สัจธรรมเชิงตะกอน




โลงศพของอาตมาก็คือ ความดีที่ทำไว้ในโลก ด้วยการเผยแพร่พระธรรม

ป่าช้าของอาตมาก็คือ บรรดาประโยชน์และคุณทั้งหลาย ที่ทำไว้ในโลกเพื่อประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์


และขอชักชวนให้ท่านทั้งหลายถือหลักเกณฑ์อย่างเดียวกันว่า….โลงศพของเราก็คือความดีที่ทำไว้ในโลก

ป่าช้าของเราก็คือ ประโยชน์ทั้งหลายที่เราได้ช่วยกันทำไว้ เพื่อประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์




ข้าพเจ้าได้คัดลอกสัจธรรมเชิงตะกอนแห่งนี้ มาจากวัดหลวงพ่อพัฒน์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในช่วงเช้าวันหนึ่งของเทศกาลเข้าพรรษา ปีนี้ … ข้าพเจ้ายืนอ่านไวนิลแผ่นนี้อยู่นานทีเดียว




ข้าพเจ้าเห็นภาพของพระอาจารย์หลวงพ่อพุทธทาส ตั้งแต่ท่านเป็นเด็กเล็ก ที่เติบโตขึ้นมาในหมู่บ้านเล็ก ๆ อำเภอหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งช่วงวัยชีวิตช่วงหนึ่ง ของท่านนั้นที่อยู่ระหว่างปี พศ. 2449 – 2475 และหากนับช่วงเวลาดังกล่าว พบว่า .เป็นช่วงเวลาเกือบ 30 ปีเลยละ…. ซึ่งช่วงเวลานั้นช่วงวัยเด็กของท่าน เจริญวัยขึ้นจากวัยเด็กจนกระทั้งท่านเติบโตขึ้นมาและได้ครองตนอยู่ในเพศบรรพชิตแล้ว



และจากหลักฐานภาพถ่ายในไวนิลใบนั้น แจ้งว่า ปีพศ. 2473 ท่านอายุ 24 ปีครองเพศบรรพชิต ด้วยฐานะยศทางพระพุทธศาสนา นำหน้าด้วย พระมหา…


ข้าพเจ้าตระหนักซ้ำว่า…ชีวิตของท่านเกิดมาเพื่อสร้างความดีให้โลก .ใบนี้โดยแท้




รอยลิขิตของท่าน คือ หน้างานเสี้ยวหนึ่งในชีวิตของท่าน….ข้าพเจ้ารู้สึกได้เช่นนั้นจริง ๆ นะ… หลังจากข้าพเจ้าได้เห็นหนังสือเล่มแรกในชีวิตที่ท่านได้เขียนไว้ เมื่อปี พ.ศ. 2473 หากนับเวลาทบกลับไปเมื่อวันวาน นั้น ข้าพเจ้า ร้องอยู่ในใจ..โอ้โห!!! หนังสือเล่มนี้ มีอายุยาวนานเอาการ เกือบร้อยปีเลยนะ …จำไว้… “ประโยชน์แห่งทาน” …หากข้าพเจ้ามีวาสนาได้จับหนังสือเล่มนี้ …ตั้งใจไว้ว่า…จะขออ่านอย่างตั้งใจ อยากรู้จังนะว่า…ท่านมองทานในความหมายนี้ของท่านอย่างไร?


ข้าพเจ้าตื่นตา ตื่นใจกับภาพบางภาพที่ปรากฏอยู่บนไวนิลแผ่นนี้




ภาพถ่ายของท่านที่ ถ่ายร่วมกับพระผู้ใหญ่ และชาวบ้านในสมัยนั้น ที่ ร่วมบุกเบิกสวนโมกขพลารามมาด้วยกันกับท่าน


มนต์ขลังของภาพถ่าย ที่สื่อชีวิตจิตใจของท่านที่ท่านร่วมลำบากมาด้วยกันกับชาวบ้าน อย่างไม่ย่อท้อ




