การนอนหลับ หมายถึงสภาวะที่เกิดจากการหยุดพักแบบชั่วครั้งชั่วคราวของร่างกาย โดยไม่รับรู้ต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมและอากัปกิริยาต่างๆของตัวเองในขณะที่หลับ
การนอนหลับนั้นเกิดจากกระบวนการทางสรีรวิทยาที่ซับซ้อนและสอดคล้องกับการทำงานของร่างกายที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
มนุษย์ใช้เวลาไปกับการนอนถึง
1 ใน
3 ของชีวิต
ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตมาก
ถ้าร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ
โดยทั่วไปแล้วการนอนหลับเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดสำหรับทุกๆคน อย่างไรก็ตามคนเมืองส่วนใหญ่ได้ประสบปัญหามากมายที่เกิดขึ้นกับสุขภาพการนอน เช่น
ปัญหาการนอนไม่หลับ (Insomnia) ปัญหาการนอนกรน
(Snoring)
หรืออาจถึงขั้นมีอาการหยุดหายใจขณะหลับ(Obstructive Sleep Apnea, OSA) โดยจะเรียกรวมๆว่าความผิดปกติที่เกิดจากการนอน (Sleep Disorders)ซึ่งการตรวจรักษาปัญหาดังกล่าวในปัจจุบันค่อนข้างที่จะมีความซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูงมาก
ในปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยมากมายที่มีปัญหากับอาการนอนกรน
ซึ่งทางสถิติโรคนอนกรนในคนไทย ส่วนใหญ่พบได้ในกลุ่มผู้ชายมากถึง 20-30% และในกลุ่มผู้หญิงพบได้ถึง 10-15% เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าการนอนกรนไม่ได้สร้างความรู้สึกรำคาญเพียงอย่างเดียว
แต่ได้กลายเป็นอีกหนึ่งสัญญาณอันตรายที่มีผลต่อสุขภาพจิตของผู้ป่วยนอนกรนและคนรอบตัวเป็นอย่างมาก
เนื่องจากในปัจจุบันคนไทยมีภาวะความเครียดและยังเป็นโรคอ้วนเพิ่มมากขึ้น
จึงมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเป็นโรคนอนกรน อันเนื่องมากจากคนที่เป็นโรคอ้วนจะมีโครงสร้างของโพรงจมูกและหลอดลมผิดปกติ
เช่น จมูกตีบแคบ เป็นโรคภูมิแพ้ ไซนัสโพรงจมูก
ซึ่งถ้าหากทางเดินหายใจตีบแคบมากเกินไปก็จะทำให้เกิดการหายใจแผ่ว (Hypopnea) ซึ่งในบางรายกล้ามเนื้อดังกล่าวเกิดการหย่อนยานจนปิดทางเดินหายใจ
ในทางการแพทย์เรียกว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น Obstructive Sleep Apnea (OSA)
ซึ่งเป็นอันตรายมากถ้าไม่ได้รับการเยียวยารักษาให้ถูกวิธี
ตัวอย่างการทดสอบการนอนหลับ
ทางทีมงานวิจัยได้เล็งเห็นความสำคัญและปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อกลุ่มคนเหล่านี้
โดยการสร้างเครื่องมือที่สามารถตรวจสกรีนเบื้องต้น เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและอากัปกิริยาต่างๆที่เกิดขึ้นขณะหลับ
โดยที่อุปกรณ์เหล่านี้ไม่ส่งผลอันตรายใดๆให้กับผู้ใช้แต่อย่างได เนื่องจากชุดทดสอบคุณภาพการนอนที่ทางทีมงานวิจัยได้จัดทำขึ้นมาเพื่อรองรับกลุ่มคนทุกเพศทุกวัยและไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติทางแม่เหล็กไฟฟ้าบนชุดทดสอบ
และ/หรือบนร่างกายของผู้ป่วย
จึงไม่มีความกังวลว่าจะเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยแต่อย่างใด ถึงกระนั้นทางทีมงานวิจัยก็ไม่นิ่งนอนใจในการระมัดระวัง
และดูแลเอาใจใส่ต่อผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการป้องกันผลอันจะเกิดขึ้นในทางลบกับผู้ป่วย
ซึ่งในระหว่างนี้อยู่ในขั้นตอนการยืนยันจากคณะกรรมการการทำวิจัยในคน และการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลการวิจัยอย่างใกล้ชิด
เมื่อชุดทดสอบการนอนจากทีมงานวิจัยที่พัฒนาขึ้นนั้นสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยไม่ส่งผลอันตรายใดๆ
ให้กับผู้เข้าร่วมการวิจัย ก็จะสามารถผลิตชุดทดสอบการนอนที่มีต้นทุนถูกเพื่อใช้ในการทดสอบการนอนเบื้องต้นแก่ผู้ที่ต้องการอยากจะสกรีนอากัปกิริยาการนอนหรือตรวจสอบคุณภาพการนอนด้วยตัวเอง
ถ้ามีความผิดปกติจากการนอนก็สามารถรู้อาการป่วยเบื้องต้นก่อนที่จะไปขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการวินิจฉัยต่อไป
ปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนเซ็นเซอร์เพื่อตรวจวัดสุขภาพการนอนหลับ
เป็นอุปกรณ์ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อให้สามารถบันทึกและจดจำการเปลี่ยนแปลงต่างๆทางสรีรวิทยาของร่างกายที่เกิดขึ้นในขณะหลับ
แล้วนำส่งข้อมูลอากัปกริยาของการเปลี่ยนแปลงนั้นไปยังคอมพิวเตอร์
<blockquote style="margin: 0px 0px 0px 40px; border: none; padding: 0px; text-align: justify;">

