"ฟ้าคราม" อายุครบ ๒ ขวบ ๑ เดือน

"ฟ้าคราม" อายุครบ ๒ ขวบ ๑ เดือน

 

            "ฟ้าคราม" ในช่วงวัยนี้ หนูเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ มีความจำเพิ่มมากขึ้น (ย่าสังเกตจากที่พอย่าถามหนูถึงเรื่องใด หนูก็จะโต้ตอบย่าได้ทันที รู้เรื่องทุกอย่าง สอนอะไรหนูก็รับได้หมด ดังกับคำโบราณที่เคยสอนย่าว่า..."เด็กเล็ก ๆ ก็เปรียบเสมือนผ้าขาว ผู้ใหญ่ใส่สิ่งใดเข้าไป ก็จะออกมาเป็นสิ่งนั้น ๆ " ไม่ผิดจริง ๆ...

            หนูเป็นเด็กที่กล้าแสดงออก กล้าคิด กล้าทำและเรียนรู้ด้วยตนเอง บางเรื่องที่หนูไม่รู้ หนูก็จะถามพ่อเพรียง แม่อ้อม ย่า โดยเฉพาะพ่อเพรียง หนูจะคลุกคลีมากเป็นพิเศษ เหมือนกับหนูรักพ่อเพรียงมากกว่าแม่อ้อม เพราะหนูจะชอบทำท่าทางเคล้าเคลียพ่อเพรียงมากกว่า จนแม่อ้อมบอกหนูว่า "รักพ่อเพรียงมากกว่าแม่อ้อมแล้ว"

 

 

 

             เวลาที่ย่าถามหนูว่า "พ่อเพรียงของใคร?" หนูจะไม่ตอบว่า "ของฟ้าฯ" แต่หนูจะตอบว่า "ของแม่อ้อม" ดูสิ!!! เพียงเท่านี้ หนูก็ยังคิดไม่เหมือนเด็กคนอื่น ๆ เพราะถ้าเป็นเด็กคนอื่น สิ่งที่ย่าจะได้ยิน นั่นคือ "ของเด็กคนนั้น" แต่นี่...หนูกลับตอบย่าว่า "พ่อเพรียงของแม่อ้อม" คือ หนูไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ ทำให้ย่าคิดว่า "แปลกดีสำหรับความคิดของหนู" อาจเป็นเรื่องแรกที่สร้างนิสัยของหนูในขั้นพื้นฐานว่า...หนูสามารถแยกแยะออกในเรื่องของความเป็นเจ้าของ...เพราะหนูรู้ว่า "พ่อเพรียง ก็ต้องเป็นของ แม่อ้อม" เพราะเด็กส่วนใหญ่ที่ย่าพบเจอชอบจะพูดและแสดงความเป็นเจ้าของกันทั้งนั้น...นี่ก็จะเป็นเรื่องของการสร้างนิสัยเบื้องต้นที่จะเป็นพื้นฐานให้กับการที่หนูได้โตขึ้นเมื่อพบเจอกับสิ่งใดที่ไม่ใช่ของหนู หนูก็จะไม่แสดงถึงความเป็นเจ้าของของสิ่งนั้น...

            ยามใดที่พวกเราพาหนูไป Bic C หนูก็จะกล้าเดิน ไม่ค่อยชอบนั่งในรถเข็น หนูกล้ามอง กล้าสบตาคน หนูมีลักษณะไม่กลัวคน ไม่เหมือนกับตอนแรก ๆ ที่ย่าพาหนูไป หนูจะตื่นคน...หนูชอบขอไปนั่งรถเด็กเล่นบน Bic C 

            หนูจะรู้ว่า พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ตาทวดชื่ออะไรและสามารถบอกชื่อได้อย่างถูกต้อง...ย่าว่า...หนูมีพัฒนาการในการเรียนรู้ที่เร็วมาก

             หนูเรียนรู้ด้วยตนเองใน i Pad หรือไม่ก็ i Phone หนูสัมผัสด้วยมือทั้งสองข้างของหนูได้อย่างคล่องแคล่ว หนูสามารถเข้า Internet ได้ด้วยตัวของหนูเอง ขนาดพี่ฟลุ๊ค (อายุประมาณ ๑๔ - ๑๕ ปี) เห็นหนูเล่น i Pad อยู่ จะพูดกับหนูว่า "ฟ้าฯ เข้าไปใน youtube ได้ด้วยเหรอ...โอ้โห เปิดเพลงได้อีกต่างหาก" ทำเอาพี่ฟลุ๊คนิ่งไปเลย...สำหรับหนูเมื่อเห็นพี่ฟลุ๊คทักแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มทำตาหยีใส่พี่เขา...

             พ่อเพรียงกับแม่อ้อมก็ขยันหาสัตว์เลี้ยงมาอยู่เป็นเพื่อนกับหนู มีเจ้ากาแฟ (หมา) ยังไม่พอ ก็หาแมวซึ่งเป็นพันธุ์ผสม แม่เปอร์เซีย พ่อไทย มาให้เป็นเพื่อนกับหนูอีก ชื่อว่า เจ้า i Pad กับเจ้า i Phone (ชื่อทันยุคทันสมัยดีแท้)...

