ชีวิตที่พอเพียง : 1955a. ทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ของ สกว. ๒๕๕๗ - ๒๕๖๐ (๒)
ผมได้บันทึกเรื่อง ทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ของ สกว. ๒๕๕๗ - ๒๕๖๐ ตอนที่ ๑ ไว้ ที่นี่ ค่ำวันที่ ๑๔ ก.ค. ๕๖ ไปงานแต่งงาน พบ ผศ. วุฒิพงศ์ เตชะดำรงสิน รองผู้อำนวยการ สกว. ท่านบอกว่า สกว. ในระยะหลังมีความร่วมมือต่างประเทศเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่า ผมลืมเขียนเรื่องนี้ จึงกลับมาเขียนบันทึกตอนที่ ๒ เป็นการรับใช้ สกว. ในฐานะคนนอก เสนอความเห็นที่ไม่ทราบว่าถูกหรือผิด
ประเด็นที่ ๖ ใช้ความร่วมมือต่างประเทศ ยกระดับคุณภาพ และ relevance ของโครงการวิจัยไทย เรื่องนี้ สกว. มีทักษะในการจัดการอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ฝ่าย คปก.
ความร่วมมือวิจัยกับต่างประเทศ ที่ไทยร่วมมือกับต่างประเทศส่วนใหญ่โจทย์วิจัยคิดโดยต่างประเทศ เราเข้าไปร่วมมือกับเขา อย่างนี้เราได้ประโยชน์น้อย มักไม่เกิดปัญญาและทักษะวิจัยจริงจัง ฝ่ายเราเป็นเพียง ลูกมือ ทำงานให้เขา เสร็จงานนั้น ก็มาคิดริเริ่มงานอื่นไม่เป็น และคู่ร่วมมือในต่างประเทศก็ไม่นับถือเรา เพราะเขาเห็นชัดเจน ว่าฝ่ายเราไร้ปัญญา คิดไม่เป็น ที่ไปร่วมมือกับเขา ก็เพียงหวังผลประโยชน์ตื้นๆ ชั่วคราว สำหรับบางคน ไม่สร้างความเข้มแข็งด้านการวิจัยแก่ประเทศ
คุณภาพของการวิจัย เริ่มจากความสามารถ ความเฉียบแหลม ในการคิดโจทย์วิจัย
ความร่วมมือในโครงการ คปก. ออกแบบไว้ให้ความร่วมมือกับต่างประเทศเป็นกลไกยกระดับคุณภาพ ของผลงานวิจัย โดยระบุชัดเจน ว่าโครงการวิจัยของ นศ. คปก. ต้องเป็นโจทย์ของประเทศไทย คิดร่วมกันระหว่าง นศ. กับอาจารย์ที่ปรึกษาของไทย แต่กำหนดให้มีอาจารย์ที่ปรึกษาร่วมในต่างประเทศด้วย เพื่อให้ นศ. มีประสบการณ์วิจัยในต่างประเทศ ให้เกิดความร่วมมือวิจัย เพื่อให้ นศ. มีทักษะนานาชาติ เป็น international scholar ไม่ใช่จำกัดเพียงเป็น local scholar
โครงการ คปก. ดำเนินการมา ๑๓ ปี ก่อผลดีต่อความร่วมมือวิจัยนานาชาติของไทยอย่างยิ่ง สกว. น่าจะหาทางขยายการใช้กลไกความร่วมมือต่างประเทศเพื่อยกระดับคุณภาพของงานวิจัยอื่นๆ ด้วย
ข้อเสนอนี้ เป็นเพียงการตอกย้ำ หรือสนับสนุน สิ่งที่ สกว. ทำอยู่แล้ว และเพื่อบอกประชาคมวิจัยว่า การลงนามความร่วมมือวิจัยที่หน่วยงานต่างๆ ทำกับต่างประเทศนั้น มีความเสี่ยงที่ฝ่ายเราแค่ไปเป็นลูกมือ ไม่เกิดการฝึกฝนปัญญาอย่างแท้จริง
ประเด็นที่ ๗ การวิจัยเพื่อท้องถิ่น สกว. ควรเปลี่ยนบทบาทจากให้ทุน มาเน้นสนับสนุนด้านการจัดการ และเชื่อมโยง
การวิจัยชนิดนี้เป็นการวิจัยที่ริเริ่มโดย สกว. เมื่อปี ๒๕๔๒ เป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง โดยผู้ริเริ่มดำเนินการเรื่องนี้คือ ศ. ดร. ปิยะวัติ บุญ-หลง และในวันประชุม ๗ ก.ค. ๕๖ คุณเดช พุ่มคชา ผู้นำชุมชนที่อัมพวา ก็ให้ความเห็นว่า ขอให้ สกว. สนับสนุนการวิจัยเพื่อท้องถิ่นต่อไป ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ผมเห็นว่า สกว. ไม่ควรทำอย่างเดิม ในการสนับสนุนการวิจัยแบบนี้
หากทำอย่างเดิม ท้องถิ่นจะได้ประโยชน์น้อย เกิดความเข้มแข็งน้อย หรือเกิดความเข้มแข็งยาก เพราะจะยืดกระบวนทัศน์พึ่งพา ยาวต่อไปในอนาคต และการทำวิจัยจะอยู่บนฐานของโครงการ แทนที่จะอยู่บนฐานของชีวิตจริง
การวิจัยชาวบ้าน หรือวิจัยท้องถิ่น ต้องอยู่บนฐานของชีวิตจริง ดำเนินการกันเองโดยชาวบ้าน จึงจะถือว่ามีความเข้มแข็ง สกว. ควรสนับสนุนสู่สภาพนี้ ไม่ควรสนับสนุนแบบหยุดอยู่ที่การให้ทุน สนับสนุนโครงการ ตามรูปแบบเดิม
ทุนสนับสนุนโครงการควรมาจากท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นเป็นเจ้าของ และเห็นคุณค่าของกิจกรรมวิจัยแบบนี้
ผมมีความเห็นว่า ตราบใดที่ผู้คนในท้องถิ่นยังไม่เห็นคุณค่าของการวิจัยแบบนี้ จนเรียกร้องให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมีทุนสนับสนุนอย่างเป็นทางการ และอย่างสม่ำเสมอ ความสำเร็จของ สกว. ต่อโครงการนี้ยังไม่ถึงที่สุด
สกว. จึงควรมีเป้าหมายและยุทธศาสตร์เพื่อทำประโยชน์แก่ท้องถิ่นถึงระดับนี้ และยุทธศาสตร์สำคัญที่ผมเสนอคือ ค่อยๆ ลดทุนวิจัยประเภทนี้ที่ให้แก่โครงการลง เพื่อให้ อปท. หรือทุนอื่นๆ ในท้องถิ่นเข้ามาเป็นเจ้าของเพิ่มขึ้น จนในที่สุด สกว. ลงทุนเพียงเฉพาะด้านการจัดการ และการเชื่อมโยงกับนอกพื้นที่
วิจารณ์ พานิช
๒๑ ก.ค. ๕๖