เมื่อประชาชนให้ความร่วมมือกับเทศบาล งานของคนเก็บขยะก็น้อย เทศบาลใช้ภาษีของประชาชนในการจ้างคนน้อยลง มีเงินเหลือไปพัฒนาด้านอื่น

    

  

            ถนน และที่สาธารณะต่างๆ ทุกเมืองที่เราไปไม่มีขยะ  เราไม่เคยเห็นคนกวาดถนน  ไม่ว่าเราจะตื่นเช้ามืดไปเดินเล่น หรือเดินเล่นตอนดึก เราจึงคิดเอาเองน่าจะเพราะไม่มีอะไรจะให้กวาดกระมัง??


  

  

          ถังขยะที่เห็นตามที่สาธารณะไม่มีขยะล้นถัง  และคนญี่ปุ่นแยกทิ้งขยะค่ะ  ส่วนใหญ่จะมี 4 ช่อง คือ  ขวดพลาสติก  ขวดแก้วกับกระป๋อง  กระดาษหนังสือพิมพ์ กับขยะอื่นๆ  และพวกเขาทิ้งขยะตามฉลากที่บอกไว้ข้างถังจริงๆ  เวลาเก็บก็แค่มัดปากถุง  นำไปสู่กระบวนการผลิตมาใช้ใหม่ หรือเผาทำลายได้ง่าย   

          กทม.พยายามทำเรื่องแยกขยะมานานกว่า 20 ปี  (ฉันเป็นตัวแทนกรมอนามัยไปประชุมด้วย) พยายามรณรงค์และจัดถังแยกขยะ แต่พวกเราก็ไม่ร่วมมือ ทุกวันนี้ก็ยังเห็นสปอตโฆษณาเรื่องนี้ แต่ถังขยะที่จัดแยกไว้ให้ก็ยังพบขยะผสมปนเปกันเขรอะ  สุดท้ายก็เป็นภาระคนเก็บขยะที่ต้องใช้มือคุ้ยแยกขยะเพื่อเอาขยะที่ขายได้ออกไป  เสี่ยงต่อขยะอันตราย  ขยะเชื้อโรค  และแม้แต่เข็มฉีดยาก็มีคนเอามาทิ้งในถังขยะได้ลงคอ


  

         บนรถไฟที่วิ่งทางไกล  คนญี่ปุ่นซื้ออาหารกล่องจากสถานีรถไฟเอาขึ้นไปนั่งกิน มีโต๊ะให้กางสำหรับวางอาหาร (หรือทำงาน) หนแรกที่เห็น คือ ชายหนุ่มที่นั่งแถวเดียวกับเรากินอาหารเสร็จเก็บกล่องเล็กกล่องน้อยที่ใส่อาหารอย่างประณีตเหมือนที่ยังไม่เปิดกินแล้วใส่ถุง  ใช้กระดาษเช็ดปากที่ให้มาพร้อมกล่องอาหารเช็ดโต๊ะจนสะอาด ทิ้งกระดาษลงถุง ปิดปากถุงเรียบร้อยวางไว้กับพื้น  พอรถจอดก็ถือลงไปด้วย  (บนรถไม่มีถังขยะค่ะ)  จากที่สังเกตเขาทำกันอย่างนี้ทุกคน  ไม่มีการนำไปแอบวางหน้าห้องน้ำหรือตามซอกมุมบนรถ

         พอลงจากรถเจ้าหน้าที่เข็นรถ ถือถุงใส่ขยะมายืนยิ้มโค้งคำนับ รอรับขยะจากผู้โดยสาร (เห็นหนแรกฉันคิดว่ามารอให้บริการขนกระเป๋า)

