ครูควรฝึกทักษะการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน เพื่อเขาจะได้นำทักษะเหล่านั้นไปค้นหาความรู้ แบบ Learning How to learn

4 รู้เรา รู้เขา อยู่ร่วมกันอย่างสันติ

  เมื่อวันที่ 29 เมษายน ถึง วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 ผมมีโอกาสไปร่วมวงสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคการจัดการเรียนรู้สาระภาษาไทย กับคณะครู เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4 อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครั้งนี้มีขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่ของสำนักงานฯ

  ผมชอบบรรยากาศของบริเวณรอบสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาฯ เขต 4ขอนแก่นมาก เพราะมีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น ร่มเย็น มากด้วยไม้ดอก ไม้ประดับสระน้ำกว้าง มีน้ำตก มีศาลาให้นั่งพักผ่อน หรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันหลายหลัง โดยเฉพาะเรือนกาแฟที่จัดบรรยากาศเน้นการพูดคุยทางวิชาการผมชื่นชมความมีน้ำใจและความใฝ่รู้ของท่าน ผอ.กิตติพศ  พลพิลา ผอ.การประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4ท่านสามารถพูดคุยถึงแนวทางการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างดีมองเห็นภาพงานอย่างชัดเจนจึงทำให้ผมสบายใจที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครูในเขต 4 ขอนแก่นเพราะผมชอบวิธีการจัดการเรียนรู้แบบไม่ยึดติดตำรา หรือแบบเรียนและแบบฝึกหัดเพียงอย่างเดียว

  การจัดการเรียนรู้ที่แท้จริงนั้น ผมเชื่อมานานแล้วว่า ครูควรฝึกทักษะการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนเพื่อเขาจะได้นำทักษะเหล่านั้นไปค้นหาความรู้ แบบ LearningHow to learn ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝนวิธีการเรียนรู้เพื่อไปเรียนรู้ที่หลากหลายและสามารถนำมาใช้ค้นหาความรู้ได้ตรงตามที่ต้องการหรือนำไปแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเอง หรือชุมชนได้เพราะฉะนั้นการศึกษาไม่ใช่การท่องจำตำราเพียงอย่างเดียวการเรียนรู้ที่แท้จริงต้องรู้มาจากการปฏิบัติจริงผู้เรียนจะต้องเรียนรู้จากชีวิตจริง จากสังคมถ้าจะอ่านหนังสือก็ต้องอ่านหนังสือหลายๆ เล่ม ครูจะต้องฝึกนิสัยการเลือกอ่านหนังสือให้แก่ผู้เรียนรู้ต้องฝึกให้ผู้เรียนรู้จักเลือกอ่านหนังสือดีๆ ที่มีประโยชน์ สร้างสรรค์และมีคุณธรรม ถ้าผู้เรียนอ่านหนังสือเป็นเขาก็จะมีนิสัยรักการอ่าน

  นิสัยรักการอ่านและการรู้จักเลือกหนังสืออ่านนี้จะต้องฝึกต้องสร้างมาตั้งแต่เด็ก

  ในวงสนทนาผมได้เสนอความคิดไว้ว่า ความแห้งแล้งของอีสานในอดีตความอดยากลำบากที่ผ่านๆ มา คือตำนานที่ยิ่งใหญ่ถูกบันทึกไว้เป็นเรื่องราวในเรื่องสั้น นิยาย บทเพลงพื้นบ้านเล่าขานกันมานานนับนานแต่วันนี้เรื่องราวเหล่านั้นเด็กๆ รุ่นใหม่มีใครสนใจถามถึงกันบ้าง เด็กอีสานยุคนี้อ่านเรื่องสั้นของลาว คำหอม กันบ้างไหม มีใครสักกี่คนที่สนใจอ่านหนังสือของ คำพูนบุญทวี  อุดร ทองน้อย หรือ สุรชัย  จันทิมาธร มีใครกี่คนที่รู้จัก ประเสริฐจันดำ เด็กอีสานยุคนี้ มีใครเข้าถึงความเจ็บปวดที่ลาว คำหอมสื่อออกมาให้อ่านกันมากน้อยเพียงใด พวกเขายังสนใจบทเพลงพื้นบ้านที่ผู้เฒ่าผู้แก่ได้ถ่ายทอดชีวิตการต่อสู้กับภัยธรรมชาติ ความลำบากยากเข็ญเอาไว้ เด็กๆอีสานวันนี้รู้และเห็นบทเพลงเหล่านั้นกันบ้างไหม

  หน้าที่ของครูน่าจะร่วมกันกระตุ้นให้เด็กๆผู้เรียนหันมาสนใจสิ่งที่ผู้เฒ่าผู้แก่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสื่อชนิดต่างๆศึกษาสืบค้นแล้วนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อาจจะจัดทำเป็นโครงงานหรืองานวิจัยน้อยๆก็ได้

  โครงงานหรืองานวิจัยเหล่านี้ผู้เรียนสามารถศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ บทเพลง นิทานพื้นบ้านหรือผ่านการสัมภาษณ์ผู้เฒ่า ผู้แก่ ช่วยกันบันทึกสิ่งที่เรียนรู้มาร่วมกันอภิปรายวิเคราะห์ วิจารณ์ แปลความ ตีความ นำเสนอต่อชุมชนในเรื่องราวต่างๆ เช่น

- ความรู้ด้านภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ

- ความรู้ด้านภาษา การศึกษา

- ความรู้ด้านลัทธิความเชื่อ

- ความรู้ด้านวรรณกรรม

- ความรู้ด้านศิลปะ วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี

- ความรู้ด้านสุขอนามัย

- ความรู้ด้านการปกครอง

- ความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตความลำบากยากเข็ญ การต่อสู้ชีวิต การแก้ปัญหาชีวิต

เมื่อเรียนรู้ชีวิตผู้คนยุคหนึ่งสมัยหนึ่งจากวรรณกรรมแล้วก็มาศึกษาเรื่องราวจากปราชญ์ชาวบ้านและวิถีชีวิตของผู้คนยุคปัจจุบันโดยผ่ายชีวิตจริงซึ่งผู้เรียนจะต้องออกไปสัมภาษณ์จริง เก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจารณ์สรุปผล รายงานต่อชุมชน รับฟังข้อเสนอแนะจากชุมชนแล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขและสรุปเป็นผลการเรียน


อ่านเป็นเล่มได้ที่ https://docs.google.com/docume...