ชีวิตที่พอเพียง : ๑๙๖๕. เที่ยวทะเลแหวก


          วันที่ ๒๙ มิ.ย. ๕๖ เป็นวันตีกอล์ฟสำหรับนักกอล์ฟ  คนไม่ตีกอล์ฟก็ไปเที่ยว  มากระบี่ต้องไปเที่ยวทะเล  เพราะทะเลสวยมาก  สมัยก่อนตอนทำงานอยู่ที่หาดใหญ่เกือบ ๒๐ ปี  ผมไปประชุมที่กระบี่บ่อย แต่ประชุมเสร็จก็กลับ  ไม่เคยลงเรือเที่ยวทะเลเลย  เคยแต่ไปวัดถ้ำเสือ แต่ผมก็ไม่ชอบพระที่เน้นทำเครื่องรางของขลัง 

          ราวๆ ปี ๒๕๔๙ เคยไปเกาะลันตา กับคณะของโรงเรียนรุ่งอรุณ เพื่อใช้การจัดการความรู้ในการพัฒนาชุมชนอูรักลาโว้ย

          มา รีทรีต ของธนาคารไทยพาณิชย์คราวนี้เราเตรียมไปเที่ยวทะเลเต็มที่  และในที่สุดคณะโปรแกรม ๓ ก็ได้สมาชิกอาวุโส คือคุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม, คุณเอกกมล คีรีวัต, รศ. ดร. กุลภัทรา สิโรดม, และครอบครัวผม ๕ คน คือสาวน้อย ลูกสาว ๒ คน หลานสาว และผม  รวมเป็น ๘ คน

          โปรแกรม ๓ เป็นการเที่ยวทะเลแบบไม่ยาวมาก  โดยมีจุดเด่นคือทะเลแหวก ซึ่งมีชื่อเสียงระดับ unseen Thailand  แล้วไปอ่าวพระนาง เดินชมชายหาด  กินอาหารเที่ยงที่โรงแรมรายาวดี   แล้วกลับโรงแรม  เข้าใจว่า ทริปอื่นๆ ที่ไปทะเล ก็แวะชมทะเลแหวก

          ทะเลแหวก จริงๆ คือเกาะ ๓ เกาะ ได้แก่เกาะไก่  เกาะหม้อ  และเกาะทับ มีหาดทรายต่อกัน  เวลาน้ำลงหาดทรายก็โผล่ขึ้นมาให้คนเดินไปมาได้  พอน้ำขึ้นก็ต้องลุยน้ำ   ดูวิดีโอเรื่องทะเลแหวก ที่นี่

          เราไปขึ้นจากเรือที่เกาะหม้อ เวลา ๙.๑๕ น. แดดเปรี้ยงแล้ว  และมีนักท่องเที่ยวมาแล้วจำนวนมาก และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  โดยที่น้ำเริ่มขึ้น และหาดทรายต่อระหว่างเกาะทับกับเกาะไก่ก็ค่อยๆ เรียวแคบลงทุกที   สมาชิกทัวร์คนอื่นๆ เดินไปจนถึงเกาะไก่  แต่ผมเดินไปกับสาวน้อยได้เกือบครึ่งทางผมก็ชวนกลับ เพราะแม้เข่าซ้ายของเธอจะดีขึ้นมากแล้ว  แต่ก็ยังคงต้องถือไม้เท้าช่วยลดน้ำหนักที่ลงเข่าซ้าย  เราไปนั่งพักกินลมที่ร่มไม้ชายหาดของเกาะทับ  และได้สังเกตเห็นว่านักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวจำนวนมาก

          เราใช้เวลาที่ทะเลแหวกเพียง ๔๕ นาที ก็ขึ้นเรือ  ไปชม “หัวไก่” ที่ทำให้เกาะนี้ได้ชื่อว่าเกาะไก่  เกาะนี้เป็นเกาะใหญ่ ส่วนเกาะทับและเกาะหม้อเล็กนิดเดียว  ที่บริเวณใกล้เกาะไก่ตรงที่มองเห็นหัวไก่ ทางทัวร์เตรียมขนมปังไว้ให้เลี้ยงปลา  ซึ่งมีปลาเสือฝูงใหญ่  คนที่สนุกที่สุดคือ แม็ป หลานสาวผม  กับคุณหญิงชฎา  ซึ่งวันนี้เป็นตากล้องควงสองกล้องคู่  เพราะทริปนี้วิวสวยจริงๆ

          จากนั้นเขาพาเราแวะที่เกาะปอดะ  ซึ่งเป็นชื่อภาษายาวี ของคำว่าเต่า  เกาะนี้คือเกาะเต่านั่นเอง  โดยที่หัวเต่ากับตัวเต่าเป็นคนละเกาะอยู่ใกล้กัน  มองไกลๆ เหมือเต่าว่ายน้ำอยู่  เราไปเข้าห้องน้ำที่ร้านอาหารบนเกาะ  และยืนชมทิวทัศน์อยู่ครู่หนึ่ง โดยที่ตรงหน้าเราเป็นเกาะที่เป็นหัวเต่า  หมู่เกาะเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ  อุทยานแห่งชาติทางทะเล หาดนพรัตน์ธารา - หมู่เกาะพีพี  แปลกที่เกาะนี้มีรั้วลวดหนามล้อม  ไก๊ด์เล่าว่าเกิดจากการขัดแย้งผลประโยชน์ระหว่างใครก็ไม่ทราบ  เรายืนคุยกันครู่หนึ่งก็มีนักท่องเที่ยวทะยอยมาที่ร้านอาหาร  เกาะนี้อยู่ไม่ห่างจากเกาะไก่

