บทเรียนทุกบทเรียน จะต้องเรียนรู้อย่างมีเป้าหมาย

6 หยิบฝัน ปั้นดาว

ตอนที่ 2

การสอนแบบให้ผู้เรียน เกิดความรู้จากด้านในนั้นครูผู้สอนจะต้องคิดสร้างสถานการณ์ หรือสร้างเรื่องที่ ซ่อนปัญหาให้ผู้เรียนคิดหาวิธีการคลีคลายปมปัญหาที่ซ่อนไว้และปัญหาที่สร้างไว้นั้นมักจะเป็นปัญหาที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับผู้เรียนได้ไม่วันใดก็วันหนึ่งเพราะมันเป็นปัญหาชีวิตจริงในโลกมนุษย์แต่ทุกปัญหาที่สร้างขึ้นมานั้นจะต้องตอบได้ว่า “ ทำไปทำไม" นั่นคือบทเรียนทุกบทเรียนจะต้องเรียนรู้อย่างมีเป้าหมาย

การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ครูผู้สอนจะต้องดูสภาพความพร้อมของผู้เรียนและสถานการณ์ที่จะเรียนรู้ ต้องดูถึงความปลอดภัยของผู้เรียนและครูผู้สอนเป็นหลักดูความเหมาะสมกับบริบทขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่นแม้แต่สภาวะการเมืองในท้องถิ่น ความพร้อมของสื่อและแหล่งเรียนรู้บทเรียนจะต้องซ่อนปมปัญหาไว้ให้ผู้เรียนหาทางแก้ไขปัญหาที่ครู วางกับดักไว้ และบางครั้งปัญหาที่เกิดขึ้นก็เป็นปัญหาเฉพาะหน้าซึ่งตรงนี้ครูจะต้องคอยเป็นพี่เลี้ยง คอยดู อย่าบอกวิธีแก้ แต่คอยเป็นกำลังใจให้ เช่น กรณีนัดสัมภาษณ์ผู้เฒ่าผู้แก่แต่พอถึงเวลาผู้เฒ่าเกิดป่วยกะทันหัน หรือติดธุระจำเป็นตรงนี้ครูต้องคอยดูว่าผู้เรียนจะคิดแก้ไขอย่างไร จะออกไปเรียนกลางทุ่งนาเกิดฝนตกเขาจะแก้ไขอย่างไร การจัดกิจกรรมแบบนี้ต้องนึกอยู่เสมอว่า “ ทุกอย่างคือบทเรียน" แม้แต่ความผิดพลาดก็เป็นบทเรียน บทเรียนที่สอนใจให้ต้องระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น

บทเรียนที่ดีต้องฝึกฝนให้ผู้เรียนกล้าผจญกับปัญหากล้าเรียนรู้กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาแล้วที่สำคัญคือเรียนรู้มันแต่ไม่นำมันมาตอกย้ำซ้ำคิดให้จิตหดหู่นั่นคือผู้เรียนกล้าที่จะทำงานที่ตนมั่นใจว่า ดี ถูกต้องแล้ว โดยไม่กลัวความล้มเหลว

ประมาณปี พ.ศ.2539 ผมได้จัดทำบทเรียนเรื่อง หยิบฝัน ปั้นดาว ขึ้นมาสอนเด็กๆ ลูกศิษย์ชั้น ป.3 – 4 ของผมเพื่อที่จะดูว่าเขามีความสามารถทางด้านต่อไปนี้มากน้อยเพียงใด คือ

1. วิธีการวางแผนการเรียนรู้

2. วิธีการจัดการ

3. วิธีการทำงานเป็นกลุ่ม

4. วิธีการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง

5. วิธีการพูดโน้มน้าวจูงใจผู้ฟัง

นอกจากจะสอนลูกศิษย์ของผมแล้วผมยังนำไปสอนนักเรียนอีกหลายแห่ง และผลที่ปรากฏออกมาก็คล้ายคลึงกันเพราะเป็นบทเรียนครั้งแรกของผู้สอนและผู้เรียน

