ความตายเป็นที่สุดแห่งชีวิตของคนทุกคน คงเหลือแต่ชื่อเสียงคุณโทษที่ได้กระทำไว้ เป็นอันหมดกิจที่ผู้ตายจะสามารถทำอะไรได้อีก จึงตกเป็นหน้าที่ของผู้อยู่ข้างหลังจะต้องทำให้เป็นความดีหรือชั่วของผู้อยู่ต่อไป ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องรู้ว่าควรทำอะไร อย่างไร เพราะอะไรบ้าง อย่างน้อย เท่าที่ควรจะรู้

เมื่อเห็นว่าคนเจ็บไม่มีทางรอดได้แล้ว ก็ควรตระเตรียมข้าวของที่จะต้องใช้ไว้เงียบๆ อย่าให้ผู้คนตื่นตกใจจนเป็นเหตุให้รู้ถึงหูคนเจ็บได้ เมื่อคนไข้หมดลมแล้วก็จุดเทียนกาละเม็ด (คือไฟประจำชีวิตที่จุดให้เมื่อวันเกิดดวงนั้นเอง) ตั้งไว้ข้างเตียง ไม่แตะต้องรบกวนผู้ตายก่อนไฟดวงนั้นจะหมดเล่ม เพื่อให้แน่ใจว่าตายแน่ เมื่อเห็นว่าตายแน่แล้วก็เอาน้ำอุ่นจัดๆชุบผ้าหรือสำลีเช็ดถูและรีดเส้นเอ็นให้กลับเรียบร้อย ถ้าศพนั้นอ้าปากหรือตาลืมอยู่จึงควรทำเบาๆ พอให้กลับเหมือนนอนหลับปกติ แต่ถ้าศพเป็นปกติดีอยู่แล้ว ก็จำต้องรบกวน แล้วรีบจัดส่งดอกไม้ธูปเทียนอย่างละ ๑ ดอกกับดอกไม้กระทง ๑ (เรียกว่าธูปเทียนลาตาย) ไปบอกกล่าวผู้ที่นับถือและบอกกำหนดเวลารดน้ำศพใส่หีบ ให้ญาติเพื่อนฝูงที่สนิทๆทราบ ส่วนศพนั้นต้องรีบจัดการเอาน้ำแข็งมาวางไว้ให้รอบศพ เพราะอากาศร้อนทำให้ศพขึ้นเร็วเมื่อถึงเวลาก็อาบน้ำทำความสะอาดข้างนอกข้างในศพให้เรียบร้อย ตอนนี้ควรปรึกษานางพยาบาลหรือผู้ที่รู้จักโรคภัยไข้เจ็บเพื่อจะได้ทำความสะอาดให้ถูกต้อง ที่ต้องทำให้เรียบร้อยก็เพราะจะต้องมัดศพไม่ให้ขึ้นเกินโลง และเกรงว่าเวลามัดจะทำลำบาก อีกประการหนึ่ง คนไข้ที่เจ็บอยู่นานๆ ไม่สะอาดเรียบร้อย จึงต้องตบแต่งเสียให้ดี เมื่ออาบน้ำแต่งตัวให้ศพแล้วก็ยกออกมาวางบนเตียงใหม่ที่จัดไว้ให้งดงามตามที่ควร เพื่อให้รับน้ำแขกที่จะมาทำการรดน้ำศพนี้สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกันและปรารถนาจะเห็นกันเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น  แต่เมื่อผู้ตายมีตำแหน่งผิดกันด้วยฐานะและเหตุการณ์ต่างๆ การรดน้ำก็กลายเป็นพิธีไปตามเหตุ เช่น ผู้ตายไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับผู้ใดก็ไม่มีเหตุจะต้องเกี่ยวข้องกับผู้ใด มีกิจที่จะทำโดยเฉพาะวงศ์ญาติ แล้วก็ตามสัปเหร่อมาจัดลงหีบ ถ้าผู้ตายมีตำแหน่งหน้าที่ก็ต้องบอกกล่าวไปตามทางการ เช่น ผู้ตายเป็นข้าราชการหรือเป็นผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ก็จะต้องบอกไปยังเจ้าพนักงานให้ทราบตามเวลารดน้ำ เพื่อเขาจะได้มาจัดการเอาศพลงหีบหรือโกศตามเกียรติยศ และส่งดอกไม้ธูปเทียนไปกราบถวายบังคมลายังกระทรวงวัง

เมื่อเอาศพลงหีบแล้ว บางคนก็ตั้งศพไว้ในบ้านเพื่อสะดวกแก่การทำบุญให้ทานต่อหน้าศพไปจนถึงเวลาเผา มีทำบุญ ๗ วัน  ๕๐ วัน ๑๐๐ วัน เป็นต้น บางคนไว้บ้านเพียง ๓ วัน แล้วก็เอาไปฝังไว้ตามวัดจนกว่าจะเผา บางคนที่บ้านช่องคับแคบไม่สะดวกแก่การงาน ก็เอาไปฝังแต่วันตาย แล้วไปทำบุญให้ที่วัดตามเวลา

ส่วนการทำบุญนั้น มักจะทำตามความรู้สึกศรัทธาของผู้ที่ยังอยู่คือเจ้าภาพ ไม่มีกฎเกณฑ์ นอกจากงาน ๗-๕๐-๑๐๐ วันตามประเพณี บางคนเมื่อยกศพขึ้นตั้งยังที่ (ในวันตายและเอาศพไว้ที่บ้าน) แล้วก็มีเทศน์และสวดอภิธรรม ซึ่งภาษาสามัญเรียกว่าสวดหน้าศพ อันเป็นบทแสดงความกตัญญูต่อผู้ตาย ประดุจพระพุทธองค์ได้แสดงธรรมนี้อุทิศถวายแก่พระพุทธมารดา เพื่อบรรเทาความทุกข์โศกของผู้อยู่ แล้วมีสวดอภิธรรมนี้ต่อไปในเวลาค่ำคืนอีกทุกวันจนถึงเผาหรือทำบุญ ๗ วัน บางคนก็ทำเพียงบังสุกุลแล้วก็เป็นอันเสร็จพิธีในวันตาย

