ทฤษฎีการเรียนรู้ (Learning theory) หมายถึงข้อความรู้ที่พรรณา / อธิบาย / ทำนาย ปรากฏการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับการเรียนรู้ ซึ่งได้รับการพิสูจน์ ทดสอบตามกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ และได้รับการยอมรับว่าเชื่อถือได้ และสามารถนำไปนิรนัยเป็นหลักหรือกฎการเรียนรู้ย่อยๆ หรือนำไปใช้เป็นหลักในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนได้ ทฤษฎีโดยทั่วไปมักประกอบด้วยหลักการย่อยๆ หลายหลักการและจากที่ผมได้ศึกษามา แต่ละคนจะมีรูปแบบของทฤษฏีที่แต่งต่างกันไป บ้างก็มีที่มีความคล้ายกันอยู่ เช่น

1.การเรียนรู้ตามทฤษฎีของ Bloom (Bloom's Taxonomy)

          Bloom ได้แบ่งการเรียนรู้เป็น 6 ระดับ

                    1.1. ความรู้ที่เกิดจากความจำ (knowledge) ซึ่งเป็นระดับล่างสุด

                   1.2. ความเข้าใจ (Comprehend)

                   1.3. การประยุกต์ (Application)

                   1.4. การวิเคราะห์ (Analysis) สามารถแก้ปัญหา ตรวจสอบได้

                   1.5. การสังเคราะห์ (Synthesis) สามารถนำส่วนต่างๆ มาประกอบเป็นรูปแบบใหม่ได้ให้แตกต่างจากรูปเดิม เน้นโครงสร้างใหม่

                   1.6. การประเมินค่า (Evaluation) วัดได้ และตัดสินได้ว่าอะไรถูกหรือผิด ประกอบการตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุผลและเกณฑ์ที่แน่ชัด


            2. การเรียนรู้ตามทฤษฎีของเมเยอร์ (Mayor)

                      ในการออกแบบสื่อการเรียนการสอน การวิเคราะห์ความจำเป็นเป็นสิ่งสำคัญ และตามด้วยจุดประสงค์ของการเรียน โดยแบ่งออกเป็นย่อยๆ 3 ส่วนด้วยกัน

                   2.1 พฤติกรรม ควรชี้ชัดและสังเกตได้

                   2.2 เงื่อนไข พฤติกรรมสำเร็จได้ควรมีเงื่อนไขในการช่วยเหลือ

                   2.3 มาตรฐาน พฤติกรรมที่ได้นั้นสามารถอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด


            3. การเรียนรู้ตามทฤษฎีของบรูเนอร์ (Bruner)

                   3.1 ความรู้ถูกสร้างหรือหล่อหลอมโดยประสบการณ์

                   3.2 ผู้เรียนมีบทบาทรับผิดชอบในการเรียน

                   3.3 ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความหมายขึ้นมาจากแง่มุมต่างๆ

                   3.4 ผู้เรียนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นจริง

                   3.5 ผู้เรียนเลือกเนื้อหาและกิจกรรมเอง

                   3.6 เนื้อหาควรถูกสร้างในภาพรวม

ซึ่งจากที่ได้กล่าวมาเป็นเพียงแค่ตัวอย่างของทฤษฏีการเรียนของแต่ละคนเท่านั้น


การสอน

         การสอน เป็นงานหลักของครู ซึ่งปัจจุบันถือว่าครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง ที่บุคคลในวิชาชีพนี้ ต้องได้รับการศึกษาอบรมมาโดยเฉพาะเพื่อให้มีความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติหน้าที่ สามารถเลือกศึกษา อบรมมาโดยเฉพาะ เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติหน้าที่ สามารถเลือกวิธีปฏิบัติงานที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้นักเรียนมีความรู้ ทักษะ และเจตคติ ดังที่ระบุไว้ในจุดประสงค์การสอน ครูต้องมีการฝึกฝนด้านการสอนอยู่เสมอเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการทำงานเช่นเดียวกับวิชาชีพชั้นสูงอื่นๆ และต้องมีมาตรฐานของวิชาชีพ การที่ครูสามารถปฏิบัติงานการสอนได้ดีขึ้นอยู่กับความสามารถในการผสมผสานศาสตร์ว่าด้วยการสอนกับศิลปะของการสอนเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดประสิทธิผลของการสอนสูงสุด

               มีผู้ให้ความหมายคำว่า "การสอน" ต่างๆ กันไป เช่น แลงฟอร์ด (Langford 1968 : 114) กล่าวว่า การสอนคือกิจกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลคนหนึ่งยอมรับผิดชอบเกี่ยวกับการเรียนรู้ของบุคคลอีกคนหนึ่ง (การสอนจึงเป็นกิจกรรมที่ครูกระทำเพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้) ในหนังสือ Dictionary of Education (Good 1973 : 304 และ 588) ได้ให้ความหมายของ การสอนไว้ดังนี้

                   1. ความหมายของการสอนในระดับแคบ หมายถึง วิธีการที่ครูถ่ายทอดความรู้ อบรมนักเรียน ให้มีความรู้ ความคิด เจตคติและทักษะดังที่จุดประสงค์การศึกษาได้ระบุไว้

                   2. ส่วนความหมายของการสอนในระดับกว้าง หมายถึง การกระทำและการดำเนินการด้านต่างๆ ของครูภายใต้สภาพการณ์การสอนการเรียน ซึ่งประกอบด้วย

                   3. การสร้างสัมพันธภาพระหว่างครูกับนักเรียน

                   4. กระบวนการตัดสินใจและวางแผนก่อนสอน ซึ่งได้แก่ การวางแผนการสอน การจัดเตรียมสื่ออุปกรณ์

บรรณานุกรม

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสื่อการสอน. (ม.ป.ป.). เข้าถึงได้จากhttp://www.baanjomyut.com/library_2/extension-4/introduction_to_teaching/10.html (31 กรกฏาคม 56)

ทฤษฎีการเรียนรู้. (2556). เข้าถึงได้จาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89  (31 กรกฎาคม 56)

ลวภา ทองอยู่เรือน. (2556).  คำศัพท์ทางการศึกษา. เข้าถึงได้จาก http://sps.lpru.ac.th/script/show_article.pl?mag_id=11&group_id=51&article_id=896  (31 กรกฎาคม 56)