"การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรเป็นเรื่องสำคัญ เราต้องทำทุกอย่างให้ดี ให้เด่นกว่าจึงจะอยู่รอดได้" ... "แม่ปลูกฝังลูกมาดีเกินไป มันผิดเวลา สังคมมันซับซ้อนจนไม่สามารถยึดคุณธรรมเป็นสรณได้ เราน่าจะเกิดในยุคก่อน พ.ศ.นะลูกนะ"
จากอนุทินที่ 126981 ของคุณนีโอ..เบเกอรี ดิฉันมีประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนค่ะ
ดิฉันจะไม่กล่าวนำถึงภาคทฤษฎีการสร้างภาพลักษณ์นะคะ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์องค์กร
หรือบุคคล โดยเฉพาะประเด็นหลัง ปัจจุบันมีการนำไปใช้อย่างแพร่หลายยิ่งกว่ายาปวดหายเสียอีก
ทั้งดารานักแสดง นักการเมือง พ่อค้านักธุรกิจ ต้องมีทีมงาน 'ปั้น' ภาพลักษณ์ให้โดยเฉพาะกันเลย
ทีเดียว ดิฉันจะเล่าเรื่องวิธีการสร้างภาพลักษณ์ของ นศ. "ผู้ใฝ่ศึกษาหาความรู้" ค่ะ


ครั้งหนึ่ง เด็กๆ ได้รับมอบหมายให้ทำงานวิจัยเป็นกลุ่ม หลังจากผ่านขั้นตอนต่างๆ มาแล้วก็มาถึง
ขั้นตอนการเก็บข้อมูลภาคสนาม เด็กๆ แจกแบบสอบถามไปแล้วครึ่งวัน ระหว่างนั้นก็หยิบแบบฯที่
ตอบแล้วมาดูด้วยกัน เพิ่งเห็นว่าการแบ่งกลุ่มรายได้ไม่ถูกต้อง "โชคดีที่เห็นก่อน"
เพื่อนในกลุ่มเสนอให้แก้ไขตัวเลขนั้นเสีย "แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง"
ลูกสาวดิฉันรู้สึกผิดที่จะทำเช่นนั้น เธอเสนอทางเลือกใหม่ว่า
"เราแก้ไขทัน ยังเหลือเวลาอีกครึ่งวัน"
"แก้คำถามซะ เราจะเอาไปแจกเพิ่มเอง"

แล้วเธอก็นำแบบฯ ที่แก้ไขแล้วไปแจก ดิฉันให้กำลังใจลูกสาวว่าเธอทำถูกต้องแล้ว แต่เธอบอกว่า
"ถูกต้อง แต่ไม่ถูกใจเพื่อน"
เพื่อนคนหนึ่งมีอาการ 'คอแข็ง' อีกคนแสดงสีหน้า 'ทึ่ง' กับสิ่งที่เธอทำ เพราะเธอไปเดินแจกแบบฯ
ใหม่พร้อมคำอธิบาย .. เพียงคนเดียว


ดิฉันฟังแล้วถามตนเองว่าทำถูกต้องหรือไม่ ที่ปลูกฝังลูกให้มีคุณธรรม-จริยธรรม
ประเด็นนี้เธอมีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต่องานที่เธอทำ นึกในใจได้แค่นี้ก็มีคำพูดหนึ่งลอยมาเข้าหู
ดิฉันว่า
"กรมฯ ประเมินจริยธรรมอีกแล้วหรือ ดารนีได้คะแนนเต็มอีกแล้ว"
"ได้ทุกคนละนะ แต่อยู่ยากเป็นบางคน"
" ...... "




และอีกครั้ง เมื่อเธอเติบใหญ่ขึ้นอีกระดับหนึ่ง งานกลุ่มเช่นกัน
เพื่อนบางคนที่อายุมากกว่า มีงานทำแล้ว แนะนำวิธีการประชาสัมพันธ์กลุ่มโดยการสร้างภาพลักษณ์
"แม่.. พี่เขาจะให้พวกเราใส่เสื้อกลุ่ม ไปยืนทำท่าขายเสื้อหาทุน แล้วถ่ายรูปไว้"
ก็ดีแล้วนี่ลูก ภาพที่เด็กๆ หาทุนมาทำกิจกรรมด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองน่ะ เป็นภาพลักษณ์ที่ดี
มากเลย แต่เสียงเธอเปลี่ยนไป
"ไม่ได้ขายจริงๆ หรอก ทำท่าเฉยๆ" อ้าว..
"อายยอมไม่ได้ มันเหมือนกับที่แม่ด่าพวกนักวิชาการตั้งโต๊ะกับพวกผู้นำชุมชนว่าชอบปักป้าย
ถ่ายรูปนั่นแหละ"

อ้าว ทำไมวกมาทางแม่ล่ะ .. สำหรับปัญหาเบื้องหน้า ดิฉันก็ตั้งคำถามช่วยให้ลูกระบายต่อว่า
แล้วยังไง? เธอบอกว่าเธอไม่เห็นด้วยกับวิธีการแบบนี้ พี่จึงสอนน้องว่า
"เธอเป็นเด็ก ยังไม่เคยทำงาน เธอไม่เข้าใจหรอก"
"การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรเป็นเรื่องสำคัญ เราต้องทำทุกอย่างให้ดี ให้เด่นกว่า ..
จึงจะอยู่รอดได้"
เธอรู้สึกคับข้องใจมาก ต่อรองว่าให้จัดสถานที่ขายเสื้อจริงๆ สักครึ่งวันก็ได้ ให้เป็นการขายจริงๆ
หลังจากนั้นจะทำอย่างไรก็ได้ เธอว่าน้ำเสียงพี่เขาไม่ค่อยพอใจ บ่นว่าเธอเรื่องมาก แล้วเธอก็สรุป
เอาดื้อๆ ว่า
"อายก็หมือนแม่ ไม่รู้ว่าจะถูกดองไปอีกนานเท่าไร"
ช่าง .. แม่ .. เถอะ แล้วเรื่องของเธอล่ะจะเอายังไง
"ก็เอาอย่างแม่นี่ละ .. ทำไงได้ ก็เราทำอย่างเขาไม่ได้ มันไม่มีความสุข ทุกข์ใจไปจนตาย
พี่เอินก็เหมือนกัน"
ดิฉันปลอบใจลูกว่า
"แม่ปลูกฝังลูกมาดีเกินไป มันผิดเวลา สังคมมันซับซ้อนจนไม่สามารถยึดคุณธรรมเป็นสรณ
ได้ เราน่าจะเกิดในยุคก่อน พ.ศ.นะลูกนะ"

นี่คือสภาพของ 'ครอบครัวคุณธรรม' ที่ยึดมั่นทำในสิ่งที่ถูกต้อง!
เราเลือกแล้ว .. ที่เหลือก็เป็นสิทธิและหน้าที่ของคุณที่จะเลือก
.. ปลูกฝังลูกหลานตัวเอง.