รูปแบบของหลักสูตรมีอยู่ด้วยกันหลากหลายรูปแบบ ถึงแม้ว่ารูปแบบจะแตกต่างกันแต่ทั้งหมดก็เพื่อวัตถุประสงค์เดียวกันคือเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยการจัดรูปแบบหลักสูตรของแต่ละที่นั้นอาจจะมีความแตกต่างกันออกไปเพื่อให้เหมาะสมกับผู้เรียนและเหมาะสมกับสภาพของท้องถิ่นที่อยู่อาศัย รูปแบบของหลักสูตรในปัจจุบันนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตที่กระบวนการจัดการเรียนการสอนทั้งหมดขึ้นอยู่กับครูมาเป็นการจัดกระบวนการเรียนการสอนโดยเน้นและคำนึงถึงความต้องการของตัวผู้เรียนเองเป็นสำคัญ โดยยึดเอาตัวของผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ เน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกกระบวนการในการคิด ลงมือปฏิบัติเพื่อเป็นประสบการณ์แก่ตัวผู้เรียนและเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้เรียนเข้าใจถึงตัวเนื้อหาสาระของรายวิชาเพิ่มมากขึ้น ในที่นี้ขอกล่าวถึงหลักสูตรใน 3 รูปแบบ
1. หลักสูตรที่ยึดวิชาและเนื้อหาวิชาเป็นหลัก (Disciplines / Subjects Curriculum)
หลักสูตรนี้เป็นที่นิยมกว้าวขวางและมีขึ้นมานานแล้ว เน้นการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แบบเรียน การบรรยายและหนังสือเรียน สามารถแบ่งออกเป็น 4 แบบคือ
-หลักสูตรแยกรายวิชา เป็นหลักสูตรที่แยกเนื้อหาสาระในวิชาต่างๆออกจากกัน เนื้อหาสาระในแต่รายวิชาไม่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน ผู้เรียนไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดเนื้อหาในการเรียนรู้
-หลักสูตรสหสัมพันธ์ เป็นการรวมรายวิชาที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กันมาไว้ด้วยกัน เช่น นำวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เข้ามาสัมพันธ์กัน ทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น ได้ฝึกคิดวิเคราะห์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้
-หลักสูตรหมวดวิชา เป็นการนำวิชาที่อยู่ในสาขาเดียวกันมารวมกันไว้ในหมวดวิชาเดียวกัน เช่น วิชาสัตวศาสตร์นำมารวมกับวิชาพืชศาสตร์กลายเป็นวิชาชีววิทยาเกิดขึ้น การจัดหลักสูตรแบบนี้ทำให้นักเรียนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างวิชาและเข้าใจบทเรียนได้ดีขึ้น
-หลักสูตรแกนวิชา เป็นหลักสูตรที่จัดขึ้นเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนเป็นไปตามที่สังคมต้องการ เป็นการรวบรวมเนื้อหาและประสบการณ์เข้าด้วยกันโดยมีวิชาใดวิชาหนึ่งเป็นวิชาหลัก
2. หลักสูตรที่ยึดผู้เรียนเป็นหลัก (Learners Centred / Experience Curriculum)
ในปัจจุบันหลักสูตรนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งทวีปยุโรป อเมริกาเหนือและออสเตรเลีย เนื่องจากเป็นหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริง สามารถแบ่งออกเป็น 3 แบบคือ
-หลักสูตรที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยคำนึงถึงความต้องการและความสนใจของผู้เรียนเป็นหลัก ครูและนักเรียนร่วมกันกำหนดเนื้อหาสาระวิชาที่เรียน แต่การจัดหลักสูตรแบบนี้เป็นหลักสูตรที่จัดได้ยากเนื่องจากต้องมีเนื้อหาที่มากและครอบคลุมของต้องการของผู้เรียนแต่ถ้าจัดได้ก็จะเป็นประโยชน์แก่ตัวผู้เรียนอย่างมาก
-หลักสูตรประสบการณ์ เป็นหลักสูตรที่ฝึกให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะด้านการคิด แก้ปัญหา การทำงานเป็นกลุ่ม ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยการแสดงความคิดและความสามารถของตัวเอง
-หลักสูตรบูรณาการ เป็นหลักสูตรที่รวมประสบการณ์ในการเรียนรู้ที่เห็นว่าสมควรให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้และสร้างเสริมประสบการณ์ให้มากยิ่งขึ้น จึงจัดเป็นกลุ่มวิชาหรือหมวดวิชาตามลักษณะและพฤติกรรมในการเรียนรู้ เช่น กลุ่มวิชาทักษะ กลุ่มวิชาประสบการณ์ชีวิต เป็นหลักสูตรที่ฝึกให้ผู้เรียนได้ฝึกคิด ลงมือปฏิบัติและแก้ไขปัญหา มีการนำเนื้อหาสาระจากรายวิชาหนึ่งไปสอดแทรกไว้กับเนื้อหาสาระของวิชาอื่นๆที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันทำให้เกิดการเรียนรู้ในลักษณะขององค์รวม
3. หลักสูตรที่เน้นกระบวนการทางทักษะเป็นหลัก (The Process Skills Curriculum)
หลักสูตรแบบนี้เน้นตัวหลัก 3 ตัวคือ ตัวป้อน (input) ตัวกระบวนการ (Process) และผลผลิต (Output) เป็นหลักของการจัดการศึกษาตามหลักสูตรนี้ บางท่านจัดว่าเป็นกระบวนการเรียนมากกว่าเป็นหลักสูตร ในการจัดหลักสูตรทักษะทางคณิตศาสตร์และทางวิทยาศาสตร์นั้นกระบวนการเรียนแบบนี้ถือได้ว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ เป็นการฝึกให้ผู้เรียนได้ค้นคว้าหาความรู้และฝึกปฏิบัติจนเห็นผล การกำหนดหลักการและความรู้ให้กับผู้เรียนเป็นเพียงการเสนอแนวทาง แต่ผลของการปฏิบัติและฝึกฝนนั้นอาจทำให้ค้นพบความรู้และสิ่งใหม่ๆได้
บรรณานุกรม
ชูศรี สุวรรณโชติ. (2544). หลักสูตรและการพัฒนาหลักสูตร. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์อักษรไทย.
สุรีย์ บาวเออร์. (2546). หลักสูตรและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฏ
สวนสุนันทา. (ไม่แน่ใจค่ะว่าหนังสือเล่มนี้พิมพ์ที่โรงพิมพ์อะไร)
สำหรับความรู้ในส่วนของรูปแบบของหลักสูตรนั้นจากการที่ไปอ่านมาให้ให้รู้ถึงลักษณะของรูปแบบหลักสูตรแล้วคร่าวๆ แต่ยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไรนัก ยังไงหนูขอคำแนะนำจากอาจารย์ด้วยนะค่ะ
คุณคิดว่าหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เราพูดกันในห้อง เป็นแบบไหนคะ