ภาพเก่าเหล่านี้…ทำให้ข้าพเจ้าถึงกับอึ้งในความอัศจรรย์ของศรัทธาคน

ก้อนหินแม้จะใหญ่โตมโหฬารแค่ไหน? ก็มิอาจต้านทานศรัทธาของคนได้

และข้าพเจ้าคิดในใจ ด้วยความภาคภูมิใจในความเป็นคนสุราษฎร์ธานีไม่ได้เช่นกันว่า…บ้านเกิดเมืองนอนของเรานี้ บรรพบุรุษของเรา ได้สร้างมรดกที่มีค่าต่อจิตวิญญาณให้เราเก็บรักษาและดูแล…

ข้าพเจ้ามองเห็นเหงื่อแต่ละเม็ด ที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของหลวงพ่อพุทธทาส และพลังศรัทธาของบรรพบุรุษที่ร่วมแรงกัน มันช่าง…มิอาจหาสิ่งใดมาประเมินค่าทด แทนความสุขทางใจที่เราได้รับเลยนะ แล้วเราจะกระดากใจไหม?หากเราละเลยสิ่งมีค่าเช่นนี้ไป




ข้าพเจ้าได้เห็นเรือนนอนของหลวงพ่อพุทธทาส ช่วงสมัยที่เริ่มสร้างสวนโมกขพลารามใหม่ ๆ


..

..

ข้าพเจ้าย้อนกลับมามองตัวเอง….ว่า ชีวิตของข้าพเจ้านั้น บางทีก็ดิ้นรน กระเสือกกระสนมากเกินจำเป็นจริง ๆ

อาจเป็นเพราะ กิเลสของข้าพเจ้านั้น….มันไม่เคยบอกให้ข้าพเจ้าหยุดนั่นเอง


และวันนี้ ที่นี่….ข้าพเจ้าเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ในภาพเหล่านี้


สังคมของเรา บ้านเมืองของเรา ผุกร่อนมากไปทางด้านวัตถุนิยม.. จึงมองข้ามวัตถุธรรม ที่มีให้เห็น ให้ดู ให้อ่าน และให้สัมผัสได้

หากแต่เราพากันมองข้ามกันไปอย่างหน้าตาเฉย

เราเจริญกัน..ทางวัตถุมากเกินจำเป็น เราบริโภคสิ่งเหล่านี้จนติดเป็นนิสัย มันจึงไม่ปรานีใครเลยนะ แม้แต่ตัวของข้าพเจ้าเองก็ตาม


ข้าพเจ้าคิดทบทวนสิ่งที่ผ่านเข้ามา และผ่านออกไปในชีวิตคนเรา


ข้าพเจ้า.... จะจำสิ่งมีค่าที่ข้าพเจ้าได้ผ่านสายตาในวันนี้ เก็บไว้เตือนใจตนว่า



สังขารรูปของผู้นั้นแตกดับหรือตาย แต่คุณธรรมของผู้นั้น มิได้ตายหรือสูญสิ้นไป

ดังนั้น..จะประโยชน์อะไรกับการขอร้องให้อยู่ต่อไปนาน ๆ จนเกินอายุสังขาร




ข้าพเจ้า มิอาจเทียบชีวิตของข้าพเจ้ากับสิ่งมีค่าอันสูงส่งต่อจิตวิญญาณชาวพุทธ ดังท่านหลวงพ่อพุทธทาส ได้เลย แม้นเพียงน้อยนิด


แต่วันนี้ ข้าพเจ้ากลับรู้สึกภาคภูมิใจในชีวิต ที่ห้วงชีวิตหนึ่งของข้าพเจ้า... ข้าพเจ้าได้ถ่ายทอดเรื่องราวในสิ่งที่ข้าพเจ้าได้เห็น ผ่านตัวอักษรที่ข้าพเจ้าเขียนไว้ ณ ที่แห่งนี้

…แค่นี้ก็เป็นบุณกุศลในชีวิตของคนคนหนึ่ง เหลือเกินแล้วที่ได้เกิดมาร่วมผืนดินเดียวกันกับ องค์หลวงพ่อพุทธทาส


ข้าพเจ้าจะจำไว้ว่า…..โลงศพของเราก็คือความดีที่ทำไว้ในโลก

ป่าช้าของเราก็คือ ประโยชน์ทั้งหลายที่เราได้ช่วยกันทำไว้ เพื่อประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์


….