ผมพบว่าโจทย์ปัญหานั้นกว้างและไกลอีกทั้งมีความสลับซับซ้อนที่ซ่อนอยู่มากเกินของเด็กเริ่มต้น แรกๆ ก็มองดูไม่รู้แต่พอลงมือกระทำจริงก็เห็นสิ่งนั้น เด็กผู้เรียนจะต้องวางแผนการจัดตั้งบริษัทการหาแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก อาหาร รถบริการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้พวกเขาจะต้องเข้าใจ วิธีการจัดการวิธีการวางแผน วิธีการค้นหาข้อมูล รวมถึงเทคนิคการนำเสนอ ถามว่าครูได้เตรียมเขาแล้วยัง ได้ฝึกตามขั้นตอนแล้วยัง เมื่อยังไม่ได้เตรียมก็ต้องเหนื่อยในการคอย แนะนำ คอยตั้งคำถามกระตุ้นบ่อยๆซึ่งเป็นการสอนไปในตัวผลที่ออกมาได้น้อยกว่าที่คาดหวัง แต่เมื่อนำสอนบ่อยๆก็สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้

งานทุกอย่างถ้า รู้ทาง เห็นทางย่อมสะสางปัญหาได้

การสอนเรื่องแบบนี้เริ่มต้นควรสอนโจทย์ง่ายๆ เช่น“คนจะมาดูชั้นเรียนของเรา เราจะนำเสนออะไร ต้อนรับอย่างไร"พอผู้เรียนเริ่มเข้าใจวิธีการเรียนรู้ก็ขยับเป็น นำชมโรงเรียน แล้วจึงจะดำเนินการสอนแผนต่อไปนี้

เค้าโครงสอนเรื่อง หยิบฝัน ปั้นดาว

1. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนรวมกลุ่มย่อยๆ จัดตั้งบริษัททัวร์ บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยแต่ละบริษัทจะต้องนำเสนอแผนการบริการการท่องเที่ยวของตนแก่ลูกค้าเพื่อลูกค้าจะได้เลือกซื้อบริการ

(ตอนที่ 1)

2. ความคิดสำคัญ เมื่อเรียนจบบทเรียนนี้แล้ว ผู้เรียนน่าจะคิดได้แบบว่า “การร่วมคิดร่วมวางแผนทำงานด้วยกระบวนการกลุ่ม จะส่งผลให้เกิดผลงานที่ดี"

3. คำถามที่ท้าทาย รายการนำเที่ยวของเราจะสร้างความประทับใจแก่ลูกค้ามาก – น้อยเพียงใด

1. สิ่งที่ผู้เรียนต้องปฏิบัติ

4.1 แผนงานต้อนรับลูกค้าของแต่ละบริษัท

4.2 สถานที่บริการ แหล่งท่องเที่ยว ที่พัก แหล่งบันเทิง รายการอาหาร และการบริการอื่นๆ

4.3 ความรู้จากการท่องเที่ยวที่จะมอบแก่ลูกค้า

4.4 ค่าใช้จ่ายในการบริการ

(ข้อนี้ครูควรดูให้ดี ผู้เรียนมักจะ ลืมคิดค่าให้การบริการของตนเองและของบริษัท)

4.5 การตรวจสอบข้อมูลทุกขั้นตอน

4.6 การจัดทำแผ่นพับหรือเอกสารนำเสนอลูกค้า

5. สิ่งที่ครูพึงสังเกต

5.1 วิธีการทำงานกลุ่ม

5.2 ลักษณะผู้นำ ผู้ตาม

5.3 ประเด็นการนำเสนอความคิดของแต่ละคน

5.4 ความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละชิ้นงาน

5.5 วิธีการนำเสนอผลงาน

5.6 วิธีการตรวจสอบข้อมูล

ชาตรี สำราญ

23 ก.ค.56

อ่านเป็นเล่มได้ที่ https://docs.google.com/docume...