่อน

แนวคิดของสหกรณ์ คือ เน้นรวมคนที่สมัครใจที่จะแก้ปัญหาคล้ายกันหรือปัญหาเดียวกัน มาทำธุรกิจร่วมกันเพื่อลดต้นทุน และไม่แสวงหากำไร เน้นที่การบริการและผลประโยชน์ที่เป็นอรรถประโยชน์ ถ้าจะทำกำไรก็ทำเพียงแค่พอคุ้มทุน ดังคำแนะนำของโรเบอร์ต โอเวน (บิดาสหกรณ์โลก) ที่ว่า "ให้หาสินค้าที่ดีมีคุณภาพ มาขายในราคาพอคุ้มทุน" พอคุ้มทุนคือไม่ให้ขาดทุน และไม่เอากำไรเกินควร ที่สหกรณ์ยังคงดำรงและดำเนินงานต่อไปได้ ไม่ใช่เพื่อกำไรสูงสุดอย่างธุรกิจรูปอื่น ยังมีอีกหลายสหกรณ์ที่ละเลยเรื่องนี้ ตั้งสหกรณ์ได้มาเฉพาะชื่อ วิธีการปฏิบัติ ไม่ได้ยึดค่านิยมสหกรณ์และหลักการสหกรณ์ มาใช้ในการดำเนินงาน ถ้าจะเพิ่มวิญญาณให้องค์กรสหกรณ์มีเพิ่มมากขึ้น และให้แตกต่างจากองค์กรธุรกิจรูปอื่น สหกรณ์จะต้องให้ความรู้แก่สมาชิก เรื่องความเป็นสหกรณ์ที่แท้จริง ให้เพิ่มมากขึ้น ลดการใช้ผลประโยชน์ที่เป็นตัวเงิน ที่เป็นวัตถุ มาจูงใจสมาชิก สหกรณ์ควรจะให้ความรู้เรื่องการประหยัดที่แท้จริงเพื่อให้สมาชิกได้ฝึกทดลองปฏิบัติดัดนิสัย ในเรื่องการออมเพื่อช่วยตนเองเพื่อให้สมาชิกและสหกรณ์ยืนอยู่บนขาของตนเอง โดยสมาชิกมีเงินออม สหกรณ์ก็มีต้นทุนของตนเองที่มาจากการออมและความร่วมมือของสมาชิก ไม่ต้องไปยืมจมูกผู้อื่นมาหายใจ จึงจะเรียกว่าสหกรณ์ดำรงอยู่ได้ตามอุดมการณ์สหกรณ์อย่างแท้จริง