             การที่ย่าพาหนูไปด้วยในที่ต่าง ๆ ทำให้หนูกลายเป็นเด็กกล้าที่แสดงออก ไม่กลัวคน พร้อม ๆ กับที่ย่าก็ต้องสอนหนูไปในตัวด้วยว่า สิ่งใดควร สิ่งใดไม่ควร เพื่อหนูจะได้เรียนรู้ไปในตัว

             การอยู่กับหนูอย่างใกล้ชิดย่าคิดว่า...เป็นการสร้างความอบอุ่นทางใจให้กับหนูซึ่งเป็นเด็กเล็ก ๆ หนูจะได้คิดอย่างถูกต้อง ถ้าไม่ถูกย่าก็จะรีบบอก ไม่ปล่อยให้เลยไปเพราะจะทำให้หนูทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

             ย่าไม่เคยคิดหรือหวังว่าจะให้หนูเรียนอะไร โตขึ้นเป็นอะไร ย่าจะปล่อยให้หนูมีอิสระทางด้านความคิด เป็นไปตามที่ตัวของหนูเองต้องการจะเป็น แต่ขอเพียงเพื่อให้หนูเป็นเด็กดี คนดีของย่า พ่อเพรียง แม่อ้อม ปู่เร และของคนที่ได้รู้จัก คบหาหนูก็พอแล้ว...เพราะการที่หนูโตขึ้นจะเป็นอะไรนั้น ไม่ใช่ย่าจะต้องบังคับให้หนูเป็นให้ได้ นั้นคงจะไม่ใช่ ย่าคิดว่า...ให้หนูเป็นคนคิดเอง ทำเองด้วยใจรักของหนูเองมากกว่า เพราะจะทำให้หนูมีความสุขกับมันมากกว่าการที่ย่าซึ่งเป็นผู้ใหญ่จะไปบังคับให้หนูเป็น...

             ย่าได้ถ่ายรูปกับหนูแล้วส่งไปให้พ่อเพรียง - แม่อ้อม ดู ทำให้พ่อเพรียง - แม่อ้อม ส่งรูปการ์ตูนซึ่งมีความหมายว่า "อิจฉา" กลับมาให้ย่า...แม้แต่ลุงภัคร ยังคิดว่า "ย่ารักหนูมาก" เคยถามย่าว่า...ถ้าภัครมีลูกแล้วย่าจะรักลูกของลุงภัครมากเท่ากับ "ฟ้าคราม" หรือเปล่า? ย่าบอกว่า...ลูก - หลาน ทุกคน ย่าก็รักหมดทุกคน ย่ามีเจตนาที่จะให้ "ฟ้าฯ" เป็นเด็กดี น่ารักสำหรับทุกคน ไม่ใช่เลี้ยงแบบไม่มีเหตุผล การที่จะให้เด็กมีเหตุผล ผู้ใหญ่ต้องใส่สิ่งต่าง ๆ เข้าไปในตัวพวกเขา สำหรับสิ่งต่าง ๆ นี่แหล่ะ มันคืออะไรบ้างล่ะ? ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่แต่ละคนแล้วแหล่ะว่า...จะใส่สิ่งใดเข้าไปในตัวของเด็กคนนั้นบ้าง...ตัวผู้ใหญ่ต้องการอะไร ก็ต้องใส่สิ่งนั้น ๆ เข้าไป...พอเด็กโตขึ้นก็จะได้สิ่งเหล่านั้นเอง ไม่ใช่ว่า...ผู้ใหญ่ต้องการอะไรแล้วก็ใส่สิ่งที่ไม่ใช่เข้าไปแล้วจะให้ผลนั้นเป็นแต่สิ่งที่พวกเขาคิดนั้นคงไม่ใช่แล้วล่ะ...สุดท้ายก็จะไปโทษที่ตัวเด็ก คงไม่ใช่ ต้องโทษผู้ใหญ่ที่ทำให้เขาเกิดมาแล้วรับผิดชอบพวกเขามาก - น้อยเพียงใด...