<p style="text-align: center;">โดยปลอกหมอนเซ็นเซอร์เพื่อตรวจวัดสุขภาพการนอนประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 4 ส่วนคือ</p> </blockquote><blockquote style="margin: 0px 0px 0px 40px; border: none; padding: 0px; text-align: justify;"><hr></blockquote> <ol>
</ol></span></span><div><div><div>

ตัวอย่าง อัตราการหายใจของผู้ป่วยขณะหลับ
</div></div></div><div><div><div>
ดังนั้นการประดิษฐ์นี้
ได้อาศัยหลักการการเปลี่ยนแปลงของแรงกดที่กดทับลงไปบนหมอนหรือที่นอน
ซึ่งเซ็นเซอร์ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของแรงกดจะถูกติดตั้งไว้ในปลอกหมอนหรือที่นอน
เพื่อรับและส่งสัญญาณที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักที่กดทับลงไปบนหมอนอันเนื่องมาจากการหายใจ โดยการหายใจจะส่งผลให้เกิดการเคลื่อนตัวของกระบังลมและกระดูกซี่โครงซึ่งทำให้ศีรษะ
ทรวงอกและหน้าท้องเคลื่อนไหวด้วย อย่างต่อเนื่องซึ่งการทดลองนี้สามารถบอกอัตราการหายใจ (Respiration Rate) ของผู้ป่วยแบบต่อเนื่องตลอดทั้งคืนได้นอกจากนั้นยังสามารถตรวจวัดความผิดปกติของสรีระขณะนอนหลับได้ รวมไปถึงระดับการขยับตัวหรือการเปลี่ยนท่านอนบ่อยกว่าปกติ
ซึ่งใช้ในการกำหนดคุณภาพการนอนเบื้องต้น
</div></div></div><div><div><div>

ตัวอย่างคุณภาพการนอนหลับของผู้ป่วยตลอดทั้งคืน
บทความโดย
( ต. โต้ง)
</div></div></div>



เป็นงานวิจัยของคุณเองเลยเหรอค่ะ น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ ขอบคุณนะคะสำหรับความรู้ :)
เป็นงานวิจัยของผมเองครับ ยังเรียบเรียงได้ไม่ดีเท่าที่ควร พึ่งหัดเขียนเป็นครั้งแรก ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
เอาใจช่วยค่ะ เขียนสบายๆ ค่ะ ไม่ต้องเขียนเป็นทางการหรอกค่ะ ใช้ GotoKnow เหมือนเป็นไดอารี่การทำงานการวิจัยและเป็นที่เก็บและเผยแพร่หลักฐานและผลงานการวิจัยของเราค่ะ