ข่าวการยืดอำนาจของทหารในอียิปต์ คงทำให้หลายคนที่อยากเห็นอิสลามสูงส่งในอียิปต์ อยากเห็นรัฐธรรมนูญที่อยู่ภายใต้ชะรีอะฮปรากฏขึ้นมาบ้างในประเทศมุสลิม ต้องรู้สึกเหน็ดเหนื่อย หดหู่ อีกครั้ง บางคนได้นำเอาประวัติที่น่าชื่นชมของประธานาธิปดีมุฮัมมัด มุรซีย มาเล่าให้ฟัง บางคนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนอียิปต์อย่างน้อยเกือบครึ่งประเทศได้กระทำการ (หรืออย่างน้อยก็วางเฉย) ประท้วงให้ผู้นำที่บริสุทธ์ ผู้นำที่ทุ่มเทเพื่อประเทศชาติอย่างมุรซีย แล้วปล่อยให้ทหารยึดอำนาจอย่างง่ายดาย โฆษกของภราดรภาพมุสลิมก็ได้แสดงความเสียใจต่อโอกาสในการพัฒนาประชาธิปไตยของอียิปต์ ว่าคงจะต้องถอยหลังไปอีกหลายก้าว ทั้งนี้ก็เพราะความเขลาของคนอียิปต์จำนวนมาก !

ความรู้สึก หรือความสับสนเช่นนี้ ยังจะเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง จนกว่าเราจะยอมรับความเป็นจริงของอียิปต์ (หรือโลกมุสลิมร่วมสมัยเกือบทั้งหมด) ในหลายประการซึ่งผมจะสรุปสั้นๆต่อไปนี้

1) อิสลามิสต์ควรจะทราบตั้งแต่ต้นว่าการใช้อำนาจของเสียงส่วนใหญ่ในการผลักให้ประเทศชาติเคลื่อนไปในทิศทางอุดมการณ์ของตน โดยการวางรากฐานกฏหมายของประเทศ (รัฐธรรมนูญ) ตามกรอบของชะรีอะฮ โดยอ้างเสียงส่วนใหญ่นั้นนำไปสู่ทางตัน

2) ความเร่งร้อนที่จะเข้าครอบครองอำนาจที่ขาดวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมนั้น แต่ละครั้งทำให้อิควาน (กลุ่มภราดรภาพมุสลิม) ในอียิปต์เสียเวลาในการฟักฟื้นเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบปี ตามการประเมินคร่าวๆ ของผม มองว่าอิควานในอียิปต์ (ไม่ใช่ทั่วโลก) เป็น ผู้เรียนรู้ที่ช้าไปหน่อย (the slow learner !)

3) อิควานอ่านแผนที่และเส้นทางการเมืองโดยผ่านอุดมการณ์ที่แข็งเกร่งของตน ไม่ยอมรับมุมมองอีกหลายมุมมอง แม้แต่การเตือนของ อัรเดอกอน นายกของตุรกีปัจจุบัน ที่ผ่านประสบการณ์มากมายในการเผชิญหน้ากับอำนาจมืด ในตอนเยือนอียิปต์ในปีที่ผ่านมาว่าอียิปต์ควรเรียนรู้ประสบการณ์การจากการต่อสู้ของพรรคอิสลามในตุรกีอย่างละเอียดรอบคอบ แต่ตัวแทนของอิควานในตอนนั้นเมินต่อคำแนะนำของเขา ดูเหมือนว่าอิควานชอบเรืยนรู้จากประสบการณ์ตรง นั่นก็คือบางครั้งคือการเรียนรู้จากความล้มเหลว ซึ่งมันเป็นการลงทุนที่มากเกินไป

4) อุดมการณ์รากฐาน และแนวคิดหลักของอิควานในการสร้างรัฐที่วางบนรากฐานอิสลาม โดยเริ่มต้นจากการเอาชะรีอะฮครอบรัฐธรรมนูญ ทันทีที่มีโอกาส ทำให้อิควานไม่สามารถวางลำดับความสำคัญในการแก้ปัญหาพื้นฐานของประเทศ ซึ่งได้แก่ปัญหาเศรษฐกิจที่ดิ่งลงวันต่อวัน ปัญหาการตกงาน ปัญหาความแตกแยกทางด้านความคิดของผู้ที่ต่อสู้ร่วมกันในการโค่นล้มรัฐบาลทหารเมื่อสองปีที่ผ่านมา ผลที่ตามมาก็คือเอกภาพและเสถียรภาพของประเทศไม่สามารถเกิดขึ้น ประเทศไม่สามารถเดินได้อีกต่อไป และล้มครืนในที่สุด แล้วก็ต้องเริ่มต้นกันใหม่