          แล้วจึงไปขึ้นบกที่อ่าวไร่เลย์ ส่วนที่เป็นด้านติดทะเลของโรงแรมรายาวดี  ชมถ้ำพระนาง  เดินเล่นริมชายหาดที่มีฝรั่งมานอนอาบแดด และมีคนไทยมาเล่นน้ำกันมาก  ที่นี่ผมได้เห็นต้นกระทิงต้นใหญ่ที่ริมชายหาด  ออกดอกเต็มต้น  เป็นข้อมูลว่าต้นกระทิงทนดินเค็มได้ดี

          ที่ถ้ำพระนาง มี “ปลัดขิก” ทำด้วยไม้มากมาย   นอกจากนั้น ยังมี ปลัดขิก เพ่นพ่านอยู่แถวที่อื่นๆ บริเวณชายหาดและถ้ำ  รวมทั้งบริเวณหน้าผาสำหรับปีนด้วย

          ที่ตรงใกล้ๆ กับหน้าผาสำหรับปืน มีหินย้อยก้อนใหญ่  มีเก้าอี้ให้คนขึ้นไปยืนเอานิ้วยื่นไปแตะปลายหินย้อย เพื่อถ่ายรูป  แถมยังมีฝรั่งหนุ่มๆ มาพยายามปีนหน้าผาไม่สำเร็จ  จึงหันมาปีนหินย้อยแทน  เป็นภาพอุจาดตา ที่นักท่องเที่ยวไม่เคารพและรักษาทรัพย์สมบัติทางธรรมชาติ ของท้องถิ่นที่ตนมาเยือน

          คุณหญิงชฎากับผมจึงไปห้ามปราม  เรื่องนี้จะต้องเขียนอีกบันทึกหนึ่งเพื่อบอกคนไทย และทางการของจังหวัดกระบี่ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ให้พิจารณาทำหน้าที่คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการท่องเที่ยวให้ดีกว่านี้

          เรากินอาหารเที่ยงที่ภัตตาคารตรงหน้าถ้ำ ติดกับชายหาด ของโรงแรมรายาวดี  อาหารมาช้าอย่างน่าตกใจ เราพูดกันว่า สงสัยจะมีแม่ครัวอาหารไทยคนเดียว

          กลับมาที่โรงแรม ดูรูปที่ถ่ายในวันนี้แล้ว พบว่าสวยจริงๆ  วันนี้ลมฟ้าอากาศเป็นใจมาก ท้องฟ้าสดใส แทบไม่มีเมฆ  และอากาศบริสุทธิ์ไม่มีฝุ่นละอองในอากาศ  จึงทำให้ภาพถ่ายสวยมาก  สวยอย่างอัศจรรย์ทีเดียว  ตอนนั่งเครื่องบินกลับกรุงเทพในวันที่ ๓๐ มิ.ย. เครื่องบินบินผ่านทะเลฝั่งอ่าวไทย มีเมฆมาก  และเหนือผืนดินจังหวัดกระบี่ก็มีเมฆมาก  การที่ท้องฟ้าฝั่งทะเลอันดามันในวันที่ ๒๙ มิ.ย. สดใส จึงเป็นบุญของพวกเราที่ไปเที่ยวในวันนี้

 

๒๙ มิ.ย. ๕๖ 




น้ำทะเลสีคราม



ก่อนขึ้นฝั่ง น้ำทะเลสีมรกต



ทรายขาว น้ำ(ทะเล)ใส ฟ้าคราม งามยิ่ง



คุณหญิงชฏา วัฒนศิริธรรม กับครอบครัวของผม



ทะเลแหวก ยามน้ำลง เดินจากเกาะทับไปเกาะไก่บนหาดทรายเชื่อมระหว่างเกาะได้


สาวน้อยกับสันทรายระหว่างเกาะ


มุมสงบที่ผมชอบมาก


อีกมุมสงบและความงาม


ความงามของทะเลแหวก


ภาพทะเลแหวกจากร่มไม้


หัวไก่


ปลาเสือ


หาดถ้ำพระนาง



ถ้ำพระนาง เต็มไปด้วยปลัดขิก ที่มีคนนำมาบูชาพระนาง



หาดไร่เลย์ อยู่ไกลลิบๆ




   


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

สวยมากๆๆเลยครับ

ธรรมชาติยังดีอยู่นะครับ

ที่แรกคิดว่าอาจารย์ไปเกาะพิทักษ์ที่หลังสวน ชุมพรครับ

เขียนเมื่อ 

สวยงามมากๆนะคะ...ขอบคุณค่ะอาจารย์