วันนี้ขอเขียนในมุมของคนที่ได้นั่งมองและสังเกตการณ์ และอยู่ร่วมสถานการณ์มาตลอด
กับกระบวนการที่ พระอาจารย์ ครูกะปุ๋ม แม่นาง แม่หน่อง พี่ขนิตฐา ได้ลงแรงช่วยกันขับเคลื่อน
ช่วยเหลือกูชีวิตวัยรุ่นกว่า 80 ชีวิต
มันล้ำค่ามากนะ ทุกครั้งที่ได้ระลึกถึงยังอิ่มอยู่ในใจ
ศีล สมาธิ ปัญญาได้รับการบ่มเพาะ ตลอดระยะเวลา สี่ ห้าวัน ที่เด็ก ๆ ได้ใช้ชีวิตในวัด
การทำงานนี้ ก็คล้ายการที่ครูกะปุ๋ม ขับเคลื่อน R2R นะคะ
ท่านมีเป้าหมายชัดเจน ที่จะยกระดับจิตใจ สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้
นำหลักธรรม เข้ามาประยุกต์ แบบพาปฏิบัติ ผ่านกิจกรรม
พอได้ลงมือทำ ธรรมก็เข้าสู่ใจ
ครูไม่รอนิยาม ไม่รอบรรยาย แต่พาทำเลย
เด็ก ๆ ไม่เบื่อ แถม รู้สึกเต็มอิ่ม ทึ่งกับตนเองด้วยซ้ำว่า
“ใจข้างในนี้ มีมุมนี้ด้วยเหรอ”
เป็นมากกว่าความเชื่อ ความศรัทธา เพราะทุกคนสัมผัสความสุขได้ที่ใจตนเอง
ไม่ใช่แค่ทฤษฎี ผลลัพธ์ วัดได้ที่ผู้รับบริการ
งานนี้ก็เช่นกัน สิ่งที่พระอาจารย์ ครูและทีมวิทยากรทำ ผลลัพธ์วัดได้ที่เด็ก ๆ
วัดได้ทีใจเด็ก ๆ ที่มีความสุขที่ได้ระลึกถึงช่วงเลานั้นที่วัด
มีความสุขที่ได้คุย ได้ติดต่อกับแม่ครูและทีมวิทยากรที่วัด ผ่าน social network
อย่างน้องเกลวก็เข้ามาใช้ชีวิต ฝึกฝนขัดเกลาตนเองที่วัดทุกเสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่อบรมเสร็จ

หนูลองสอบถามจากย่าของน้องเกลว
ท่านบอกว่า”เกลวเปลี่ยนไปในทางที่ดีมาก”
เลิกเรียนก็อยู่ทำกับข้าวให้ย่ากับพ่อทาน เมื่อก่อนมักจะไปเล่น ไปไหนก็ไม่รู้
เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น “ย่าก็สบายใจ”
ยิ่งกว่ารางวัลใด ๆ อีกนะ กับชีวิตหนึ่งที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
หนึ่ง คือ ทั้งหมด น้องเกลวเป็นคำตอบของความสำเร็จ
เป็นกลุ่มตัวอย่างที่ได้เห็นและจับต้องได้ และเชื่อว่า น้อง ๆ
อีกว่า80 ชีวิต หลายต่อหลายคน ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
เผชิญกับปัญญาแบบมีเครื่องมือ คือ สติ สมาธิ และปัญญา
ที่พระอาจารย์และแม่ครูกะปุ๋มมอบให้ตลอดค่าย
แถมท้ายด้วย “ใจที่มุ่งมั่น อดทน จนผ่านได้”

นี่แหละความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในการสร้างโลก สาธุ