ขอขอบพระคุณ ไวนิลแผ่นนี้ ที่เผยแพร่โดย

พระสังฆาธิการ พระศรีปริยัตยากรณ์ เจ้าอาวาสวัดพัฒนาราม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ผลงานของพระทองสุข กิตติญาโณ และอนันต์ วัณไวทยจิต


หมายเลขบันทึก: 544561เขียนเมื่อ 4 สิงหาคม 2013 00:15 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 พฤษภาคม 2014 00:25 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (14)

สาธุ ..

ขอขอบพระคุณบันทึกนี้มาก ๆ เลยนะครับ

สวัสดีค่ะคุณแสงแห่งความดี

  ......มันมีเท่านี้เอง.......

   ต้องเวียนเกิด  เวียนตาย  ตามบุญบาป

   เมื่อไรทราบ  ธรรมแท้ ไม่แปรผัน

   ไม่ต้องเกิด   ไม่ต้องตาย  สบายครัน

   มีเท่านั้น   ใครหาพบ  จบกันเอย

คัดลอกจากหนังสือคำกลอนสอนธรรม(หนังสือดี100ปี พุทธทาส)

 

 

เป็นบันทึกที่ให้ทบทวนชีวิตตัวตนของเรา ครับ

คุณครูพาไปร่วมงานของคุณครูใหญ่ แล้วก็ไม่เคยเห็นอีกเลย ในลักษณะไฟโชติช่วง

และทำให้จิตคิดไปขอพุทธคุณปกป้องคุ้มครองไทยให้อยู่ร่มเย็นในทุกสถาณ

ขอให้ความดีงามโชติช่วงชัชวาล์แม้ดับแสงลงหากความดีงามยังอยู่คู่ฟ้าดิน

เคยไปกราบท่านพุทธทาสที่สวนโมกข์เมื่อครั้งลงไปกราบหลวงปู่ทวดที่ยะลาก่อน

เกิดเหตุการที่ยิงที่ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเพียง 1 สัปดาห์

ตลอดระยะทางที่ขับรถไปกันเอง 3 คนพ่อแม่ลูก พบแต่ความร่มรื่น เย็นสบาย

ผู้คนน่ารักอัธยาศัยเป็นกันเองทั้งชาวมุสลิมและพุทธ

ขอบคุณบันทึกคุณความความดีนี้ ขอบคุณสัจธรรมแห่งเชิงตะกอนค่ะ

ที่่สุดของชีวิตก็คือ อนิจจัง
ขอบพระคุณบันทึกที่เตือนให้ระลึกถึงมรณสติค่ะ

ขอบคุณมากมาย สำหรับบันทึกดีๆ บันทึกที่เตือนสติน่ะค่ะ

ชยพร แอคะรัจน์

สวัสดีครับ อาจารย์ 

บันทึกนี้ เป็นการมองภาพให้เป็นถ้อยคำ 

ตัวผมเอง ก็รู้สึกขอบคุณสิ่งที่ผมได้เห็น ได้ดู ได้อ่าน 

หลวงพ่อท่าน...คือสัจธรรมทุกตอนของชีวิต จริง ๆ เลยนะครับ

ขอบพระคุณ อาจารย์เช่นกันครับ

Thaank you for another enlightening insight for meditation.

สาธุๆๆครับ เป็นเรื่องที่เก่ามากๆ

สวัสดีค่ะคุณแสงแห่งความดี

มาอ่านเพื่อย้ำเตือนความเป็นไปในชีวิตค่ะ....

 

ระลึกถึงเช่นกันค่ะ

 

ขอบคุณ ที่นำบันทึกดีๆมาแบ่งปันครับ

โลงศพของเราก็คือความดีที่ทำไว้ในโลก

ป่าช้าของเราก็คือ  ประโยชน์ทั้งหลายที่เราได้ช่วยกันทำไว้  เพื่อประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์

สวัสดีค่ะคุณแสงแห่งความดี

อ่านบันทึกนี้แล้ว คิดต่อว่า  "มองโลก เห็นตน"

เหมาะสมกับชื่อ "แสงแห่งความดี" จริงๆ ค่ะ 

ด้วยความระลึกถึงกัลยาณมิตรเสมอค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี