1. สิ่งที่เรียนรู้(What)

    จินตคณิต

2. วิธีการเรียนรู้(How)

    จินตคณิต เป็นการฝึกการคิดเลขโดยเริ่มจากการใช้ลูกคิด คิดเลขแทนการใช้กระดาษทด หรือเครื่องคิดเลข โดยค่อยๆฝึกไปเรื่อยๆ ในช่วงแรกก็อาจจะรู้สึกยุ่งยากที่ต้องเปลี่ยนมาใช้การปัดลูกคิดแทน แต่หากฝึกไปเรื่อยๆก็อาจจะสามารถคิดด้วยลูกคิดได้เร็วกว่าการทดเลขลงในกระดาษเสียอีก เห็นได้จากคุณลุงชาวจีนที่เป็นเจ้าของร้านค้าที่ยังใช้ลูกคิดอยู่ จะเห็นว่าคุณลุงสามารถคิดเลขได้เร็วกว่าการคิดในใจตามปกติอีก หลังจากที่เราฝึกการคิดเลขโดยการปัดลูกคิดจนชำนาญแล้วก็ให้เริ่มเลิกใช้ลูกคิด แต่หันมาสร้างภาพจินตนาการถึงลูกคิดแทน โดยให้นึกว่ามีลูกคิดอยู่ในตำแหน่งที่ปกติเราจะวางไว้ แล้วเวลาคิดเลขก็ให้ปัดไปตามปกติแต่ให้คิดเสียว่า เรากำลังปัดลูกคิดอยู่และปัดไปแล้วกี่เม็ด มีอีกกี่เม็ดที่จะต้องปัดในครั้งต่องไป ฝึกไปเรี่อยๆจนชำนาญ ซึ่งการคิดเลขโดยใช้การจินตนาการถึงลูกคิดขึ้นมาในหัวนั้น ในขณะที่กำลังคิดเลขอยู่เราได้ใช้สมองทั้งสองซีกไปพร้อมๆกัน คือ เราจินตนาการถึงลูกคิดอยู่ตลอดเวลาเป็นการใช้สมองซีกขวาซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับจินตนาการฯ และในขณะที่เราคิดเลขอยู่นั้นก็นับเป็นการใช้สมองซีกซ้ายด้วยซึ่งเป็นสมองส่วนที่ทำงานเกี่ยวข้องในเรื่องของการใช้ตรรกะ การมีเหตุผลฯ ดังนั้นการที่เราฝึกจินตคณิตก็เป็นการฝึกการใช้สมองสองซีกไปพร้อมๆกัน ในขณะที่ตามปกติคนเรามักใช้สองซีกใดซีกหนึ่งเป็นหลักเพียงซีกเดียว และการที่จะใช้สมองสองซีกพร้อมกันได้นั้นจำเป็นต้องอาศัยสมาธิจดจ่อในการคิด ทำให้เป็นการฝึกฝนและเพิ่มสมาธิให้แก่ผู้ฝึกอีกด้วย

4. ผลการเรียนรู้(Outcome)

    การที่เรามีสมาธิมากขึ้นจะทำให้เกิดการจดจ่อกับบทเรียนมากขึ้น จึงทำให้การเรียนมีประสิทธิภาพดีขึ้น    

5. ข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์(Reflection)

    การที่เรามีสมาธิและสติตนเองได้ดีขึ้น ก็จะทำให้แก้ปัญหาต่างๆได้ดีขึ้นด้วย

6. อ้างอิง(Reference)

    http://www.kc-center.com/reward9.html

7. ภาคผนวก


29/07/13

นายธนดล เวณุนันท์