“มือเก่าหัดใหม่"

ใช่ครับ ผมหมายความเช่นนั้นจริงๆ อย่าคิดว่าเราเป็น “มือเก่า" แล้ว ไม่ต้องหัดไม่ต้องพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงนะครับ ถ้าใครคิดเช่นนั้น ผมว่านั่นเป็นความคิดที่ผิดมหันต์เลยทีเดียว ผมจะเล่ากรณีที่เพิ่งเกิดกับผมให้ฟังดังต่อไปนี้ . . .

หลายท่านที่เป็นแฟนคลับผมทางเฟสบุ๊คคงทราบดีเรื่องที่ผมเห่อรถใหม่ เพิ่งออกมาได้ไม่กี่เดือน แต่ผมก็มีปัญหาคาใจเกี่ยวกับรถคันใหม่นี้เหมือนกันนะ คือบางครั้งสตารท์ครั้งแรกไม่ติด ต้องสตารท์ใหม่เป็นครั้งที่สองหรือสาม หรือบางทีก็ต้องรอสักหน่อย เพราะคิดว่าน้ำมันท่วมแล้ว “เรื่องเช่นนี้ไม่น่าเกิดขึ้นกับรถใหม่ๆ เลย" ผมได้แต่คิดในใจอย่างไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก

แต่แล้วในวันหนึ่งผมก็นึกขึ้นได้ว่าผมติดนิสัยเหยียบคันเร่ง (น้ำมัน) เวลาที่สตารท์เครื่องเสมอ ทำเช่นนี้มาหลายสิบปีแล้ว ตั้งแต่ขับรถคันแรกในชีวิตที่เป็นรถจี๊ป คงเป็นเพราะรถสมัยก่อนต้องเหยียบคันเร่ง (เร่งน้ำมัน) ด้วยเครื่องจึงจะติดง่าย แต่เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีคงเปลี่ยนไป การเหยียบคันเร่งไม่ได้ช่วยการสตารท์รถแต่อย่างใด มีแต่อาจทำให้น้ำมันท่วมและสตารท์ไม่ติดก็ได้

คิดได้เช่นนั้น ผมก็ลองเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ สตารท์รถ (บิดกุญแจ) โดยไม่เหยียบคันเร่ง ปรากฎว่าเดี๋ยวนี้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด จำได้ว่าแต่ก่อนตอนเกิดปัญหา ก็ไม่มาพิจารณาการกระทำของเราเลย ได้แต่เพ็งโทษไปที่รถ บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่า . . .

“สิ่งที่เราทำมาเป็นนิสัย (Habit) อาจไม่ถูกต้องเสมอไป บางทีมันอาจใช้ได้ดีในอดีต แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง (พัฒนา) ตัวเราให้ทันด้วยเช่นกัน เวลาเกิดปัญหาอย่าเพิ่งโทษสิ่งต่างๆ รอบข้าง ให้มองพฤติกรรมการกระทำของเราก่อนว่ามีสิ่งใดควรแก้ไข หรือต้องทดลองทำวิธีใหม่บ้าง ความรู้ต่างๆ ก็เช่นกัน อย่าไปยึดมั่นถือมั่นกับรูปแบบนั้นๆ ตลอดเวลา ผมว่าบางทีก็จำเป็นต้องปล่อยให้ “เลื่อนไหลหรือพลิ้วไปตามสถานการณ์" บ้างนะครับ