การให้กำลังใจผู้ป่วยเป็นเรื่องสำคัญ...การให้กำลังใจคนที่อยู่เคยงข้างคนป่วยก็สำคัญเช่นกัน...

               คราวที่แล้วได้เขียนบันทึกเรื่องราวของครุต๋อมผู้ป่วยมะเร็งเป็นระยะ (แม้บางช่วงเวลาอาจเป็นระยะที่ห่างหายไปหน่อยนะคะ) ได้เปิดเจอข้อความผ่าน Blog ของพี่ดา http://www.gotoknow.org/posts/377005   ที่ได้เขียนและเผยแพร่บันทึกของน้องกุล ตอนนี้เลยได้รู้ข้อมูลของครูแอม ที่คุณแม่กำลังป่วยเป็นโรคมะเร็งที่สมอง คล้ายๆ กับกรณีครูต๋อม (ที่ครูแอมได้แสดงความคิดเห็นฝากผ่านมาทาง Blog พี่ดา) ต้องขออภัยอย่างสูงที่ได้มาให้ความคิดเห็นช้ามากเนื่องจาก ไม่ได้ตรวจเช็คเมล์ จาก Go to know เลยทำให้รู้สึกไม่สบายใจ และเป็นห่วงความรู้สึกของครูแอมอย่างมาก....ขอโทษอีกครั้งหนึ่งด้วยแล้วกันนะคะ .....จึงอยากจะเล่าเรื่องราวและเป็นกำลังใจให้ครูแอมอีกคนหนึ่งนะคะ
  

          ก่อนหน้านี้ครอบครัวพุทธมาตย์ของเราก็รู้สึกหนักและเป็นทุกข์ใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ครูต๋อม เข้ารับการผ่าตัด มันเหมือนการวัดทั้งใจและความเป็นความตายเท่ากัน...จริงๆแล้วดิฉันก็ไม่ได้เข้มแข็งมากสักเท่าไหร่ เพราะยังต้องอาศัยกำลังใจ คำปลอบโยนจากคนรอบข้างเสมอ ทั้งจากสองครอบครัว ทั้งฝ่ายสามีและครอบครัวของดิฉันเอง จากเพื่อนๆ พี่ๆ มิตรสหายที่ได้รู้จักกัน รวมทั้งกัลยาณมิตรจากทาง Blog ของ Go to know ทั้งเป็นที่ระบายความรู้สึกผ่านบันทึกและรับเอาพลังแรงใจ กำลังใจจากทุกๆท่านที่ได้ส่งผ่านมากถึงครอบครัว....ทำให้ดิฉันเเองได้ฉุกคิดว่าหากเราไม่ได้ลุกขึ้นสู้เพื่อคนป่วย ไม่ได้ลุกขึ้นสู้เพื่อนำกำลังใจเหล่านั้นส่งถึงไปยังคนป่วยคงจะทำให้ทุกอย่างที่มีค่าหมดสิ้นไป....วันละเล็กละน้อย ก็แวะมาเก็บเอากำลังใจทางบล็อกบาง ทางโทรศัพท์ ทางเมล์ หรือเดินมาบอกด้วยตนเอง....กำลังใจเหล่านั้นเองได้หล่อหลอมให้คนกำลังบาดเจ็บและอ่อนไหวได้เยียวยาความรู้สึกของตนเองและตัดสินใจรับสภาพและทำให้บรรเทาความเจ็บร้าวในใจได้บ้าง....จึงได้ตั้งใจทำหน้าที่และยืนเคียงข้างคนป่วยโดยพยายามไม่แสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น พูดคุยและทำความเข้าใจในการวางแผนการดำเนินชีวิตทุกๆอย่าง ให้คนป่วยสบายใจ เราอาจพูดคุยและปรึกษาคนที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายบ้าง อย่าแบกรับไว้เพียงลำพัง....จึงทำให้เห็นว่าเราควรมีสติ สะกัดกลั้นอารมณ์ ความรู้สึกที่แย่ๆเอาไว้ คิดไตร่ตรอง คิดวางแผนการดำเนินชีวิตของคนในครอบครัว และคิดเผื่ออนาคตไว้บ้าง....แต่ไม่ได้คาดหวังให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่วางแผน 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างน้อยเราก็ยังมีทางเลือกสำรองไว้ปัญหาที่หนักก็จะคล่อยผ่อนคลายลง......นี่เป็นความรู้สึกและเป็นประสบการณ์ได้เรียนรู้จากชีวิตจริงมา...(อาจถูกบ้าง ผิดบ้างก็ขออภัย) หากบันทึกนี้จะทำให้ใครหลายๆคนรู้สึกคลายความกังวลใจ และทุกข์ใจได้บ้างก็ยินดีให้นำแนะนำ และช่วยเหลือ เท่าที่ความสามารถของผู้หญิงคนนี้จะทำได้ ....ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆคนผ่าน อุปสรรคทางกายและใจ ได้โดยเร็ว.....