5) ที่ผ่านมาอิควานในอียิปต์เลือกที่จะเข้าไปครอบครองอำนาจก่อนการกุมหัวใจของคนในประเทศ แทนที่จะก้าวย่างอย่างนิ่มนวลเพื่อกุมหัวใจประชาชนโดยรวม ก่อนที่จะเริ่มนำพาประเทศไปตามเส้นทางตามแนวอุดมการณ์ของตน โดยที่ประชาชนไม่รู้สึกว่าถูกแย่งพื้นที่หรืออิสรภาพไป ผลที่ตามมาก็คือ อิควานชนะการรบเกือบทุกสนามรบ (การรบไม่จำเป็นต้องหมายถึงการประทบกำลังด้วยอาวุธ) ไม่ว่ากับอำนาจทหารและศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในที่สุดอิควานก็แพ้สงครามแบบตายน้ำตื้น

6) อิควานน่าจะรู้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า ในโลกแห่งเทคโนโลยีข่าวสารที่ก้าวหน้าในปัจจุบันนี้ และในประเทศที่มีประชากรมากดังเช่นอียิปต์นั้น แม้แต่คนเพียง 10 % (ประมาณ 9 ล้าน) รับไม่ได้กับการบริหารของรัฐบาล ประเทศก็อาจจะไม่สามารถเคลื่อนไปข้างหน้าได้ เพราะความวุ่นวาย การก่อวินาศกรรม ความขัดแย้งจะตามมามากมาย จนในที่สุดการปกครองของอิควานเองจะล้มเหลวไม่เป็นท่า ยิ่งอำนาจมืดจากภายในและภายนอก ที่ไม่ต้องการให้พรรคอิสลามประสบผลสำเร็จในการบริหารประเทศ จ้องที่จะฉวยโอกาสที่จะทำลายอยู่ตลอดเวลา ยิ่งต้องตระหนักถึงความจริงข้อนี้มากขึ้น

7) อิควานน่าจะสับสนระหว่างอุดมการณ์ (ideologies) และเครื่องมือ (means or tools) อิควานใช้นโยบายเชิดชูประชาธิปไตย โดยมองว่าประชาธิปไตยคือเส้นทาง (เป็นเช่นเครื่องมือ) ในการพาประเทศอียิปต์ไปสู่รัฐตามแนวคิดอิสลามที่อิควานเข้าใจ โดยตีความว่าประชาธิปไตยคือการใช้เสียงส่วนมากในการตัดสินใจออกกฏหมาย เมื่อเสียงส่วนมากให้ความไว้วางใจให้พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองใดก็ตาม พรรคการเมืองนั้นๆก็มีความชอบธรรมในการออกกฏหมาย เพราะเป็นตัวแทนของประชาชนส่วนใหญ่ นี่เป็นความเข้าใจที่ผิดพลาด เพราะประชาธิปไตยเป็นอุดมการณ์ (ไม่ใช่เครื่องมือหรือวิธีการ) ที่ให้พื้นที่กับทุกๆกลุ่ม โดยให้อำนาจในการตัดสินใจของเสียงส่วนใหญ่แต่จะต้องไม่ทำลายโอกาสและสิทธืพื้นฐานของประชาชนส่วนน้อย ทุกกลุ่มความคิด เผ่าพันธุ์ที่อยู่ร่วมกัน ได้รับสิทธืพื้นฐาน และสามารถเข้าสู่สนามแห่งการแข่งขันอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งรวมไปถึงสิทธิในการแข่งขันทางความคิด การออกกฏหมาย และการสร้างชุมชนตามอุดมการณ์หรืออัตลักษณ์ของพวกเขา ตราบเท่าที่พวกเขาไปละเมิดล่วงล้ำไปในพื้นที่ของผู้อื่น ดังนั้นจึงน่าแปลกใจเลยที่พวกเสรีนิยม คริสเตียนคอปท์ และพวกหัวเอียงซ้ายจึงไม่สามารถยอมรับการออกกฏหมายที่ครอบด้วยชะรีอะฮได้ เพราะมันหมายถึงการกีดกันพวกเขาไม่ให้สามารถแข่งขันในเชิงของอุดมการณ์ได้อย่างเท่าเทียมกับพวกอิสลามิสต์ การอ้างประชาธิปไตยของประธานาธิบดีของมุรซียจึงไม่บังเกิดผล

เอาไว้แค่นี้ก่อนนะครับ