เมื่อคืนก่อนเราสองคนแม่ลูกยังใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านป่า ดอยหลวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ นอนห้องใต้หลังคาที่มีหิ่งห้อยสองตัวมาวนเวียนมองเราจากนอกมุ้ง ตลอดคืนมีแม่เฒ่าแมวชราทำหน้าที่ตะครุบเจ้าหนูตัวใหญ่กว่าอุ้งมือ ตอนแรกที่ปิดไฟและถอดแว่นตาแล้ว ก็มองเห็นตัวอะไรสักอย่างคลานช้าๆ ไปตามขี่อหลังคาที่สูงกว่ามุ้งเราเพียงเมตรครึ่ง สงสัยจริงว่าเป็นหนูหรือตุ๊กแก ด้วยสัญชาตญาณทำให้มือคว้าแว่นตามาทันที แต่สติหรือความกลัวก็ไม่รู้ที่ตามมาหยุดมือไว้ทัน
"จะเห็นให้ชัดไปทำไม บางอย่างไม่ชัดน่ะดีแล้ว ไม่ต้องมีภาพจำ"
ว่าแล้วก็เลยวางแว่นตาล้มตัวลงนอนต่ออย่างไม่สงสัย และยอมรับว่าคืนนี้เราจะมีเธอเป็นเพื่อน
ไม่พูดอะไรถึงสิ่งนี้ ปล่อยให้ลูกสาวช่างฝันวัย 11 ปีนอนดูหิ่งห้อยต่อไปด้วยความสุข
จนกลางดึก เสียงดังตุ๊บ สนั่นจนเรือนสะเทือน
ความจึงแตกว่า ... เป็นหนูที่เข้าไปอยู่ในท้องแม่แมวเฒ่าเสียแล้ว
....ลางเลือน เตือนใจ ใกล้ชัด....
สวัสดีด้วยรอยยิ้มค่ะ
ชอบจังค่ะ
ลางเลือน เตือนใจ ใกล้ชัด
.....
ดึกสงัด ทำสงบ สยบสยอง
ทำกล้า นอนนิ่ง ไม่มอง
เพราะมีสอง ตาน้อย คอยตาม
....
บทเรียนแบบนี้เจอบ่อย
ไปนอนบ้านป่ากับสิงสาราสัตว์มาหลายที่
ตั้งแต่ลูกเล็กๆ ได้เคล็ดลับว่า
"แม่ไม่(แสดง)ว่ากลัว ไม่(บ่น)ว่าลำบาก
ลูกก็ไม่เห็นว่าอะไร
ไปด้วยกัน มาด้วยกัน
เลือดสุพรรณเอ๋ย"