         ร้านอาหารตามสถานี ตามริมถนน ในห้างเกือบทั้งหมด เป็นร้านแบบช่วยตัวเอง  คือ ไปซื้อจากเค้าเตอร์แล้วยกมานั่งกินที่โต๊ะ  แต่ต่างจากบ้านเราคือ  กินเสร็จคนญี่ปุ่นเกือบทุกคนจะยกไปวางคืนที่จุดที่เขาให้วาง  เก็บเศษขยะทั้งหมดใส่ถาดไปด้วย ไม่มีการทิ้งไว้เลอะเทอะบนโต๊ะ  บางคนเช็ดโต๊ะที่ทำเลอะให้ด้วย  คนมาใหม่ก็นั่งได้ทันที  เราไม่เคยเห็นว่าต้องมีคนมาเก็บ มาเช็ดโต๊ะเหมือนบ้านเราแม้แต่ร้านเดียว

         เวลาเรากินอาหารไม่ว่าบนรถ หรือตามร้าน เราก็ทำอย่างเขาบ้าง  ฉันเช็ดโต๊ะซะเรี่ยม  และแอบติดนิสัยนี้มาทำเวลากินอาหารตามร้านอาหารเมืองไทย  คิดว่าช่วยลดงานพนักงาน ทำแล้วสบายใจ

          ที่ย่านอาซากุสะ เราซื้อขนมจะถือเดินกิน  แม่ค้าเดินมาทำไม้ทำมือบอกให้ยืนกินหน้าร้าน  ก็งงๆ คิดว่าแม่ค้าคงเป็นห่วงกลัวไม้เสียบตำคอ  พอเรากินหมด  (เขาคงแอบสังเกตเราอยู่) ก็ชี้ให้เราทิ้งขยะที่เป็นจานกับไม้เสียบลงในถังขยะหน้าร้านเขา แล้วโค้งคำนับยิ้มหวานใส่เราทำนองว่า “ขอบคุณที่ทิ้งขยะในถัง”  (ที่อามิโยโกะ คนขายก็บอกเราแบบนี้ – แต่เรารู้แล้วเลยไม่เดินกิน) น่าประทับใจจริงๆ  เราไม่กล้าซื้อขนมเดินกินอีกเลย


  

           ที่อามิโยโกะ (ย่านขายอาหารทะเลใกล้สถานีอูเอโนะ ไม่ไกลจากโตเกียว) ดึกแล้วร้านกำลังปิด  เราสองคนเดินเล่นแบบสบายๆ ได้เห็นพ่อค้าแม่ขายเก็บลังกระดาษมารวมกัน ทำให้แบนวางเป็นกองแล้วเอาเชือกมัดเป็นตั้ง วางไว้หน้าร้าน ร้านใครร้านมัน  บางถุงก็เป็นขวดพลาสติก แยกขยะไว้เป็นพวกๆ เราคิดว่าเดี๋ยวคงมีคนมาซื้อ  แต่ปรากฏว่าเป็นรถเก็บขยะค่ะ  มีรถที่เก็บเฉพาะลังกระดาษ คันเล็กเท่ารถ กระบะบ้านเรา ขับมาจอดหน้าร้าน (คนเดียวทำทุกหน้าที่) ลงมายกมัดกระดาษขึ้นรถ ใช้เครื่องบีบอัดให้แน่นทำให้เก็บลังกระดาษได้มากในแต่ละเที่ยว  เราเห็นเฉพาะรถเก็บลังกระดาษ แต่เข้าใจว่าขยะอื่นๆ คงมีรถมาเก็บเช่นกัน

          อามิโยโกะ เป็นตลาดขายปลาสด ปลาแห้ง ของทะเลทุกชนิด อยู่ใกล้สถานีอูเอโนะ  เราไม่เห็นความเปียกแฉะ สกปรกเลอะเทอะ ไม่เห็นกองขยะเน่าเหม็น  เราคุ้นเคยแถวนี้เพราะมาพักที่นี่สองปีซ้อน  ออกมาเดินทุกคืน

  

           ตลาดสดอื่นๆ ที่ไปก็สะอาดเหมือนกันหมด

           เมื่อประชาชนให้ความร่วมมือกับเทศบาล  งานของคนเก็บขยะก็น้อย เทศบาลใช้ภาษีของประชาชนในการจ้างคนน้อยลง  มีเงินเหลือไปพัฒนาด้านอื่น

            ญี่ปุ่นสะอาด น่าจะเป็นเพราคนญี่ปุ่นไม่ทิ้งขยะ.

.....................................