กรณีศึกษาที่ 2 ขอนำเสนอ ผู้ป่วยหญิงซึ่งมาด้วย เรื่องเวียนหัว (Vertigo)และมีเสียงดังในหู(Tinnitus)ตลอดเวลา จากการซักประวัติผป.  ผป.เป็นหญิง อายุประมาณ 50 ปี อาชีพแม่บ้านมีบุตรชาย 2 คน มีอาการดังกล่าวมาเกือบ 8 เดือน ตระเวนรักษาที่รพ.ต่างๆทั้งรัฐ และเอกชนมาหลายแห่ง แพทย์บอกว่าสาเหตุเกิดจากน้ำในหูเสีย สมดุลย์และมี calcium มาจับที่ กระดูกในหู ในวันที่ผป.มาพบผป.ไม่สามารถมาเองได้ ต้องให้ญาติขับรถมาให้ และต้องพยุง ตัวผป.มา พอมาถึงห้องตรวจกต้องนอน บนเก้าอี้ sofa                    

            

จากการซักประวัติ พบว่า ผป.พูดจาเป็นปกติ แต่จะ complain เรื่องอาการเวียนหัวมาก ซักประวัติสามี ก็ทราบว่าผป.มีอารมณ์หงุดหงิดบ่อย และจะโกรธลูกชายอยู่เป็นประจำ [อาการ ป่วยก็จะเป็นไปอย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว] ซักประวัติการเจ็บป่วยในระบบทางเดินหายใจ/หัวใจ กระเพาะลำไส้ ระบบสืบพันธุ์  การขับถ่ายเบา/หนัก ปวดหลัง/เอว/เข่า/ศรีษะ เป็นปกติดี ยกเว้นผป.นอนหลับยาก ฝันบ่อย คอแห้งกินน้ำบ่อย ลมหายใจร้อน            

         

จากการตรวจร่างกายพบว่า ความดันเลือดผป.ปกติ ตรวจไม่พบลักษณะผิดปกติใดๆ ตามร่างกาย จากการตรวจที่พบ ความผิดปกติคือที่ลิ้น จะมีลักษณะแดง และฝ้าน้อย ไม่พบรอย แตกใดๆบนลิ้น             

         

การวินิจฉัยโรคผป.รายนี้ต้องแยกแยะโดยใช้ข้อมูลจากผลการตรวจร่างกายโดยรวม และจากประวัติการเจ็บป่วย ที่ผ่านๆมา ซึ่งพอจะสรุปได้ว่า ผป.น่าจะมีอาการป่วยจากการที่ร่างกาย มีสภาพหยิน[Kidney yin] ของไตพร่อง และเกิดไฟตับขึ้นมาร่วมด้วย จึงทำให้เกิดอาการ ต่าง ๆเช่น เวียนหัว เสียงดังในหู นอนไม่ค่อยหลับ คอแห้ง กินน้ำบ่อยๆ ลมหายใจร้อน ปวดเอว เจ็บชายโครงในบางครั้ง

             

การรักษา ใช้วิธีฝังเข็มร่วม กับการกินยาสมุนไพรจีน            

 ครั้งที่1 ฝังเข็มเน้นที่การไปเพิ่ม หยินในไต ไปช่วยเพิ่มความชื้น และน้ำให้ไต และไปลดไฟในตับ [ผป.รายนี้ไม่ได้ลงเข็มที่หลัง จุด Back shu] พร้อมกับให้ยาสมุนไพรจีน ไปกินต่อที่ บ้าน 1สัปดาห์แล้ว จึงนัดกลับมาติดตามผลต่อในอีก1 สัปดาห์  ยาที่ให้คือ Liu Wei Di Huang Wan ให้ผป. ทานครั้งละ 1เม็ด วันละ 3 ครั้ง                       

ครั้งที่2 หลังจากผป.ทานยาไป1สัปดาห์ ก็กลับมาพบแพทย์เป็นครั้งที่2 ผลการรักษาผป.มีอาการดีขึ้นมาก อาการเวียนหัวน้อยลงมาก แต่เสียงในหูยังไม่หมด มาครั้งนี้ผป.ดูสดชื่น กว่าครั้งแรกมาก จึงได้รักษาในแนวเดิมต่อไป ส่วนยาได้เปลี่ยนเป็น Da Bu Yin Wan เพราะเห็นว่าอาการปวดเอวหายไปแล้ว ก็น่าจะลองเปลี่ยนยา ทีเน้นไปทางด้านหยินทั่วๆไป ก็ได้จัดยาให้1 สัปดาห์ แล้วนัดติดตามผลอีก 7 วัน                      

ครั้งที่3 ครั้งนี้ผป.กลับมาติดตามผลด้วย ความแตกต่างจาก2ครั้งแรกอย่างสิ้น เชิง ครั้งนี้ผป.ขับรถจากบ้านมาเอง ต่างจากครั้งก่อนๆ ที่ขับรถไม่ได้เลย เพราะเวียนหัวมาก อาการต่างๆดีขึ้นมาก เสียงดังในหูลดลงเยอะ ผป.นอนหลับดี ครั้งนี้จึงไม่ได้ฝังเข็ม ให้แต่ยากิน อย่างเดียว คราวนี้ได้เปลี่ยนยากิน กลับไปเป็นยาดั้งเดิม คือ Liu Wei Di Huang Wanที่ให้ในครั้งแรก ผป.ให้เหตุผลว่า ความจริงทั้งสองชนิด ใช้ได้ผลทั้งคู่ เพียงแต่ชนิิดแรกทานแล้วจะปัสสาวะคล่องขึ้นด้วย  สนใจรายละเอียดอื่นๆเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพศึกษาได้ที่  http://www.thaiyinyang.com