สิ่งที่จะเตรียมในวันตาย คือ

๑. เทียนกาละเม็ดใส่เชิงรอง สำหรับจุดเมื่อสิ้นใจแล้ว

๒. ธูปเทียนอย่างละ ๑ ดอกไม้ ๑ กระทง ใส่พานให้ญาติพี่น้อง ไปเที่ยวบอกข่าวลาตาย พร้อมด้วยกำหนดเวลารดน้ำศพ

๓. ม้าเล็กๆพอดีศพนอน วางในถังสังกะสี มีผ้าและหมอน ( ที่จะทิ้งได้) ปูไว้วางในห้องน้ำเพื่อทำความสะอาดแก่ศพ มีสำลี ผ้าและยาฆ่าเชื้อโรคต่างๆ สบู่ ขมิ้น เครื่องทำความสะอาดทุกอย่างใช้ของเหลวๆ ที่จะทิ้งได้ เพราะเมื่อใช้แล้วจะต้องทิ้งหรือเผาเสียทั้งหมด

๔. น้ำแข็งใส่อ่างวางรอบศพเป็นแท่งๆ ต้องระวังเปิดหน้าต่างห้องใส่พัดลมวางน้ำแข็งให้ศพอยู่ในที่เย็นเสมอ

๕. จัดห้องรดน้ำศพให้เรียบร้อย คือ

(ก) ตั้งเตียงงามๆ กับที่นอนหมอนพร้อม

(ข) เครื่องตั้งล้างหน้ามีหวีไม้ (สำหรับหักได้เมื่อใช้หวีผมศพแล้ว)

(ค) ดอกไม้ธูปเทียนใส่กรวยใบตองเพื่อศพถือลงหีบด้วยเป็นเครื่องแสดงว่าผู้ตายเป็นผู้มีศาสนาจนถึงเวลาสิ้นอายุ

(ง) แหวนผูกด้ายสายสิญจน์ ๑ วง สำหรับใส่ในปากศพซึ่งถึงเวลาเผาสัปเหร่อก็เอาออกทำความสะอาดแล้วกลับคืนให้เจ้าภาพถ้าเจ้าภาพต้องการจะเอาไว้ ก็เอาเงินแลกกลับตามตกลงกัน ถ้าไม่ต้องการของก็เป็นของสัปเหร่อ เข้าใจกันว่าเป็นการล่อใจสัปเหร่อให้ทำศพนั้นโดยประณีตเท่านั้น

(จ) ตั้งที่บูชาพระพุทธรูปทางหัวนอนศพ

(ฉ) ตั้งม้าเครื่องแต่งตัวศพกับสิ่งของที่เจ้าพนักงานจะนำมาตามเกียรติยศไว้ทางปลายตีนเพื่อจะได้หยิบง่าย บางคนมีทองปิดหน้าอีก ๑ แผ่นใส่ไว้ในที่ล้างหน้าด้วย เพราะเมื่อเอาศพลงโกศแล้วก็เอาทองนั้นปิด เป็นเครื่องป้องกันดวงตาหลุด เช่นเดียวกับชาวอียิปต์

๖. เมื่อวางศพบนเตียงเอาผ้างามๆ คลุมเพียงอก ยกมือขวาออกวางบนหมอนเล็กสำหรับรับน้ำจากแขก แล้ววางขันพานรองไว้ใต้มือนั้นกันน้ำอบหกแล้วก็เชิญแขกเข้าไปรดน้ำได้

๗. ต้องจัดที่พักของ พักคน ให้สัปเหร่อหรือเจ้าพนักงาน และตกลงกับเขาให้แน่นอนว่าต้องการอะไร อย่างไรเท่าไรบ้าง มีกระดาษฟาง หมอนเล็กๆ สำหรับใส่ในหีบเป็นต้น เป็นอันเสร็จ

๘. จัดของถวายพระเมื่อตั้งศพแล้ว และเลี้ยงพระสวดอภิธรรมเช้าวันรุ่งขึ้น ถ้าตั้งศพไว้ในบ้านจะต้องจัดเตรียมที่ตั้งศพด้วย มีฐานวางศพ ๒-๓ ชั้นให้เหมาะกับที่ และมีขวดปักดอกไม้ พานจัดดอกไม้กับเชิงเทียนวางขัดกันไปรอบหีบศพ ตั้งที่บูชาพระให้ผู้ตายตรงหน้าศพ ๑ ที่ ตั้งม้าหมู่สำหรับพระพุทธรูปให้ครบถ้วน ตั้งธรรมาสน์สำหรับพระเทศน์มีโต๊ะ ๒ ข้างสำหรับวางเทียนข้าง ๑ วางคัมภีร์ข้าง ๑ แล้วตั้งอาสน์สงฆ์ ต่อมาด้วย ยกพื้นขึ้นให้พอดีพระที่นั่งได้สบาย ตั้งเตียงสำหรับพระ ๔ องค์สวดพระอภิธรรมในที่สมควร แล้วจัดแต่งสถานที่ให้งดงามเรียบร้อย จะตั้งรูปผู้ตายและเครื่องยศของผู้ตายด้วยก็ได้