             ยิ่งเด็กเล็ก ๆ เราต้องใกล้ชิดให้มาก เพราะพวกเขาต้องการเอาแบบอย่างกับผู้ใหญ่ เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่เขาต้องการและเห็นจากตัวของเรา...ไม่ใช่เลี้ยงปล่อยให้เขาอยู่เองตามยถากรรม คือ ต้องมีคนชี้แนะให้เขาได้ทำได้ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกที่ ถูกทาง...และสุดท้ายเราจะได้ผลลัพธ์กับสิ่งที่เราได้ทำลงไป...ทางพระท่านว่า...มนุษย์เราเป็นไปตามกฎแห่งกรรมจริง ๆ..."ทำสิ่งใดก็จะได้สิ่งนั้น" เหมือนกับเราหว่านข้าวลงบนผืนนา สิ่งที่จะได้นั่นคือ ข้าว คงไม่ใช่ข้าวโพดหรือถั่ว งา หรอก...แต่สิ่งที่อยู่ระหว่างที่จะให้ได้เม็ดข้าวขึ้นมา ก็คือ การดูแล การใส่ปุ๋ย การป้องกันแมลง การใส่น้ำเข้านา เฉกเช่นเดียวกันกับการเลี้ยงมนุษย์เหมือนกัน...จะให้ได้เด็กดี ๆ ร่าเริง มี IQ ดี EQ ดี ก็อยู่ที่ญาติผู้ใหญ่ต้องใส่สิ่งต่าง ๆ เข้าไปในตัวพวกเขาเช่นกัน...

             เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จะเป็นภูมิคุ้มกันและเป็นนิสัยส่วนตัวของแต่ละบุคคล ซึ่งจะติดตัวพวกเขาต่อไปและเพื่อเข้าสู่การเป็นผู้ใหญ่และกับโลกของการทำงานในอนาคต...โดยจะทำให้แต่ละคนมีความแตกต่างกัน ซึ่งเกิดมาจากการเติบโตมาตั้งแต่เด็ก ๆ นั่นเอง ซึ่งเด็กแต่ละคนจะเก็บเกี่ยวสิ่งต่าง ๆ ในระหว่างทางมาแตกต่างกัน ทำให้โตขึ้นแล้วกลายมาเป็น Competency (สมรรถนะ) ที่แต่ละคนมีมาไม่เหมือนกัน นั่นเอง...Competency ที่แต่ละคนมีแตกต่างกันนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เหมือนกัน...

 

            ในช่วงนี้ หนูจะสามารถบอกย่า พ่อเพรียง แม่อ้อม ได้แล้วว่า เวลาหนูปวดฉี่ ปวดอึ หนูจะบอกให้พวกเรารู้เพื่อที่จะถอดกางเกงออกก่อนที่มันจะราด...เหมือนพวกเราสอนหนูให้รู้จักการฝึกและควบคุมตัวของหนูเองให้ได้เพื่อจะได้ไม่เดือดร้อนตอนหนูไปเข้าโรงเรียนและหนูก็ได้หัดนั่งบนชักโครกได้แล้วโดยมีย่า แม่อ้อม คอยจับหนูให้ลองหัดนั่ง...

            เวลาย่าพาหนูไปอาบน้ำในห้องน้ำ ย่าสังเกตเห็นหนูเริ่มใช้ขันตักน้ำเพื่ออาบน้ำเองและถูตัวด้วยสบู่เองได้แล้ว หนูเก่งขึ้นมากกับการดูแลตัวของหนูเอง นี่เป็นวิธีการฝึกหนูให้หัดช่วยเหลือตัวเองในเบื้องต้น

            แม่อ้อมกับพ่อเพรียงชอบ Line มาบอกย่าว่า...ฟ้าฯ ชอบร้องไห้ บอกว่า...คิดถึงย่า...ทำเอาย่าสะอึก นี่ก็คือ ความผูกพันที่เรามีต่อกัน ระหว่างย่ากับหนูฟ้าคราม ที่อยู่ใกล้ชิดกันมาตั้งแต่แรกเกิด ขนาดนอนยังให้นอนบนอก ย่าคิดว่า...การแสดงสิ่งต่าง ๆ ที่ย่าทำและปฏิบัติต่อหนู มันจึงกลายมาเป็นความผูกพันกันด้วยใจกันของ ย่า - หลานมากกว่า...เพราะเรียกว่า เวลาย่าไปไหนชวนหนูไป หนูจะไม่ปฏิเสธหรือร้องไห้กลับไปหาพ่อเพรียง - แม่อ้อม หนูจะอยู่กับย่าได้และสามารถนอนกับย่าได้เหมือนย่า คือ แม่ของหนูอีกคนหนึ่ง...

 

 

                                  เจ้า i Pad

                               เจ้า i Phone

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าของ "ฟ้าคราม"



ความเห็น (8)

น่าชื่นใจในความฉลาดน่ารักของหลานย่าค่ะ...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ พี่นงนาท 

ขอขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจด้วยค่ะ

 

เขียนเมื่อ 

เห็นภาพแล้วน่ารักจังค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจจากทุก ๆ ท่านค่ะ

 

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ คุณ 

และขอขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจด้วยค่ะ

เขียนเมื่อ 

ภาพหัวบันทึก ภาพที่3 ด้านบน เหมือนเด็กผู้ชายเลยนะครับ..

แต่ตอนนี้จะเป็นสาวน้อยแล้ว...

น่ารักครับ

เขียนเมื่อ 

...มาชื่นชมความน่ารักและการเติบโตของหนูฟ้าครามนะคะ...

เขียนเมื่อ 

น่ารักมากเลยน้องฟ้าคราม โตวันโตคืนนะคะ